Skip to content

ภารกิจ กตป. ชุดใหม่ จี้ กสทช. กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล-คุ้มครองผู้บริโภค

09 ต.ค. 2568 | 12:20น.
ภารกิจ กตป. ชุดใหม่ จี้ กสทช. กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล-คุ้มครองผู้บริโภค

เปิดตัวคณะ กตป. ใหม่ 5 แนวทางติดตามและประเมินการทำงานของ กสทช. ภารกิจ จี้ กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล-คุ้มครองผู้บริโภค ราคาเน็ต มือถือ หลังการควบรวมทรู ดีแทค USO Net และเสรีภาพสื่อสาร

พลตำรวจตรี เอกธนัช ลิ้มสังกาศ ประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป. หรือซูเปอร์บอร์ด) เปิดเผยว่า หลังจากได้ปฏิบัติงานจัดทำบัญชี HR03 ซึ่งกลายเป็นสารตั้งต้นสำคัญสำหรับแบงก์ชาติในการทำ “บัญชีม้าดำ” สำหรับป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

“เรื่องบัญชีม้าเกิดการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง และม้าดำ แทบจะใช้งานไม่ได้แล้ว แม้ที่ผ่านมามีติดขัดในการดำเนินการอยู่บ้าง แต่ถือว่าการดำเนินการสกัดกั้นอาชญากรที่ใช้บัญชีม้าได้เห็นผล ผมมองว่ายังมีเรื่องต้นน้ำที่ต้องทำ ตอนที่สัมภาษณ์เข้ามาอยู่ใน กตป. ก็อธิบายว่าที่ต้นน้ำการหลอกลวงออนไลน์ คือ แพลตฟอร์มดิจิทัล และ OTT ที่ยังไม่มีการกำกับดูแล และระบุตัวตนอาชญากรได้”

ประธาน กตป. อธิบายด้วยว่า ลองนึกดูว่ากว่าที่เราจะรีพอร์ตจนแพลตฟอร์มเทกดาวน์คอนเทนต์หลอกลงทุน มันยากมาก ในขณะที่ถ้าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับบัญชีดำ ที่ผ่านมาแค่แจ้งตำรวจแล้วตรวจสอบชื่อเจ้าของบัญชีและะงับได้เลย การกำกับดูแลส่วนนี้ต้องชัดเจนและ “มีสภาพบังคับแพลตฟอร์ม”

จึงเชื่อว่าการกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล โซเชียลมีเดีย และ OTT นั้น กสทช. สามารถเข้ามามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนได้ เวลาสังคมมีคำถามว่า กสทช. ทำอะไรอยู่ ตนจะทำหน้าที่ตรวจสอบและเร่งรัด และชี้แจงในสภา หวังว่าหาก กสทช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างสภาพบังคับแพลตฟอร์มสื่อสารได้ จะเป็นการสกัดภัยออนไลน์ที่ต้นน้ำ

นอกจากนี้ ยังจะมุ่งเน้นการติดตามด้านความโปร่งใสในการจัดสรรคลื่นความถี่และการออกใบอนุญาตของผู้ประกอบกิจการให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สืบเนื่องจากปัญหาต่อเนื่อง 3 ปีที่ผ่านมา เช่น ด้านการจัดสรรคลื่นความถี่และการประมูลคลื่นความถี่ในระดับท้องถิ่น ด้านความต้องการของผู้รับใบอนุญาตวิทยุ FM ด้านการส่งเสริมเนื้อหาที่หลากหลาย และด้านการยกระดับวิทยุให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะใช้ในการแจ้งเตือนภัยได้อย่างแท้จริง กำหนดเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 ไว้ดังนี้

ติดตามด้านการอนุญาตโครงข่ายวิทยุในระบบดิจิทัล ด้านการเพิ่มผู้รับใบอนุญาต ด้านการลดสถิติการรบกวนการบิน และด้านเรตติ้งวิทยุ เพื่อผลักดันให้การแข่งขันในกิจการกระจายเสียงไทยเป็นไปอย่างยั่งยืน

ด้าน พลเอก สิทธิชัย มากกุญชร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า หลังจากการควบรวมกิจการ “ทรู-ดีแทค” ทำให้สังคมกังวลเรื่องค่าบริการ และคุณภาพการบริการ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบกับผู้บริโภคโดยตรง จึงจะมุ่งเน้นการติดตามด้านการสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกกิจการ

“สืบเนื่องจากรายงานต่อเนื่อง 3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาสําคัญยังคงเป็นการกำกับบริการหลังการควบรวมของผู้รับใบอนุญาตกิจการโทรคมนาคม ปัญหาด้าน SMS หลอกลวง และ Call Center ที่ต้องจัดการเชิงรุก และความซับซ้อนของระบบร้องเรียนที่ไม่รองรับผู้พิการ ล้วนเป็นโจทย์ที่ต้องเร่งปรับปรุง”

เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง จึงกำหนดเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 ไว้ดังนี้ ติดตามประเด็นการยกระดับมาตรฐานบริการและความโปร่งใส โดยกำกับดูแลบริการแบบหลอมรวม หรือ Bundle Services สำรวจความเป็นธรรมจากการรับบริการ ติดตามสถิติเรื่องร้องเรียน และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายผู้บริโภค ควบคู่กับการส่งเสริม Mobile ID และทักษะดิจิทัล เพื่อให้ผู้บริโภคไทยมั่นใจ ปลอดภัย และเท่าเทียมในยุคดิจิทัล

ดร.พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรทัศน์ มุ่งเน้นการติดตามด้านการจัดสรรที่ชัดเจน ยืดหยุ่น ทันสมัย และประชาชนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม สืบเนื่องจากปัญหาต่อเนื่องคือ การออกใบอนุญาตฯ หลังปี พ.ศ. 2572 มีแนวทางที่ยังไม่ชัดเจน และไม่ยืดหยุ่นต่อเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่

รวมทั้งหลักเกณฑ์ Must Carry และ Must Have ที่ต้องทบทวน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างสิทธิผู้ชมและการแข่งขันกันเอง อีกทั้งยังต้องเร่งส่งเสริมเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ การเข้าถึงของผู้พิการ และการใช้ AI เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแล จึงกำหนดเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 ไว้ดังนี้ ติดตามประเด็นทีวีชุมชนต้นแบบ การเสริมบทบาทเคเบิลทีวี และใช้งานวิจัยเพื่อออกแบบโครงสร้างโทรทัศน์ไทยในอนาคต ควบคู่กับการผลักดันกฎหมายที่ทันสมัย ส่งเสริม Coproduction และการปรับตัวของอุตสาหกรรมสู่ดิจิทัล เพื่อให้โทรทัศน์ไทยก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.อุรุยา วีสกุล กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม มุ่งเน้นการติดตามด้านการแข่งขันที่เป็นธรรม ประชาชนปลอดภัยในการใช้บริการ และการเข้าถึงการใช้งานได้อย่างเท่าเทียม สืบเนื่องจากปัญหาต่อเนื่อง ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคจากอาชญากรรมออนไลน์ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงปัญหาความโปร่งใสในการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันในภาคโทรคมนาคม และการเปิดตลาดให้ผู้เล่นรายใหม่ จึงกำหนดเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 ไว้ดังนี้

ติดตามประเด็นการสร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ควบคู่กับการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และการใช้ประโยชน์จาก USO Net การจัดทำ Spectrum Roadmap เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ การสนับสนุนการใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างการบรรเทาสาธารณภัย และการยกระดับมาตรฐานอุปกรณ์ และกลไกกำกับดูแล เพื่อให้โทรคมนาคมไทยแข่งขันได้ โปร่งใส และปลอดภัยในยุคดิจิทัล

นางสาวอิสรารัศมี์ เครือหงส์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน มุ่งเน้นการติดตามเพื่อสิทธิที่เท่าเทียม ด้านเสรีภาพที่ต้องได้รับการปกป้อง และการสื่อสารเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในทุกกิจการ สืบเนื่องจากรายงานต่อเนื่อง 3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาต่อเนื่องคือ การกำกับดูแลด้านการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและบริการอินเทอร์เน็ตที่ต้องป้องกันการผูกขาด และส่งเสริมสิทธิของประชาชนอย่างสมดุล รวมถึงการจัดการอาชญากรรมไซเบอร์ที่ต้องบูรณาการเป็นวาระแห่งชาติ ขณะเดียวกัน สิทธิของผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง ยังต้องได้รับการสนับสนุนด้านบริการดิจิทัล และโครงการ USO เพื่อเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียม จึงกำหนดเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 ไว้ดังนี้

ติดตามตามแผนให้มีการบริการพื้นฐานที่ทั่วถึงและบริการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบด้านมาตรการต่าง ๆ บรรลุเป้าหมายภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งมีการประเมินการเข้าถึงและการรู้เท่าทันสื่อของประชาชน และการสำรวจสมรรถนะดิจิทัล โดยเฉพาะในกลุ่มคนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านการสื่อสารที่เป็นของประชาชนทุกคน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. โทรคมนาคม