Skip to content

จุลพันธ์ งัดมาตรการด่วน ลดเงินสมทบฯ พร้อมแผนอุ้มจ้างงานเอกชน

07 เม.ย. 2569 | 16:30น.
จุลพันธ์ งัดมาตรการด่วน ลดเงินสมทบฯ พร้อมแผนอุ้มจ้างงานเอกชน

‘จุลพันธ์’ รมว.แรงงาน ประกาศนโยบายเร่งด่วน ‘ลดเงินสมทบประกันสังคม’ สู้วิกฤตพลังงาน พร้อมเตรียมแผนสำรอง ให้รัฐอุ้มการจ้างงานภาคเอกชน

ข่าวสด รายงานว่า ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เข้าร่วมการประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง พร้อมมอบนโยบาย ว่าตนขอเน้นย้ำเรื่องการเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานทั้งในและต่างประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ และได้ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีบางส่วนประสงค์เดินทางกลับประเทศไทย แต่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่

โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเร่งนำแรงงานกลับประเทศโดยเร็ว พร้อมติดตามสถานการณ์และความต้องการของแรงงานอย่างใกล้ชิด

“ยอมรับว่าวิกฤตราคาพลังงานที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นประเทศที่เป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤต แต่ขณะนี้ราคาพลังงานคงอยู่ในระดับดับสูง สิ่งที่ได้มอบหมาย แผนดำเนินการเร่งหามาตรการ นี่คือความตั้งใจของทางกระทรวงแรงงาน

คือการช่วยพี่น้องแรงงานให้ได้มากที่สุด มาตรการที่เราจะหาข้อสรุปได้เร็ว คือการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของลูกจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างให้ สำนักงานประกันสังคมศึกษารายละเอียด ทั้งในเรื่องอัตราและระยะเวลา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ตนขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพิจารณามาตรการช่วยเหลือแรงงานอย่างรอบด้าน ทั้งด้านงบประมาณและรูปแบบการดำเนินการ เพื่อให้สามารถบรรเทาผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ปัจจุบันมีแรงงานจำนวนประมาณ 200,000 คน ที่หลุดออกจากระบบ เนื่องจากไม่สามารถต่ออายุเอกสารได้ทันเวลา โดยกระทรวงแรงงานได้ดำเนินมาตรการผ่อนผันให้สามารถลงทะเบียนต่ออายุชั่วคราว และจะมีการพิจารณามาตรการเพิ่มเติมในระยะต่อไป เพื่อให้แรงงานเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และลดปัญหาแรงงานนอกระบบ

อย่างไรก็ตาม ตนเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ระหว่างกระทรวงต่าง ๆ เช่น รวมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต ให้เป็นประโยชน์กับทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งด้านเทคโนโลยี (AI) และภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า ขณะที่การพัฒนาระบบประกันสังคม อยู่ระหว่างการหารือในหลายประเด็น ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการ การพัฒนาระบบการลงทุนให้มีความเป็นมืออาชีพ รวมถึงการทบทวนสิทธิประโยชน์ให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกันตนทุกกลุ่ม โดยบางประเด็นอาจจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องของสำนักงานประกันสังคม เกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการ จะต้องตั้งทีมทำงานร่วมกัน ที่ไม่ใช่แค่กระทรวงแรงงานเท่านั้น คงจะมีทีมที่มาจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และด้านกระทรวงสาธารณสุข เช่น กลุ่มแพทย์ เพราะมีประเด็นที่คงค้าง และมีประเด็นที่พัฒนาปรับปรุงในเรื่องของสวัสดิการที่จะให้ผู้ประกันตนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน

ทั้งนี้ นายจุลพันธ์ย้ำว่า การทำงานของกระทรวงแรงงานจะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของแรงงานเป็นอันดับแรก พร้อมเปิดรับข้อร้องเรียน และเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง รวมถึงเตรียมกำหนดตัวชี้วัด (KPI) เพื่อประเมินผลการทำงานของหน่วยงานให้สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

“จะวาง KPI ให้แต่ละหน่วยงานว่า จะต้องมีกลไกในการวัดผลว่า การทำงานของแต่ละหน่วยงานประสบผลสำเร็จหรือไม่ จะใช้ KPI แบบของรัฐที่มีอยู่แล้ว เหมือนที่อยู่ในเล่มงบประมาณขาวคาดแดง คงผ่านหมด แต่เพราะฉะนั้น ต้องขอตั้ง KPI ที่ตอบโจทย์ได้ว่า เราสามารถที่จะบริการให้กับพี่น้องประชาชน ตอบโจทย์ให้กับพี่น้องแรงงานได้ครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร เดี๋ยวจะมีการวางแผนกันขึ้น” นายจุลพันธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในฐานะ รมว.แรงงาน มี KPI อะไรให้กับผู้ประกันตน หรือว่าแรงงานอย่างไรบ้าง นายจุลพันธ์กล่าวพร้อมหัวเราะว่า “ให้นักข่าวเขียน KPI ให้ จะได้ทำให้ได้ตาม KPI”

ถามต่อถึงการแก้ปัญหาตัวเลขการจ้างงาน นายจุลพันธ์กล่าวว่าสิ่งที่จะช่วยอย่างแรกคือ ช่วยแรงงานในการออกมาตรการลดการส่งเงินสมทบประกันสังคมในฝ่ายลูกจ้าง ส่วนเรื่องที่ 2 การสร้างมาตรการรองรับ กรณีที่สถานการณ์หนักหน่วง คือการคงการจ้างงาน เป็นมาตรการที่วางกรอบไว้แล้ว เหลือลงรายละเอียด

โดยกรณีที่มีความจำเป็น สิ่งสำคัญที่สุดคือ เอกชนต้องเดินหน้าได้ การจ้างงานจะไม่ลดลงไป เพราะจะทำให้แรงงานฝีมือหลุดออกจากระบบ ไม่สามารถกลับมาที่เก่าได้ เหมือนตอนโควิด-19 ส่งผลต่อผลิตภาพของประเทศ

ดังนั้น การคงการจ้างงานอาจจะลดการทำงาน โดยภาครัฐสนับสนุนเม็ดเงินไปยังแรงงานหรือเอกชน เป็นมาตรการในต่างประเทศที่เราต้องนำมาคิด ตามแนวโน้มของวิกฤตพลังงานที่อาจหนักหน่วงจากที่เป็นอยู่