TKC เปิดตัว “ThaiCA” ลายเซ็นดิจิทัล พร้อมออกใบรับรองดิจิทัล ในกลุ่มลงนามเอกสารเจ้าแรกในไทย มุ่งตอบโจทย์การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน พร้อมเผยความต้องการมากกว่า 4 ล้านคน ตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ปีแรก 30% จากมูลค่าตลาด 500 ล้านในปี 2571
นายปิยะ จิราภาพงศา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทิร์นคีย์ฯ กล่าวว่า ThaiCA คล้ายกับการออกบัตรประชาชนให้ไปยืนยันตัวตนเวลาทำธุรกรรม แต่เมื่อมาอยู่บนออนไลน์จึงเป็นรูปแบบดิจิทัล ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่ธุรกรรมดิจิทัลของไทย ซึ่งการลงนามด้วยระบบดิจิทัลที่มีการรับรองจากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นจากทาง Adobe Microsoft และอื่น ๆ สามารถระบุไทม์แสตมป์ใช้พิสูจน์ยืนยันทางกฎหมายได้ดีกว่า
“TKC จึงเปิดตัวบริการใหม่ภายใต้ชื่อ ‘ThaiCA’ ซึ่งเป็นบริการที่ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยและความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย เป็นการตอบโจทย์การใช้งานทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล”
สำหรับแนวคิดหลักของ ThaiCA เป็นการมุ่งเน้นสร้างรากฐานความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างประชาชนกับหน่วยงานรัฐ หรือระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกัน ที่ลงนามในสัญญามูลค่าสูงระหว่างภาคธุรกิจ
“ThaiCA” ใช้สำหรับการออกใบรับรองดิจิทัลให้กับบุคคลทั่วไป องค์กร หรือพนักงานองค์กร เวลามีการลงนามตรวจเอกสารออนไลน์ เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลนั้น ๆ จริง ใช้งานคู่กับระบบลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signing Software) เป็นบริการที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนกระบวนการยืนยันตัวตน และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร สร้างความเชื่อมั่นในธุรกรรมสำคัญ
ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ให้ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และถูกต้องครบถ้วน ป้องกันการปลอมแปลงลายเซ็น ป้องกันบุคคลที่สามที่เข้ามาโดยไม่สุจริต
กรอบการทำงานของ ThaiCA เป็นการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง มีความน่าเชื่อถือและมีความปลอดภัย ซึ่งการให้บริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ของ ThaiCA แบ่งได้ 3 ประเภทหลัก ได้แก่
1.ใบรับรองสำหรับบุคคล (Personal Certificate) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้บุคคลมีตัวตนดิจิทัลที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้
2.ใบรับรองนิติบุคคล (Enterprise Certificate) เพื่อรับรองตัวตนขององค์กรและหน่วยงานภาครัฐ
3.ใบรับรองสำหรับบุคลากรในองค์กร (Enterprise User Certificate) เพื่อให้พนักงานขององค์กรสามารถลงนามในเอกสารในนามขององค์กรได้อย่างปลอดภัย
การออกใบรับรองของ ThaiCA สอดคล้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยและมาตรฐานเทคโนโลยีสากล เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเซ็นใบรับรองทางดิจิทัล มีความปลอดภัยสูง และมีผลผูกพันทางกฎหมาย ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้
นายปิยะกล่าวอีกว่า จากการสำรวจตลาดสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พบว่าปี 2567 ที่ผ่านมา ตลาดการออกใบรับรองดิจิทัลมีมูลค่ากว่า 140 ล้านบาท และจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยความต้องการของภาครัฐในเรื่องนี้ปีละ 4 ล้านคน เพราะฉะนั้น ทั้งภาครัฐและพนักงานภาครัฐจึงเป็นตลาดที่ใหญ่มาก มีการคาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2569-2571) มูลค่าตลาดจะสูงถึง 400-500 ล้านบาท เพราะปัจจุบันโตปีละ 700% แล้ว สำหรับส่วนแบ่งตลาดของ TKC ปีแรก ตั้งเป้ากว่า 30%
“TKC เชื่อมั่นว่า ThaiCA ไม่เพียงเป็นระบบเทคโนโลยี แต่ยังเป็นความไว้วางใจที่จับต้องได้ จะเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการวางรากฐาน Digital Trust ที่แข็งแกร่ง ช่วยเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างความโปร่งใสในทุกระดับของธุรกิจยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน หรือประชาชนทั่วไป เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมดิจิทัลที่มีความเชื่อมั่นและยั่งยืนในระยะยาว” นายปิยะกล่าว
ด้านนายเอกพล พรหมรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยสาธารณะ บริษัท TKC กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้บริการมี 2 รูปแบบ โดยปีแรกจะเป็นแบบบีทูบี คือระหว่างองค์กรกับองค์กร ส่วนปีถัดไปจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อใบรับรองผ่านเว็บไซต์ได้ ใบรับรองนี้สามารถนำไปใช้การรับรอง e-Receipt ใบเสร็จรับเงิน หรือ e-Tax Invoice ใบกำกับภาษี ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการจัดทำและลงลายมือชื่อโดยใช้ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเจรจากับกรมสรรพากร