อวสาน Alt season? ผวา Bitcoin หลุด 100,000 เหรียญ
คริปโตฯ ผวา Bitcoin ดิ่งลงต่ำกว่าแสนเหรียญในรอบ 6 เดือน ฉุดมูลค่าตลาดหาย 2 แสนล้านเหรียญ ชุมชนคริปโตฯ ฝันค้าง Alt Season ในวัฏจักรขาขึ้นไม่เกิด ขณะ Ethereum เผชิญวิกฤตศรัทธาอีกครั้ง หลังแพลตฟอร์ม Defi ชั้นนำโดนแฮ็ก
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีผวาหนัก หลังราคา Bitcoin ปรับตัวลงต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ หนักสุดเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ราคา BTC ซึ่งเคยทำจุดสูงสุดที่ 126,000 เหรียญสหรัฐ ได้ร่วงทะลุไปที่ 98,000 เหรียญชั่วขณะ ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อย แต่ก็นับเป็นการร่วงลงต่ำกว่าแสนเหรียญครั้งแรกในรอบเจ็ดเดือน
การร่วงลงของบิตคอยน์ยังฉุดราคาทริปโตเคอเรนซีอื่น ๆ อย่าง Ethereum ก็หลุดต่ำกว่า 3,200 เหรียญสหรัฐ และทั้งตลาดร่วงตามกันติด ๆ จนมูลค่าตลาดสูญไปกว่า 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 24 ชั่วโมง
ดัชนีความกลัวและความโลภแตะระดับ “กลัวขีดสุด” ปิดรับความเสี่ยงใด ๆ
ในขณะเดียวกัน ชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีกำลังถกเถียงเกี่ยวกับ Alt Season ซึ่งเดิมทีมักจะเกิดในช่วงโค้งท้ายปี (ต.ค.-ธ.ค.) หรือราว 1 ปีครึ่ง หลังเกิด Bitcoin Halving หรือหลังจาก Botcoin ทำราคาสูงสุดแล้ว เม็ดเงินจะกระจายลงไปสู่เหรียญทางเลือกอื่น ๆ ที่มีโปรเจ็กต์น่าสนใจ ซึ่งในวัฎจักรคริปโตฯ รอบนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของ Alt Coin ทำให้เกิดความกังวลว่า “วัฏจักร 4 ปี” ที่เคยเกิดขึ้นในครั้งก่อน ๆ ไม่มีแล้ว และอาจไม่มี Alt Season
นอกจากนี้ ในฝั่งของ Ethereum ซึ่งเป็นเหรีบญคริปโตฯ อันดับสองของตลาดร่วงหนักสุดกว่า 15% แตะ 3,200 เหรียญ นอกจากจะเผชิญแรงกดดันจากตลาดโดยรวมแล้ว ยังเผชิญความกลัวจากเหตุการณ์ที่มีแฮกเกอร์โจมตีแพลตฟอร์มการเงินไร้ศูนย์กลาง (DeFi) Balancer ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่คู่กับบล็อกเชน Ethereum มายาวนาน
การแฮกครั้งนี้เป็นการขโมย Eth ประมาณ 117ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการโจมตีที่ช่องโหว่ของสมาร์ตคอนเทร็กที่เกี่ยวข้องกับการปัดเศษทศนิยม หรือเป็นการหาช่องโหว่จากโมเดลคณิตศาสตร์ ทำให้การออดิตทางด้านโค้ดดิ้งไม่สามารถตรวจพบ จึงสะท้อนความน่ากังวลว่าการปกป้อง Defi ด้วย สมาร์ตคอนเทร็กอาจไม่เพียงพอ
ในขณะเดียวกันช่องโหว่นี้อาจจะปรากฎในแพลตฟอร์ม Defi หลายแพลตฟอร์ม เนื่องจาก Balancer ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์ม Defi ที่มั่นคงที่สุดบน Ethereum ทำให้มีการเปิดเผยซอร์ซโค้ดและคัดลอกหรือ Fork ไปสร้างแพลตฟอร์มลักษณะคล้ายกันอีกหลาย 10 แพลตฟอร์ม
ดังนั้น แพลตฟอร์ม Defi ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนมูลค่าของ Ethereum จึงเผชิญกับวิกฤตความน่าเชื่อถือ กดดันราคา ETH ลงไปด้วย