ครม.ไฟเขียว ลดเงินสมทบ ม.33-ม.39 พื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ นาน 6 เดือน
ประกันสังคม น้ำท่วมภาคใต้
ครม.เห็นชอบลดส่งเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรง 9 จังหวัดภาคใต้ นาน 6 เดือน ตั้งแต่ ธ.ค. 68 ถึง พ.ค. 69 คาดลดภาระค่าใช้จ่ายกว่า 1,400 ล้านบาท
นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. …. โดยปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้แก่นายจ้างและผู้ประกันตนเป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2568 ถึง พ.ค. 2569 ในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติ 9 จังหวัด (ภาคใต้) ประกอบด้วย ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี
โดยมีรายละเอียดคือ นายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิมนำส่งฝ่ายละ 5% ต่อเดือน ลดลงเหลือนำส่งฝ่ายละ 3% ต่อเดือนของค่าจ้างผู้ประกันตน สำหรับรัฐบาลส่งเงินสมทบอัตราเดิม นำส่ง 2.75% ของค่าจ้างผู้ประกันตนต่อเดือน ผู้ประกันตนมาตรา 39 จากเดิมนำส่ง 432 บาทต่อเดือน (จากฐานค่าจ้าง 4,800 บาท) ลดลงเหลือนำส่ง 283 บาทต่อเดือน
มาตรการดังกล่าวเป็นการปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมเป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งจะช่วยให้นายจ้างและผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติ 9 จังหวัด ลดภาระค่าใช้จ่ายลงโดยรวมประมาณ 1,401 ล้านบาท
โดยผู้ประกันตนสามารถนำเงินสมทบที่ลดลงไปใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ที่ได้รับผลกระทบจากการประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรงจากกรณีอุทกภัย ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และยังเป็นการลดปัญหาสภาพคล่องและปัญหาทางการเงินของผู้ประกันตนในระยะเวลา 6 เดือนด้วย
การลดอัตราเงินสมทบครั้งนี้จะช่วยให้ทั้งผู้ประกันตน นายจ้าง ลูกจ้าง สามารถนำเงินไปใช้จ่ายบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากภัยพิบัติ ในส่วนของนายจ้าง การจ่ายเงินสมทบลดลงในระยะเวลา 6 เดือน ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในสถานประกอบการ ทำให้สถานประกอบการมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น เพื่อนำมาฟื้นฟูสถานประกอบการจากความเสียหายที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากภัยพิบัติ”
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ครม.เห็นชอบในหลักการแล้ว กระทรวงแรงงานจะได้ออกประกาศกระทรวงแรงงานและลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป