การใช้ “มาสคอต” (Mascot) เป็นตัวแทนในการสื่อสารของแบรนด์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในแวดวงการตลาด แต่อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสูตรของการทำแบรนด์ให้มัดใจผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยก็ว่าได้ ที่ผ่านมามีหลายแบรนด์ในไทยปั้นมาสคอตเป็นตัวแทนแบรนด์จนขึ้นแท่นขวัญใจผู้คนมาแล้วไม่ใช่น้อย เช่น “กล้วยกรุงศรี” ที่มีภาพจำเป็นนักเต้นเท้าไฟ รวมไปถึง “น้องอุ่นใจ” ของค่ายมือถือ AIS
เดบิวต์มาสคอตอินฟลูฯ
แต่จุดปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “มาสคอต” เป็นมากกว่าเครื่องมือการตลาด พร้อมไปกับการจุดพลุ “Mascot Influencer” ยกระดับกลายมาเป็น “คนดัง” หนีไม่พ้นการเดบิวต์ของ “หมีเนย” (Butterbear) หรือ “น้องเนย” ผู้กุมหัวใจเหล่ามัมหมีทั่วเอเชีย ไม่ใช่แค่ในบ้านเรา หากไปไกลถึงจีน และเกาหลีใต้
ไม่ใช่แต่ “หมีเนย” หากแต่ปัจจุบันมี “อินฟลูฯตัวน้อย” อีกมากมาย โดยเฉพาะในกลุ่ม “แคแร็กเตอร์ ประจำแฟนด้อม” (Fandom Characters) ของค่ายจีเอ็มเอ็มทีวี (GMMTV) ที่มีสถานะเป็น “หลาน ๆ” ของเหล่า “อุนย่า-อุนยาย” หรือแฟนคลับที่ติดตามผลงานของคู่จิ้น และศิลปินในค่าย
ตัวอย่างแคแร็กเตอร์ที่ FC แน่น ๆ ก็ เช่น “โพก้าซัง” (Polcasan) หรือ “ยัยซัง” มาสคอตหมีวาฬพูดได้ประจำแฟนด้อม “เตนิว” (เต ตะวัน-นิว ฐิติภูมิ) หรือ “เบบี๋” จากแฟนด้อม “ออฟกัน” (ออฟ จุมพล-กัน อรรถพันธ์) และ “เมต้า” ของวิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร เป็นต้น
นั่นทำให้ “นรัญจ์ พุ่มศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า หนึ่งในนวัตกรรมทางธุรกิจของบริษัท คือการสร้างรายได้จากโมเดล “Mascot Monetization” หรือการต่อยอดความสำเร็จจากแคแร็กเตอร์ “โพก้าซัง” มาสู่การพัฒนามาสคอตตัวใหม่ ๆ ให้กับศิลปินคู่ต่าง ๆ
ปั้น Fandom Characters
“มาสคอตเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตุ๊กตา แต่ได้มีการวางสถานะให้เป็นเหมือนศิลปินคนหนึ่งของค่าย โดยจะสามารถรับงานจ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์ ออกงานอีเวนต์ และมีสินค้า Merchandise เป็นของตัวเอง ถือเป็นการสร้าง High Value Added ที่ไร้ขีดจำกัด และมีความยั่งยืน”
“นรัญจ์” มองว่า นอกจากจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตัวบุคคลเพียงอย่างเดียวแล้วยังสามารถเจาะตลาดสินค้าของสะสมต่าง ๆ ได้ในระยะยาวอีกด้วย
ในงาน GMMTV2026 MAGIC VIBES MAXIMIZED เมื่อเร็ว ๆ นี้ “สถาพร พานิชรักษาพงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน GMMTV มีจำนวน Fandom Characters กว่า 27 แคแร็กเตอร์ และมียอดผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียทุกช่องทางสูงถึง 8.2 ล้านคน แบ่งเป็น Instagram 4.5 ล้านคน, X 1.1 ล้านคน และ TikTok 2.4 ล้านคน

ด้วยความนิยมที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บริษัทตัดสินใจจัดตั้งบริษัทย่อยในเครือชื่อว่า “Gemmistry Soul” เพื่อบริหารจัดการการทำงานของเหล่ามาสคอตโดยเฉพาะ
ไม่ว่าจะเป็นการออกงานอีเวนต์ หรือการเป็นพรีเซ็นเตอร์กับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น “โพก้าซัง” ที่ปัจจุบันมีสัญญาการทำงานร่วมกับ 4 แบรนด์แล้ว โดยจะมีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
“การออกงานของหลาน ๆ มีทั้งที่ออกพร้อมพ่อพ่อ-แม่แม่ (คู่จิ้น หรือศิลปิน) และแบบเดี่ยว ซึ่งแต่ละแบรนด์ที่จะตัดสินใจร่วมงานกันก็สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม”
แรงส่งอุตฯแคแร็กเตอร์
Fandom Characters ของ GMMTV ไม่ได้มีฐานแฟนคลับแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังครองใจเหล่า “อุนย่า-อุนยาย” ในต่างประเทศด้วย ต่าง “โดนตก” จากความน่ารักของหลาน ๆ ไปเต็ม ๆ ดังจะเห็นได้จากในเดือน พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ทั้งโพก้าซัง เบบี๋ จัมโม่ และอะโวเชี่ยน ได้เดินทางไปร่วมงาน The World Character Summit in Hanyu 2025 ที่ประเทศญี่ปุ่น และทำกิจกรรมพบปะแฟน ๆ จนความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม
ที่สำคัญการขยายตัวของฐานแฟนคลับ “อินฟลูฯมาสคอต” อย่างรวดเร็ว ยังทำให้มาสคอตครองกระแสไวรัลตลอดปี 2568 และกลายเป็น “ปรากฏการณ์แห่งปี” ที่ได้รับคะแนนโหวตใน LINE TODAY POLL OF THE YEAR 2025 สูงสุดถึง 34.19%
น่าติดตามต่อว่าปรากฏการณ์ “Mascot Influencer” จะดำเนินต่อไปในปี 2569 อย่างไร ?
แต่ที่แน่ ๆ ความสำเร็จของเหล่าอินฟลูฯมาสคอต เป็นแรงส่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแคแร็กเตอร์ของไทยด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากจะเติมเต็มอีโคซิสเต็มให้แข็งแรงขึ้น ยังเพิ่มโอกาสให้กับบรรดาครีเอเตอร์ในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างหลากหลายมากขึ้นด้วย