ก้าวใหม่ ‘ทรูบิสิเนส’ Beyond Connectivity หนุนธุรกิจไทย
เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา “ทรู คอร์ปอเรชั่น” ภายใต้การนำทัพของกรุ๊ปซีอีโอ “ซิกเว่ เบรกเก้” ปรับโครงสร้างทีมบริหารครั้งใหญ่ พร้อมปรับเปลี่ยนการทำงานสู่การเป็น “Focused Organization” ที่มุ่งเป้าหมายชัดเจน และลดขั้นตอนการตัดสินใจ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว
ไลน์อัพทีมบริหารชุดใหม่ ปรากฏชื่อ “ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์” เข้ามานั่งในตำแหน่ง “หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร” หรือแม่ทัพ “ทรูบิสิเนส” (TrueBusiness) ซึ่งเมื่อ 4 ปีก่อน ก่อนมีดีลควบรวม “ทรู-ดีแทค” เจ้าตัวเคยนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) มาแล้ว ก่อนขยับไปนั่งกุมบังเหียน “เอ้กดิจิทัล” ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล สื่อโฆษณา และโซลูชั่นสำหรับธุรกิจ ในเครือ Ascend Group และ CP Group
“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.ธีรเดช” และ “ตฤณ สิทธิอนันต์วงศ์” หัวหน้าสายงานการพาณิชย์ด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่เพิ่งรับตำแหน่งเป็นทางการ วันที่ 1 ก.ย. 2568 เกี่ยวกับทิศทางการขับเคลื่อน “ทรูบิสิเนส” ในช่วงต่อจากนี้
เปิดแนวคิด Singular View
“ดร.ธีรเดช” กล่าวว่า วิสัยทัศน์ของทรู คอร์ปอเรชั่น คือการเปลี่ยนตนเองจาก “Infrastructure Plays” เป็น “Intelligence Plays” ที่ต่อยอดความชำนาญเดิมในธุรกิจโทรคมนาคม พัฒนาโซลูชั่นใหม่ ๆ ด้วยการผสานความรู้เรื่อง Data Analytics และ Applied AI เพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจของกลุ่มเอ็นเตอร์ไพรส์ และ Emerging Segment ที่จะเติบโตเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในอนาคต หรือแม้แต่กลุ่มครีเอเตอร์ ที่สร้างรายได้บนช่องทางออนไลน์เป็นหลักด้วย
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ต้องการผลักดันไปให้ถึงผู้ประกอบการ คือ “Data Singular View” หรือการผสานข้อมูลอินไซต์ในองค์กร เข้ากับข้อมูลภายนอก เช่น ข้อมูลจากผู้ให้บริการโทรคมนาคม และกลุ่มค้าปลีก ให้เป็นมุมมองเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเห็นข้อมูลอย่างรอบด้าน และนำไปต่อยอดทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ที่ผ่านมาธุรกิจไทยเจอปัญหาว่ามีดาต้าในมือเยอะมาก แต่ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ จึงตั้งใจผลักดันเรื่อง Singular View มาก ๆ โดยมุ่งหวังที่จะช่วยผู้ประกอบการใน 3 เป้าหมายหลัก คือ Make Money (สร้างการเติบโตผ่านรายได้ที่มากขึ้น) Save Money (ประหยัดต้นทุน) และ Find Money (ต่อยอดธุรกิจใหม่)”
“ดร.ธีรเดช” บอกด้วยว่า นอกจากเทคโนโลยี และโซลูชั่นต่าง ๆ จะสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจแล้ว เรื่องของ “คน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็น “หัวใจ” ของการขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น ซึ่งทรูบิสิเนสตระหนักถึงตรงนี้ และมีแผนที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มอัพสกิลผู้ประกอบการในปีหน้าด้วย
เจาะบริการ “ทรูบิสิเนส”
“ตฤณ” กล่าวว่า ปัจจุบันบริการของทรูบิสิเนสแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ 1.Connectivity อุปกรณ์และการเชื่อมต่อพื้นฐาน ซึ่งเป็นบริการหลักของทรูบิสิเนส ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้กว่า 80-90%
2.Infrastructure บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น คลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ และ 3.ICT Solution/Application การนำโซลูชั่นต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้เป็นบริการใหม่ เช่น Security, CRM และ Marketing เป็นต้น
ส่วนฐานลูกค้าของทรูบิสิเนสมีอยู่เกือบ 3 แสนราย ครอบคลุมทุกไซซ์และอุตสาหกรรม โดยภาพรวมของพอร์ตโฟลิโอลูกค้าจะล้อไปกับข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เร่งดัน Beyond Connectivity
“ดร.ธีรเดช” พูดถึงการขับเคลื่อนกลยุทธ์ช่วงต่อจากนี้ว่า จะต่อยอดสิ่งที่ทรูบิสิเนสทำได้ดีอยู่แล้วอย่าง “Connectivity” ให้เป็น “Beyond Connectivity” คือไม่ได้มีแค่อุปกรณ์เชื่อมต่อ แต่ต้องมี “ระบบ” ที่ปลอดภัย พร้อม “Plus One” ต่อยอดไปยังโซลูชั่นอื่น ๆ เปรียบได้กับพีระมิดที่ชั้นฐานเป็นการเชื่อมต่อ ชั้นต่อ ๆ ไปจะซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ และมียอดบนสุดเป็น “แอปพลิเคชั่น” ที่มีทัชพอยต์สัมผัสกับลูกค้า
“สำหรับการเติบโตทางรายได้วางเป้าไว้ไม่น้อยกว่า 4-5% ล้อไปกับการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคม ที่ปัจจุบันมีมูลค่าราว 8 แสนล้านบาท และโตเฉลี่ยปีละ 4.3% แต่การเติบโตที่เกิดขึ้นต้องมาจากกลุ่ม Beyond Connectivity ไม่น้อยกว่า 70%”
“ตฤณ” เสริมว่า สำหรับแนวทางการทำตลาดจะเน้นแบบ “Solution Based” คือขายลูกค้าแบบเป็นแพ็กเกจ พร้อมให้คำแนะนำในการประยุกต์ใช้โซลูชั่นต่าง ๆ เพราะช่วยแก้ปัญหา และตอบโจทย์การทำธุรกิจของผู้ประกอบการมากกว่าการขายแค่อุปกรณ์เป็นชิ้น ๆ แบบในอดีต
“แต่ละกลุ่มธุรกิจมีความต้องการที่แตกต่างกันไป ซึ่งทรูบิสิเนสมีการวางแพ็กเกจโซลูชั่นให้เข้ากับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น กลุ่มร้านอาหารต้องการระบบ POS และเครื่องรับชำระเงิน ก็มีส่วนที่นำมันนี่บอกซ์ของทรูมันนี่เข้ามาอยู่ในแพ็กเกจด้วย”
มุมมองต่อการแข่งขัน
เมื่อถามถึงมุมมองการแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่น ๆ “ดร.ธีรเดช” บอกว่า ทรูบิสิเนสจะเน้นที่การพัฒนาโซลูชั่นของตนเองให้ดีที่สุด โฟกัสในสิ่งที่เก่งอยู่แล้ว คือเรื่องของ Connectivity และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สามารถมอบประสบการณ์ใช้งานแบบไร้รอยต่อ และแก้ปัญหาไซโลจากเวนเดอร์รายต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจว่าเป็นลูกค้าเรา แล้วจะมีผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่คุ้มค่า
“อะไรที่เราไม่เก่ง ก็แค่พาร์ตเนอร์กับคนอื่น เพื่อเติมเต็มจุดแข็งของกันและกัน แต่แกนหลักสำคัญ คือต้องทำสิ่งที่ถนัดให้ดีที่สุด”
ความท้าทายเรื่อง “คน”
“ดร.ธีรเดช” บอกด้วยว่า สิ่งที่ท้าทายที่สุดหลังรับตำแหน่งมาได้ 1 เดือนกว่า ๆ คือการทำให้ทีมทรูบิสิเนสที่มีกว่า 500 คน เห็นภาพวิสัยทัศน์ หรือแนวทางที่ต้องการมุ่งไปเห็นตรงกัน เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเกิดได้จากการทำงานของคนเพียงคนเดียว แต่ต้องไปทั้งขบวน
“ผมยังใหม่กับบทบาทนี้มาก ๆ มีอะไรหลายอย่างให้เรียนรู้อีกเยอะ”
แม่ทัพทรูบิสิเนสทิ้งท้ายด้วยว่า มากกว่าการเติบโตทางธุรกิจ หรือการทรานส์ฟอร์มของทรู คอร์ปอเรชั่น คือการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และช่วยให้คนตัวเล็กมีช่องทางประกอบอาชีพมากขึ้น เพราะศักยภาพของ AI สามารถขับเคลื่อนการเติบโตของ GDP ได้ถึง 14%