เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 24 ก.ย.69 
Sport สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 24 ก.ย.69 
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข เช็กบัตรดี-บัตรเสีย
อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตเปิดเวที Greenest Cities Phuket ดันภาคใต้สู่เมืองเขียว
กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
Finance กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชชนก วันมหิดล 2569
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชชนก วันมหิดล 2569
SACIT ร่วมตีความ “MOLLY” มุมมองใหม่ ในนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary”
Biz Movement SACIT ร่วมตีความ “MOLLY” มุมมองใหม่ ในนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary”
‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ศิลปินแห่งชาติ ตำนานผู้สร้างใบปิดหนังไทย เสียชีวิต อายุ 93 ปี
News ‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ศิลปินแห่งชาติ ตำนานผู้สร้างใบปิดหนังไทย เสียชีวิต อายุ 93 ปี
เปิดผลสำรวจคุณธรรมและทุนชีวิตปี’69 คนไทยมีคุณธรรมระดับพอใช้
Biz Movement เปิดผลสำรวจคุณธรรมและทุนชีวิตปี’69 คนไทยมีคุณธรรมระดับพอใช้
โรดโชว์สหรัฐหนุนหุ้นนิคมฯ จับตา WHA-AMATA เด่น รับธีม FDI-Data Center
Finance โรดโชว์สหรัฐหนุนหุ้นนิคมฯ จับตา WHA-AMATA เด่น รับธีม FDI-Data Center
ดูทั้งหมด

ค่า GP อีคอมเมิร์ซขึ้นแล้วขึ้นอีก วัดใจ ‘ภาครัฐ’ สางปัญหาซ้ำซาก

08 ส.ค. 2569 | 07:03น.

การปรับขึ้น “ค่าธรรมเนียมการขาย” หรือค่า GP (Gross Profit) ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบถี่ ๆ ยังคงเป็นปัญหาหนักอกของเหล่าผู้ประกอบการ แม้ที่ผ่านมาจะมีการเรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการออกแบบกลไกกำกับดูแล และบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ก็ยังไม่เห็นแนวทางที่เป็นรูปธรรมเท่าไรนัก

“ช้อปปี้” ขึ้นค่า GP รอบที่ 3

ขณะที่ในฝั่งของแพลตฟอร์มยังคงมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2569 “ช้อปปี้” (Shopee) และ “ลาซาด้า” (Lazada) พร้อมใจกันใช้ค่าธรรมเนียมอัตราใหม่ที่มีการปรับเพิ่มจากช่วงก่อนหน้าอีก 1-3%

โดย “ช้อปปี้” ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ช้อปปี้จะดำเนินการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมการขาย (Sale Transaction Fee) สินค้าในบางหมวดหมู่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมการขาย แต่บางหมวดหมู่จะมีการปรับเปลี่ยนอัตราค่าธรรมเนียมการขาย 1% หรือ 2% ทำให้ Mall Sellers ต้องจ่ายสูงสุดที่ 19.26% และ Non-Mall Sellers สูงสุด 17.12% (รวม VAT)

ก่อนหน้านี้ ช้อปปี้ได้มีการประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายในปี 2569 มาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. และ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา เท่ากับว่าการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้คือรอบที่ 3 ของปี

ส่วน “ลาซาด้า” มีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม Premium Package รวมถึงค่าธรรมเนียมบริการมาร์เก็ตเพลส (Marketplace Service Fee) ทำให้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป ร้านค้าทั่วไปต้องจ่ายสูงสุด 15% LazMall สูงสุด 17.5% (ไม่รวม VAT) โดยในปี 2569 ลาซาด้ามีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายมาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา

ขณะที่ “ติ๊กต๊อก ช็อป” (TikTok Shop) มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในปี 2569 ไปแล้ว 2 ครั้ง โดยอัตราล่าสุดที่มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2569 Mall Sellers ต้องจ่ายสูงสุด 13.91% และ Non-Mall Sellers สูงสุด 11.77%

กขค. จี้ผู้ค้าปกป้องสิทธิตัวเอง

พลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า และประธานอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการกำกับดูแลและป้องปรามพฤติกรรมทางการค้าในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเวทีรับฟังผู้ค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความเสียหาย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินงานของแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อสะท้อนปัญหาในการประกอบธุรกิจ

โดยพบว่าปัญหาที่ผู้ค้าส่วนใหญ่เจอมีความคล้ายคลึงกัน เช่น การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่เป็นธรรม การบังคับคู่ค้าเข้าร่วมแคมเปญส่งเสริมการขาย การบังคับโปรโมชั่น การไม่คืนเงินประกันให้กับคู่ค้า การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาโดยไม่แจ้งให้คู่ค้าทราบล่วงหน้า การบริการขนส่งที่ล่าช้า หรือปฏิเสธการเข้ารับสินค้าจากคู่ค้า รวมถึงปัญหาด้านลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และระบบอัลกอริทึ่ม เป็นต้น

ภายหลังการประชุมครั้งนี้ สำนักงาน กขค.ได้จัดให้มีการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือทางกฎหมายเป็นรายกรณี พร้อมรับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีทันทีหากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการค้าที่ไม่เป็นธรรม

“กขค. ไม่นิ่งนอนใจและพร้อมใช้มาตรการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าเข้าคุมเข้มธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลทันที จึงขอให้ผู้ประกอบธุรกิจเชื่อมั่นในกระบวนการทางกฎหมาย และรู้จักปกป้องสิทธิของตนเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า”

ชำแหละปัญหาร้องเรียนสะดุด

นางสาวกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมอีคอมเมิร์ซไทย (THECA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2568 มีผู้ประกอบการยื่นฟ้องต่อสำนักงาน กขค. ในคดีที่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มดิจิทัลประมาณ 15-16 เคสเท่านั้น ถือว่าน้อยกว่าภาพที่เกิดขึ้นจากการเรียกร้องในหมู่ผู้ประกอบการมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังมี “ช่องว่าง” ในการเตรียมหลักฐานที่ครบถ้วนและชัดเจน

เมื่อเก็บข้อมูลล่าช้า หรือไม่ครบถ้วน ก็จะทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ลำดับเหตุการณ์ หรือความผิดได้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการหลายรายยังไม่เข้าใจกระบวนการร้องเรียนต่อ กขค. หรือการพิสูจน์ความผิดทางข้อกฎหมาย แม้จะมีความพยายามในการร้องเรียนมาโดยตลอดก็ตาม ซึ่งไม่ใช่แค่การขึ้นค่าธรรมเนียม แต่ยังมีเรื่องการลดการมองเห็นสินค้า การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการ การระงับบัญชีโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน และอื่น ๆ

“พอผู้ประกอบการเตรียมข้อมูลและหลักฐานไม่เพียงพอ การร้องเรียนหรือสอบสวนก็ไม่คืบหน้า รวมถึงทำให้โอกาสในการร้องเรียนไม่สำเร็จสูงด้วย โดยพบว่ามีผู้ประกอบกว่า 70% ที่ไม่สามารถเตรียมหลักฐานได้อย่างครบถ้วน ก่อนยื่นร้องเรียนต่อ กขค.”

สมาคมทำหน้าที่ “ตัวกลาง”

นางสาวกุลธิรัตน์กล่าวถึงบทบาทของสมาคมในประเด็นนี้ว่า สมาคมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อผู้เสียหายจากกลุ่มเฟซบุ๊ก “ผู้เสียหายแพลตฟอร์ม” ที่ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 20,000 คน กับหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมทั้งผลักดันพัฒนาแนวทางการเตรียมข้อมูลและหลักฐานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ประกอบการยื่นร้องเรียนต่อ กขค. ได้อย่างตรงจุด ซึ่งมีหลัก ๆ 5 ขั้นตอน ได้แก่

1.ประเมินพฤติกรรมของแพลตฟอร์ม วิเคราะห์ว่าการดําเนินการของแพลตฟอร์มอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าหรือไม่ เช่น ขึ้นค่า GP บังคับใช้บริการขนส่ง หรือบังคับให้เข้าร่วมโปรโมชั่น 2.เก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบให้ครบ 12 หมวด เช่น ข้อมูลร้านค้า ข้อมูลยอดขาย และการจัดอันดับ เป็นต้น

3.วิเคราะห์ผลกระทบและความเสียหาย เชื่อมโยงพฤติกรรมของแพลตฟอร์มกับผลกระทบที่เกิดขึ้น 4.เชื่อมโยงกับกฎหมายการแข่งขันทางการค้า พิจารณาว่าพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายบทบัญญัติใด เช่น มาตรา 50 การใช้อำนาจเหนือตลาดโดยไม่เป็นธรรม หรือมาตรา 57 การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และ 5.จัดทำคำร้องและยื่นต่อ กขค.

“ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาการเรียกร้องส่วนใหญ่จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มีเคสที่ประสบความสำเร็จ หรือชนะคดีกับแพลตฟอร์มอยู่ 3-4 เคส ซึ่งสะท้อนว่าการจัดเตรียมหลักฐานและข้อมูลให้ครบถ้วนเป็นสิ่งสำคัญ”

ติงค่าฟี “ไทย” ขึ้นถี่เกิน

เมื่อถามถึงแนวโน้มการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในอนาคต นายกสมาคมอีคอมเมิร์ซไทยบอกว่า ในปีนี้ไม่ควรมีการขึ้นค่าธรรมเนียมอีกแล้ว เพราะจากข้อมูลที่สมาคมรวบรวมไว้พบว่าในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมามีการขึ้นค่าธรรมเนียมถึง 4 รอบ ซึ่งถือว่าถี่มากเมื่อเทียบกับในต่างประเทศ

เข้าใจว่า “แพลตฟอร์ม” ต้องมีผลกำไรจากการให้บริการ เพราะเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ มีผู้ถือหุ้นคาดหวังผลการดำเนินเสมอ แต่อีกด้านก็ต้องการให้กติกาต่าง ๆ แฟร์กับผู้ประกอบการด้วย เพราะการขึ้นค่าธรรมเนียมแบบถี่ ๆ ทำให้ผู้ขายหลายรายตั้งตัวไม่ทัน และต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว

“ขอบข่ายอำนาจของ กขค.ในปัจจุบันยังทำได้แค่แบบจัดการรายเคส ซึ่งในฝั่งของการกำกับดูแลเรื่องค่า GP หรือปัญหาอื่น ๆ ในภาพรวมยังอยู่ในช่วงสุญญากาศทางการกำกับดูแล ซึ่งทางสมาคมเดินหน้าผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลประโยชน์เกิดแก่ผู้ประกอบการในไทย”