เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท รูปพรรณขายออก 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,100 บาท รูปพรรณขายออก 64,950 บาท
ตำรวจจ่อเอาผิดโพสต์บิดเบือน-ด้อยค่าคนพะเยา ปมลูกเรือขนยา
Biz Movement ตำรวจจ่อเอาผิดโพสต์บิดเบือน-ด้อยค่าคนพะเยา ปมลูกเรือขนยา
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นไปได้ด้วยดี
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นไปได้ด้วยดี
ทองดีดกลับเหนือ 4,050 เหรียญ ประธานเฟดชี้เงินเฟ้อเริ่มลด ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เจรจาเชิงบวก
Finance ทองดีดกลับเหนือ 4,050 เหรียญ ประธานเฟดชี้เงินเฟ้อเริ่มลด ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เจรจาเชิงบวก
SET วันนี้ (2 ก.ค.) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,570 – 1,600 จุด จับตาแรงกดดันหุ้นเทคฯ
Finance SET วันนี้ (2 ก.ค.) คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 1,570 – 1,600 จุด จับตาแรงกดดันหุ้นเทคฯ
ไชยชนก แจงงบ ดีอี พุ่ง 33% จากคลาวด์กลางภาครัฐ 
Uncategorized ไชยชนก แจงงบ ดีอี พุ่ง 33% จากคลาวด์กลางภาครัฐ 
ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (2 ก.ค.) เปิดตลาด 33.35 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
Politics เปิด 72 อรหันต์ “กมธ.พิจารณางบ 70”
‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
Economic ‘ยาง-มะพร้าว’ สะดุดสงครามราคา โจทย์ใหญ่เกษตรไทยรับมือการค้าโลก
ดูทั้งหมด

ไม่ใช่แค่แรม แต่ CPU ก็ขาดตลาด ค้าปลีกไอทีจ่อขึ้นราคาสินค้าปลายทาง 2-5 พันบาท

15 ม.ค. 2569 | 17:32น.

วิกฤตชิปขาดแคลนลากยาวต่อในปี 2026 ผู้ผลิต-ค้าปลีกไอทีรายยักษ์ของไทย ชี้ ไม่ใช่แค่แรม-ชิปหน่วยความจำขาดตลาด ซีพียูก็ขาดแคลน และจ่อขึ้นราคาด้วย เตรียมปรับราคาสินค้าปลายทาง 10-20% หรือ 2-5 พันบาทต่อเครื่อง คราวนี้ไม่ใช่แค่คอมประกอบ แต่รวมถึงสินค้าสำเร็จรูป Notebook-สมาร์ทโฟน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงปี 2025 ที่ผ่านมาเกิดปัญหาชิปหน่วยความจำขาดแคลน เนื่องจากมีการจัดส่งให้ดาต้าเซ็นเตอร์เอไอขนาดใหญ่ และผู้ผลิตรายใหญ่ทยอยยกเลิก-ลดการผลิตชิปความจำสำหรับลูกค้าคอนซูเมอร์ โดยปัญหาที่พบเดิมทียังจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มคอมพิวเตอร์ประกอบเอง ที่ผู้บริโภคต้องซื้อชิ้นส่วนต่าง ๆ เอง

โดยล่าสุด รายงานจาก IDC และ Trendforce ระบุตรงกันว่า สินค้าปลายทางที่ประกอบสำเร็จรูปมาแล้วอย่าง “สมาร์ทโฟน” และ “โน้ตบุ๊ก” จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตชิปด้วย เพราะหน่วยความจำคิดเป็นต้นทุนผลิต 10-40% จึงคาดว่ามีการรีเซตโครงสร้างราคาใหม่ โดยไม่เพิ่มขึ้นมากแต่มาร์จิ้นแคบลง หรือกำหนดมาตรฐานสเป็กใหม่ใช้หน่วยความจำน้อยลง คาดว่า ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนอาจเพิ่มขึ้น 3-5% ในสถานการณ์ปานกลาง หรือ 6-8% ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด

โดยเฉพาะผู้ผลิต OEM กลุ่มสมาร์ทโฟนกลางถึงล่างที่มีการซื้อหน่วยความจำล่วงหน้าน้อยกว่าแบรนด์ไฮเอนด์ จะกดดันส่วนต่างกำไรหรือมาร์จิ้นต่อชิ้นให้แคบลง และผลักส่วนต่างนั้นถึงมือผู้ซื้อปลายทาง 

ในฝั่งคอมพิวเตอร์ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตลาดไอทีประกอบกับสอบถามแหล่งข่าวในวงการค้าส่งไอที เปิดเผยว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังคงไม่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ “แรม” หรือชิปความจำที่ขาดตลาด แต่ตอนนี้ยังรวมถึงชิปประมวลผลหรือ CPU ยอดนิยม “สีฟ้า” ที่ขาดตลาดไป และ “สีแดง” ที่กำลังขึ้นราคา อีกทั้งสินค้าอื่น ๆ อย่างเมนบอร์ด จะทยอยปรับขึ้นราคาด้วย

นายวรพจน์ ถาวรวรรณ ผู้จัดการทั่วไปประจำไทย และภูมิภาคอินโดจีน ของ เลอโนโว (Lenovo) ซึ่งเป็นเวนเดอร์รายยักษ์ท็อป 3 ของโลก เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในเดือน ม.ค. 2569 นี้ ราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคปลายทางได้ปรับตัวสูงขึ้นแล้วประมาณ 10-20% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากต้นทุนหน่วยความจำ (Memory/SSD) ที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 300% ตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งทางผู้ผลิตได้แบกรับมาต่อเนื่อง

“สินค้าที่ได้รับผลกระทบนั้นครอบคลุมทุกอุปกรณ์ที่ใช้หน่วยความจำ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์พีซี มือถือ แท็บเลต และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอื่น ๆ ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีกภายใน 3 เดือนข้างหน้า จะไม่ปรับตัวลดลงเป็นเวลาอย่างน้อย 9 เดือน”

“การตอบสนองต่อราคาในไตรมาสแรก ผู้บริโภคอาจชะลอการตัดสินใจซื้อจากภาวะ “ช็อกราคา” แต่หลังจากรับทราบว่าราคาจะยังไม่ลดลงในระยะเวลาอันใกล้ อย่างน้อย 1 ปี คาดว่ากำลังซื้อจะกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป เพราะไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับการใช้งาน โดยเฉพาะการสิ้นสุดซัพพอร์ตวินโดวส์ 10 ทำให้คนต้องเปลี่ยนไปใช้เครื่องรุ่นใหม่” 

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งรายใหญ่ กล่าวด้วยว่า เมื่อเวนเดอร์ปรับขึ้นราคา เรารับของมาก็ต้องปรับตาม และพาร์ตเนอร์ค้าปลีกก็ต้องปรับขึ้นด้วย

“แต่อย่างไรก็ตามสินค้าคอมซูเมอร์ยังหวังโต 10% จากประสบการณ์ชิปขาดตลาดช่วงโควิด-19 เราเห็นแล้วว่า เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนเครื่อง คนก็ต้องซื้ออยู่ดี เพราะสินค้าไอทีโดยเฉพาะกลุ่มมือถือ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ต้องใช้ในการทำงาน” 

ขณะที่สินค้าฝั่งคอมเมอร์เชียล หรือเอ็นเตอร์ไพรส์ ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ หรืออื่น ๆ ล้วนมีสเป็กเฉพาะ ที่องค์กรมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไว้หมดแล้วจึงน่าจะยังไม่ได้รับผลจากการขาดแคลนชิป

ด้านนายณัฏฐ์ ณัฐนิธิการัชต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE ค้าปลีกไอทีรายใหญ่ เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าราคาปลายทางของคอมพิวเตอร์ประกอบ และโน้ตบุ๊กพีซี (สินค้าประกอบเสร็จ) ปรับขึ้นประมาณ 2-5 พันบาทต่อเครื่อง ในสเป็กเดิม

สิ่งที่จะเกิดตามมามองว่า การจัดสเป็กจะลดขนาดหน่วยความจำ SSD, RAM แบบไม่อลังการ ราคาก็จะขึ้นไม่เยอะ

“ผลกระทบต่อค้าปลีกคืออาจไม่โตเท่าที่ควรจะเป็น แต่คาดว่า YOY ยังคงโต เพราะครบรอบเปลี่ยนจากสมัยโควิด และเครื่องที่ใช้วินโดวส์ 10 ต้องเปลี่ยน เพราะไมโครซอฟต์ไม่ซัพพอร์ตแล้ว ส่วน Advice เราจะยังเน้นโตจากมือถือ แต่อาจปรับเป้าโตจาก Oppday งบฯ Q3/68 เคยบอกว่าจะโต 30% ตอนนี้ปรับเป้าเหลือ 25%”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชิป สินค้าไอที