สุดยื้อ! พะยูนน้อย ‘ยามีล’ จากไปอีกตัวแล้ว หลังมีภาวะช็อก-หัวใจหยุดเต้น

วันที่ 22 สิงหาคม เพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้โพสต์แจ้งข่าวว่า เมื่อเวลา 21.43 น. ที่ผ่านมา พะยูนน้อย ‘ยามีล’ ได้เสียชีวิตไปอีกตัวแล้วโดยระบุรายระเอียดว่า “สุดเศร้า ร่างกายบอบช้ำเกินทน สุดยื้อ น้องยามีล”

“วันที่ 22 สิงหาคม 2562 หลังจากนำน้องยามีล เข้ารับการรักษาด้วยการสลายก้อนหญ้าที่อุดตันในกระเพาะอาหารและลำไส้จากโรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต กลับมาถึงบ่ออนุบาลที่ศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน แหลมพันวา น้องยามีล มีภาวะช๊อค หัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์เร่งช่วยชีวิต ด้วยการทำ CPR แต่ไม่สามารช่วยน้องกลับมาได้ น้องยามีลจากพวกเราไปแล้วด้วยอาการสงบเมื่อเวลา 21.43 นาที”

ซึ่งในโลกออนไลน์ต่างมีคนเข้าไปแสดงความสียใจ พร้อมกับให้กำลังใจ-ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยดูแลพะยูนน้อยยามีลอย่างเต็มที่มาโดยตลอดเป็นจำนวนมาก

สำหรับ พะยูนยามีล มีการตรวจพบว่าเริ่มีอาการป่วยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยทีมสัตวแพทย์ของศูนย์วิจัย ทช.ทะเลอันดามัน ได้รายงานสุขภาพของน้องยามีลว่า มีการตรวจพบอาการเกร็งท้อง มาตั้งแต่ช่วง 20.00 น. ทีมสัตวแพทย์เฝ้าสังเกตอาการ โดยอาการดังกล่าวยังเป็นต่อเนื่อง ทีมแพทย์ให้ยาลดอาการอักเสบร่วมกับยากระตุ้นทางเดินอาหาร พร้อมสอดท่อระบายแก๊ส ทำให้ยามีลมีอาการดีขึ้นบ้าง แต่ยามีลยังมีอาการเกร็งท้อง ต่อมาได้ x-ray พบลำไส้เล็กมีการสะสมของแก๊สเป็นจำนวนมาก กระเพาะอาหารมีอาหารอยู่แต่ไม่มีการเคลื่อนตัว แต่ไม่พบวัตถุแปลกปลอม  

และเมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 21 สิงหาคม น้องยามีล ยังมีอาการปวดเกร็งบริเวณท้อง จะทำการ x-ray อีกครั้งในช่วงเช้า พร้อมให้ยาลดอาการปวด ซึ่งทีมสัตวแพทย์ วินิจฉัยว่าอาจเกิดการบิดหมุนของลำไส้ ทำให้เกิดการอุดตันของระบบทางเดินอาหาร ที่เกิดจากภาวะท้องผูกก่อนหน้านี้ หรือลักษณะการว่ายน้ำที่มีการบิดตัวอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเวลา 20.00 น. โดยประมาณ ทีมสัตวแพทย์ ได้ทำวินิจฉัยอาการโรค โดยพบว่าสาเหตุการป่วย เกิดจากสภาวะลำไส้หยุดทำงาน ซึ่งพบได้ในเด็ก (คน) เป็นอาการที่ลำไส้ไม่มีการเคลื่อนตัว ทำให้อาหารในระบบทางเดินอาหารไม่เคลื่อนที่ จึงเกิดการสะสมและเกิดการสร้างแก๊สขึ้นในระบบทางเดินอาหาร แก๊สที่เกิดขึ้นทำให้ผนังลำไส้บางลง เกิดการแตกของเส้นเลือดฝอยทำให้เกิดการติดเชื้อตามมา นอกจากนี้แก๊สที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบไปดันบริเวณปอด ทำให้เกิดการหายใจติดขัดด้วย 

ซึ่งแนวทางการรักษาคือ จะระบายอาหารที่เป็นของแข็งออกจากกระเพาะและลำไส้ ให้สารอาหารและเกลือแร่ประเภทของเหลว ให้ยาบรรเทาปวดเกร็ง และยาปฎิชีวนะอย่างต่อเนื่อง พร้อมการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามผลการทำงานของลำไส้ โดยใช้เครื่อง X-ray และอัลตร้าซาวด์

ต่อมาเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 22 สิงหาคม กรม ทช. โดยทีมสัตวแพทย์ ศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน รายงานอาการของน้องยามีล ยังคงมีการสะสมของแก๊สในกระเพาะอาหารและบริเวณลำไส้ มีอัตราการเต้นหัวใจสูง และชักเกร็งเป็นบางครั้ง จึงให้ยาช่วยลดอาการปวดและยาซึม ส่วนผลการ x-ray พบว่าอาหารส่วนที่เป็นของเหลวสามารถเคลื่อนที่ผ่านระบบทางเดินอาหารได้ แนวทางการรักษาในวันนี้จะพยายามนำอาหาร ซึ่งเป็นหญ้าทะเลที่ค้างในกระเพาะออกมา เพื่อลดการหมักหมม และให้สารน้ำและเกลือแร่ผ่านทางท่อให้อาหาร ร่วมกับการใช้ยาปฎิชีวนะ สถานะยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

กระทั่งเวลา 17.00 น. นำตัว น้องยามีล ไปรักษาที่โรงพยาบาลวิชระ ภูเก็ต เพื่อผ่าตัดโดยใช้กล้อง Endoscope นำก้อนหญ้าทะเลที่อัดแน่นในบริเวณกระเพาะอาหารออก ต่อมาเวลา 20.30 น. ผลการทำ CT Scan พบการอักเสบของปอด มีกลุ่มก้อนหญ้าทะเลในบริเวณกระเพาะ จึงสอดท่อกล้องตรวจภายในและฉีดน้ำสลายการเกาะแน่นของหญ้าทะเล จากนั้นจึงเริ่มดูดออกได้ร้อยละ 30 โดยใช้เวลาการทำหัตถการรวม 1.5 ชั่วโมง จากนั้นจึงขนย้าย น้องยามีล กลับมาพักฟื้นยังบ่ออนุบาลของศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน ซึ่งหลังการผ่าตัดน้องยามีลมีอัตราการเต้นหัวใจที่ต่ำ ต้องเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด

ก่อนที่จะมีรายงานออกมาว่า เมื่อเวลา 21.43 น. พะยูนยามีลได้เสียชีวิตไปอีกตัว

 

Previous articleบัญชีขุมทรัพย์ ส.ส.-รัฐมนตรี “นาที” รวยสุด 4.6 พันล้าน-จนสุดมีเงิน 5 พันบาท
Next articleดาวกับดวง วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562 โดย พิมพ์พรร