ประวัติ วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนเจ้าของรางวัลศรีบูรพา

ภาพบันทึกหน้าจอจากคลิปของ ACT4DEM - แอคชั่นเพื่อประชาธิปไตย

ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 22 มีนาคม 2565

เปิดประวัติ “วัฒน์ วรรลยางกูร” กวีลี้ภัยในฝรั่งเศส ที่ป่วยหนัก และล่าสุดได้เสียชีวิตแล้วอย่างสงบ

วันที่ 22 มีนาคม 2565 วจนา วรรลยางกูร หรือเตย ลูกสาวของ วัฒน์ วรรลยางกูร กวีและนักเขียนเจ้าของรางวัลศรีบูรพา ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส เนื่องจากถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112 โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กระบุว่า คุณพ่อวัฒน์ วรรลยางกูร จากไปแล้วราวช่วงสามทุ่มครึ่งตามเวลาในฝรั่งเศส หลังจากป่วยหนัก

ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสินธุ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย นักเขียนรางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2562 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sinsawat Yodbangtoey แจ้งอาการป่วยของ “วัฒน์ วรรลยางกูร” นักเขียนชาวไทย ที่ปรึกษาสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย และสมาชิกสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส เนื่องจากถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112

โดยโพสต์เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2565 ระบุว่า วัฒน์​ วรรลยางกูร​ ป่วยอยู่ห้อง​ ICU ที่ฝรั่งเศส เป็นเนื้องอกที่ตับ​ มีอาการท้องมานน้ำ ต้องเจาะน้ำออกทางช่องท้องเป็นระยะ ๆ ผ่าตัดแล้ว​ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้รู้สึกตัวแล้ว มีอาการติดเชื้อ โลหิตเป็นพิษ ตอนนี้ยังอยู่ในไอซียูและโคม่า

ส่วนโพสต์เมื่อวันที่ 25 มกราคม ของนายสินธุ์สวัสดิ์ระบุว่า มีผู้สอบถามอาการของ วัฒน์ วรรลยางกูร ว่าล่าสุดเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้ล่าสุด คือตับและไตไม่ทำงาน ต้องใช้เครื่องช่วยฟอกไต และหัวใจติดเชื้อ หัวใจจึงอ่อนแอมาก ลูก ๆ กำลังพยายามเดินเรื่องให้ได้เดินทางไปหาให้เร็วที่สุด ตอนนี้ที่ช้าเพราะพึ่งได้ฉีดวัคซีน ต้องรออีก 7 วันถึงจะเดินทางได้

ล่าสุดวันนี้ นายสินธุ์สวัสดิ์โพสต์เพิ่มเติมว่า เปิดประมูลภาพวาดลายเส้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฝรั่งเศส ของลูก ๆ​ วัฒน์​ วรรลยางกูร ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น นักเขียนรางวัลศรีบูรพา​ คนที่​ 19​ พ.ศ. ​2550 ต้องใช้เงินมากพอสมควร ผมในฐานะผู้ได้รับรางวัลศรีบูรพา คนที่​ 28​ พ.ศ. 2562 ขอเปิดประมูลภาพวาดลายเส้นรูป​ วัฒน์​ วรรลยางกูร​ ชิ้นนี้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของลูก ๆ​ วัฒน์​ วรรลยางกูร ไปดูแลพ่อผู้บังเกิดเกล้า

ตั้งราคาเริ่มต้นที่​ 1,000 บาท เปิดประมูลตั้งแต่เวลานี้ สิ้นสุดการประมูลเวลา​ 20.00 น.ของวันนี้​ เมื่อสิ้นสุดเวลาตามที่กำหนดแล้ว จะประกาศผู้ประมูลสูงสุดเป็นผู้ได้รับภาพทางช่องทางนี้

 

ประวัติ วัฒน์ วรรลยางกูร

สำหรับ วัฒน์ วรรลยางกูร เกิดวันที่ 12 มกราคม 2498 เป็นนักเขียนชาวไทย ที่ปรึกษาสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทยและสมาชิกสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน เกิดที่ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นบุตร นายวิรัตน์ วรรลยางกูร และ นางบุญส่ง วรรลยางกูร เขาสมรสกับนางอัศนา วรรลยางกูร มีบุตร 3 คน

วัฒน์ปฏิเสธอำนาจของคณะรัฐประหาร ปี 2557 ด้วยการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2557 ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส เนื่องจากถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายอาญามาตรา 112

การศึกษา

  • 2505 ชั้นประถมปีที่ 1 ที่โรงเรียนประชาบาลวัดดาวเรือง ปทุมธานี
  • 2508 ชั้นประถมปีที่ 5 ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ ลพบุรี
  • 2514 เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี โดยไปเป็นเด็กวัดอยู่ในเมืองลพบุรี สอบตกชั้น ม.ศ.5 เพราะกำลังเริ่มสนใจการประพันธ์อย่างจริงจัง จนต้องเรียนซ้ำชั้น แต่สอบเทียบได้จึงเลิกเรียนและเข้ากรุงเทพฯ
  • ต้นปี 2517 สมัครเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่เรียนอยู่เพียง 2 เดือน ก็เลิกแล้วหันไปทำงานด้านหนังสือพิมพ์จริงจัง
  • 2546 ได้รับปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

เส้นทางนักกวี

วัฒน์อ่านหนังสือตั้งแต่เด็กเพราะใกล้ชิดกับตาและพ่อที่เป็นนักอ่านหนังสือ เมื่อเรียนชั้นประถม 7 เริ่มแต่งกลอนรักให้เพื่อนนักเรียนหญิง ต่อมาได้ออกหนังสือให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนอ่าน อีกทั้งยังเขียนเรื่องสั้นลงหนังสือโรเนียวของโรงเรียนโดยใช้นามปากกา “วัฒนู บ้านทุ่ง” พร้อมกันนั้นยังได้ส่งผลงานกลอนและเรื่องสั้นไปยังนิตยสารต่าง ๆ

ผลงานแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ ได้แก่ เรื่องสั้นชื่อ “คนหากิน” ต่อมาผลงานกลอนที่ส่งประกวดก็ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารชัยพฤกษ์ ก่อนที่เรื่องสั้นชื่อ “มุมหนึ่งของเมืองไทย” จะได้ลงพิมพ์ในนิตยสารฟ้าเมืองไทย

หลังจากนั้น มีผลงานกลอนและเรื่องสั้นเผยแพร่ตามนิตยสารต่าง ๆ มากขึ้นในนาม “วัฒน์ วรรลยางกูร” ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแหงไรู้จักนักเขียนนักกิจกรรมหลายคน กระทั่งปี 2517 ได้ฝึกฝนเขียนข่าว บทความ สารคดี เรื่องสั้นและนวนิยาย มีคอลัมน์ประจำชื่อ “ช่อมะกอก” ใช้นามปากกา “ชื่นชอบ ชายบ่าด้าน” ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นนวนิยายเรื่อง “ตำบลช่อมะกอก” ในที่สุด



นอกจากนี้ยังมีผลงานเรื่องสั้นและบทกวีพิมพ์ต่อเนื่องอีก 2 เล่มคือ “นกพิราบสีขาว” (2518) และ “กลั่นจากสายเลือด” (2519) ที่สำคัญเขายังเป็นที่รู้จักของคนหนุ่มสาวเดือนตุลาอย่างกว้างขวาง

วัฒน์ หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา

หลังเหตุการ 6 ตุลา วัฒน์ที่ร่วมชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต้องลี้ภัยเข้าป่า ช่วงนั้นเขามีโอกาสเขียนเรื่องสั้น บทกวี และนวนิยายมากมาย มีผลงานรวมเล่มออกมา 3 เล่ม คือ รวมเรื่องสั้นและบทกวี 2 เล่ม คือ “ข้าวแค้น” (2522) กับ “น้ำผึ้งไพร” (2523) ส่วนเล่มที่ 3 เป็นนวนิยายชื่อ “ด้วยรักแห่งอุดมการณ์” (2524)

ปี 2524 หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย วัฒน์กลับมาใช้ชีวิตนักเขียนทำงานหนังสือพิมพ์มาตุภูมิ ไฮคลาส และถนนหนังสือ ก่อนลาออกมาเป็นนักเขียนอิสระเต็มตัว เขียนนวนิยายเรื่อง “คือรักและหวัง” และ “จิ้งหรีดกับดวงดาว” ตีพิมพ์ในนิตยสารลลนา รายปักษ์

รวมถึงอีกหลาย ๆ เรื่อง เช่น บนเส้นลวด มนต์รักทรานซิสเตอร์ เทวีกองขยะ นอกจากนี้ ยังมีผลงานเรื่องสั้น สารคดี และบทสัมภาษณ์ตีพิมพ์ในนิตยสารต่าง ๆ อีกมาก

ปี 2525 เรื่องสั้นชื่อ ความฝันวันประหาร ได้รับการเลือกสรรจากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ให้เป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปี

หลังจากนั้นจึงเบนเข็มไปทำธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างกับภรรยาที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนกลับไปทำงานนิตยสารอีกครั้ง เป็นคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน และบรรณาธิการบริหารนิตยสาร Good Life

ปี 2550 กองทุนศรีบูรพามอบรางวัลนักเขียนรางวัลศรีบูรพาให้กับวัฒน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ