Apple จับมือกับ Klarna เล็งให้เช่า iPhone 17 เริ่มที่ประมาณ 600 บาทต่อเดือน
Apple จับมือ Klarna เปิดตัวบริการเช่า iPhone 17 และอุปกรณ์อื่นๆ เริ่มต้นเพียง 600 บาทต่อเดือน เพื่อแก้เกมราคาอุปกรณ์ที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตชิ้นส่วนขาดแคลน หวังช่วยให้ผู้บริโภคให้เข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจก่อนการก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของ ทิม คุก (Tim Cook)
หลังจากการปรับราคาสินค้าและอุปกรณ์หลายๆ ประเภทครั้งใหญ่ เหล่าสาวก Apple และชาววงการไอทีก็รู้กันเป็นอย่างดีว่า iPhone 17 และสินค้าใหม่อื่นๆ ที่จะออกมาหลังจากเหตุการณ์นี้ต้องราคาพุ่งแตกต่างไปจากเดิมแน่ๆ ซีเอ็นบีซี (CNBC) ระบุ สำหรับสาวก “แอปเปิล (Apple)” ในสหรัฐอเมริกาจะสามารถเช่า iPhone ได้สูงสุดนาน 2 ปี ในราคาเริ่มต้นที่ 17.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 604 บาท โดยบริษัทได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
โครงการนี้มีชื่อว่า Upgrade ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Klarna ผู้ให้บริการสินเชื่อประเภท “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now, Pay Later) โดยจะมีให้บริการทั้งในร้านค้า Apple Store และช่องทางออนไลน์ ลูกค้าที่ผ่านการตรวจสอบประวัติเครดิตขั้นต้น (Soft Credit Check) จะได้รับข้อเสนอสัญญาเช่า iPhone ระยะเวลา 1 หรือ 2 ปี นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในลักษณะเดียวกันสำหรับ Apple Watch รวมถึงสัญญาเช่าระยะเวลา 2 หรือ 3 ปีสำหรับ Mac และ iPad อีกด้วย
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่แอปเปิลได้ปรับขึ้นราคาเริ่มต้นของ iPad และ Mac ไปเมื่อเดือนก่อนอย่างน้อย 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,350 บาท โดยบางรุ่นปรับขึ้นสูงถึงกว่า 1,000 อดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33,500 บาท โดยอ้างอิงถึงวิกฤตการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลก
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคา iPhone จะมีการปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้เช่นกัน และมองว่าการเปิดให้เช่าจะช่วยให้แอปเปิลเบี่ยงเบนความสนใจของผู้บริโภคจากราคาขายปลีกที่สูงขึ้น ไปสู่ยอดชำระต่อเดือนที่ถูกลงแทน
“ผู้บริโภคส่วนใหญ่ของแอปเปิล โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และประเทศที่พัฒนาแล้ว มักจะซื้ออุปกรณ์ผ่านการผ่อนชำระหรือการนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่ ดังนั้นเราจึงคาดว่าจะได้เห็นข้อเสนอที่ดึงดูดใจมากขึ้น”
นาบิลา โพพัล (Nabila Popal) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ IDC กล่าวกับ ซีเอ็นบีซี (CNBC) ในการให้สัมภาษณ์หลังจากที่แอปเปิลส่งสัญญาณปรับขึ้นราคาเมื่อเดือนมิถุนายน
แอปเปิลกำลังมองหาแนวทางใหม่ๆ ในการเสนอขาย iPhone ผ่านระบบผ่อนชำระ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่นักลงทุนเชื่อมานานว่าจะช่วยลดความผันผวนตามฤดูกาลของธุรกิจ และลดการพึ่งพารอบการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในการสร้างการเติบโต นอกจากนี้ โครงการใหม่นี้ยังอาจช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเปลี่ยนอุปกรณ์เร็วขึ้น เนื่องจากผลการประเมินจาก Bernstein ระบุว่า รอบการเปลี่ยนเครื่องใหม่เฉลี่ยของ iPhone ในปัจจุบันขยับยาวออกไปเกือบถึง 4 ปีแล้ว
เนื่องจากเป็นการเช่า ลูกค้าจะต้องคืนเครื่องเมื่อครบกำหนดสัญญา 24 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเครื่องนั้นไว้เป็นของตัวเองได้เมื่อครบสัญญาโดยการจ่ายเงินเพิ่มเติม หรือจะเลือกอัปเกรดเป็นเครื่องรุ่นใหม่ก็ได้ โครงการนี้ไม่จำเป็นต้องวางเงินประกัน และแม้ว่า Klarna จะไม่คิดค่าปรับกรณีชำระล่าช้า แต่จะทำการยกเลิกสัญญาเช่าหากขาดส่งงวดติดต่อกันนาน 3 เดือน
อัตราค่าเช่าจะแตกต่างกันไปอย่างมาก และลูกค้าจะต้องจ่ายแพงขึ้นสำหรับอุปกรณ์รุ่นพรีเมียม ยกตัวอย่างเช่น iPhone 17 Pro เครื่องเปล่า จะมีค่าเช่าอยู่ที่ 31.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 1,073 บาท สำหรับสัญญา 2 ปี หรือ 45.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ประมาณ 1,543 บาท สำหรับสัญญา 1 ปี ทั้งนี้ อุปกรณ์รุ่นเริ่มต้นบางรุ่น เช่น iPhone 16 และ MacBook Neo จะไม่อยู่ในโครงการนี้
นับตั้งแต่มีการประกาศปรับขึ้นราคาในเดือนมิถุนายน เหล่านักวิเคราะห์ต่างพากันคาดการณ์ถึงราคา iPhone ที่จะสูงขึ้น โดย Morgan Stanley ประเมินว่าแอปเปิลอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคา iPhone 18 Pro อีกประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,712 บาท เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ ขณะที่ข้อมูลจาก TechInsights ระบุว่า ต้นทุนหน่วยความจำและชิ้นส่วนอื่นๆ ที่สูงขึ้น อาจทำให้ต้นทุนวัตถุดิบ (Bill of Materials) ของ iPhone เพิ่มขึ้นมากถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,068 บาท โดยอ้างอิงจากการถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อวิเคราะห์ต้นทุน
ในขณะเดียวกัน แอปเปิลกำลังผลักดันกลุ่มผลิตภัณฑ์ของตนไปสู่ตลาดระดับบนมากขึ้น นักวิเคราะห์คาดว่า สมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้ (Foldable Phone) จะเปิดตัวพร้อมกับไลน์อัป iPhone 18 Pro ในเดือนกันยายน โดยประมาณการราคาไว้ที่ราวๆ 2,500 หรือประมาณ 83,900 บาท
สำหรับว่าที่ลูกค้า ข้อเสนอใหม่ร่วมกับ Klarna นี้ ถือเป็นตัวเลือกการเช่าที่ถูกกว่าระบบเดิมที่มีอยู่อย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ผ่านโครงการ iPhone Upgrade Program ซึ่งรวมประกัน AppleCare ไว้ด้วย ผู้ใช้ต้องจ่ายเงินมากกว่า 42 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน โดยแบ่งชำระ 24 งวด ผ่านการให้สินเชื่อของธนาคาร Citizens Bank
ทั้งนี้ แอปเปิลระบุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ได้ยกเลิกโครงการ iPhone Upgrade Program ในสหรัฐฯ แล้ว และจะย้ายลูกค้าไปยังระบบ Apple Upgrade แทน
ด้วยแผนงานใหม่นี้ แอปเปิลจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันโดยตรงกับบรรดาค่ายเครือข่ายโทรศัพท์มือถือมากขึ้น ซึ่งผู้ให้บริการเหล่านี้มักใช้การผ่อนชำระอุปกรณ์และเงินอุดหนุนจากการนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่ เพื่อดึงดูดลูกค้าและผูกมัดให้อยู่กับแพ็กเกจไร้สายระยะยาวหลายปี โดย AT&T, Verizon และ T-Mobile ต่างก็มีแผนผ่อนชำระอุปกรณ์ให้บริการอยู่แล้วเช่นกัน
นอกจากนี้ แอปเปิลยังมีบริการผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% สำหรับผลิตภัณฑ์ของตนผ่านโครงการ Apple Card Monthly Installments และสำหรับผู้ใช้ Apple Pay ก็สามารถขอสินเชื่อระยะสั้นได้จาก Klarna หรือบริษัทคู่แข่งอย่าง Affirm ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แอปเปิลมีกำหนดการที่จะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ซึ่งจะเป็นการรายงานผลประกอบการครั้งสุดท้ายของ ทิม คุก (Tim Cook) ในฐานะซีอีโอ ก่อนที่เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งเพื่อไปรับตำแหน่งประธานบริหารของคณะกรรมการบริษัท (Executive Chairman of the Board)