เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง โปรดเกล้าฯ ส่งพระราชสาส์น อำนวยพร สี จิ้นผิง ในโอกาสวันชาติจีน
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง โปรดเกล้าฯ ส่งพระราชสาส์น อำนวยพร สี จิ้นผิง ในโอกาสวันชาติจีน
‘ชัชชาติ’ เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ปรับเพดานช่วยเหลือเพิ่ม จ่ายตามความเสียหายจริง ยื่นออนไลน์ได้
Economic ‘ชัชชาติ’ เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม ปรับเพดานช่วยเหลือเพิ่ม จ่ายตามความเสียหายจริง ยื่นออนไลน์ได้
‘รถ-บ้าน’ น้ำท่วม! อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย เปิดแนวทางเคลมด่วน รับเงินภายใน 3 วันทำการ
Finance ‘รถ-บ้าน’ น้ำท่วม! อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย เปิดแนวทางเคลมด่วน รับเงินภายใน 3 วันทำการ
นายกฯ เปิดโรงงานชิปชั้นนำโลก ปักหมุดไทยฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์
Tech นายกฯ เปิดโรงงานชิปชั้นนำโลก ปักหมุดไทยฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์
ไทยประกันชีวิต ออกโปรดักต์ใหม่ ‘มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้’ ชิงตลาดลดหย่อนภาษีปลายปี
Finance ไทยประกันชีวิต ออกโปรดักต์ใหม่ ‘มันนี่ ฟิต เวลท์ตี้’ ชิงตลาดลดหย่อนภาษีปลายปี
น้ำท่วมกดเศรษฐกิจ 2.1 หมื่นล้าน หวัง ‘ไทยช่วยไทย’ พยุงปลายปี คง GDP ปี’69 โต 2%
Finance น้ำท่วมกดเศรษฐกิจ 2.1 หมื่นล้าน หวัง ‘ไทยช่วยไทย’ พยุงปลายปี คง GDP ปี’69 โต 2%
วัส ชี้ดุลพินิจ กกต.ไม่ใช่อำนาจตามใจ-หลักฐานฮั้ว สว.ถึงเกณฑ์ ต้องส่งศาลฎีกา
Politics วัส ชี้ดุลพินิจ กกต.ไม่ใช่อำนาจตามใจ-หลักฐานฮั้ว สว.ถึงเกณฑ์ ต้องส่งศาลฎีกา
เจาะลึก ‘บ้านจัดสรร vs สร้างบ้านเอง’ ทางเลือกลดความเสี่ยงวิกฤตน้ำท่วม น้ำหลาก
Real Estate เจาะลึก ‘บ้านจัดสรร vs สร้างบ้านเอง’ ทางเลือกลดความเสี่ยงวิกฤตน้ำท่วม น้ำหลาก
จรัญ แนะช่องถึงศาล รธน. ล้มเลือก สว.ทั้งชุด เหตุไม่สุจริตเชื่อศาลฎีกาสอบเส้นเงิน
Politics จรัญ แนะช่องถึงศาล รธน. ล้มเลือก สว.ทั้งชุด เหตุไม่สุจริตเชื่อศาลฎีกาสอบเส้นเงิน
ราคาทองวันนี้ (1 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 67,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (1 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 67,450 บาท
ดูทั้งหมด

นายกฯ เปิดโรงงานชิปชั้นนำโลก ปักหมุดไทยฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์

01 ต.ค. 2569 | 13:49น.
นายกฯ เปิดโรงงานชิปชั้นนำโลก ปักหมุดไทยฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์

นายกฯ เปิดโรงงาน Infineon บริษัทชิปสัญชาติเยอรมันระดับชั้นนำโลก ปักหมุดไทยฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์สำคัญของภูมิภาค รุกตั้งฐานเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ในไทย รองรับ EV–พลังงาน–ดาต้าเซ็นเตอร์–AI เดินหน้า “Made in Thailand” เชื่อมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานชิประดับโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เข้าร่วมพิธีเปิดฐานการผลิตแห่งใหม่ของบริษัท Infineon Technologies Manufacturing (ประเทศไทย) ที่นิคมอุตสาหกรรมอารยะ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ

โดยจะเป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์กำลัง (Power Semiconductor) และโมดูลกำลัง (Power Module) ขั้นสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมและบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ และเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตั้งแต่ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สำหรับฐานการผลิตแห่งใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาเป็นโรงงานอัจฉริยะที่ใช้ระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง มีขีดความสามารถด้านการผลิตขั้นปลาย (Advanced Back-end Manufacturing) ครอบคลุมกระบวนการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตโมดูลกำลัง (Power Modules) และเซมิคอนดักเตอร์แบบแยกชิ้น (Discretes)

รวมถึงการทดสอบเวเฟอร์ (Wafer Testing) โดยใช้ห้องคลีนรูมและระบบอัตโนมัติในระดับสูง รองรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความซับซ้อนและมูลค่าสูง สำหรับภาคยานยนต์ ภาคอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ตลอดจนมีขีดความสามารถในการขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้ นายอเล็กซานเดอร์ กอร์สกี้ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท Infineon Technologies และนายมิชาเอล ไรเฟินชทูล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลงทุนของ Infineon มีความสำคัญต่อการยกระดับประเทศไทยจากฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ไปสู่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง เนื่องจาก Power Semiconductor เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาด

และมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ระบบอัตโนมัติ ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI การมีฐานการผลิตที่มีขีดความสามารถครบวงจรมากขึ้นในประเทศไทยจะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

ทั้งด้านชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติ วัสดุและอุปกรณ์สำหรับการผลิต ตลอดจนบริการด้านเทคโนโลยี และช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกมากขึ้น

“การลงทุนครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งการสร้างงานที่มีทักษะสูง การพัฒนาบุคลากรไทยให้มีความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง รวมถึงการสร้างโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม

ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของคนไทยและสร้างโอกาสการทำงานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้กับคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน การขยายตัวของฐานการผลิตจะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทยในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง”

ทั้งนี้ ปัจจุบันฐานการผลิตของ Infineon ในประเทศไทยมีการจ้างงานประมาณ 350 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,000 คน เมื่อเพิ่มกำลังการผลิต นอกจากนี้ Infineon ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา และพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะช่วยสร้างบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงงานคุณภาพสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีกับ Infineon ในโอกาสเปิดฐานการผลิตแห่งใหม่ พร้อมระบุว่า การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ไม่เพียงสำหรับการดำเนินธุรกิจของ Infineon ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงความก้าวหน้าของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีระหว่างไทยกับเยอรมนี ซึ่งมีความสัมพันธ์และความร่วมมือที่เข้มแข็งมาอย่างยาวนาน

พร้อมย้ำว่า การลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการจ้างงานให้แก่ประชาชนไทยในระยะยาว

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โรงงานผลิตชิประดับแนวหน้าในยุโรปจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับฐานการผลิตขั้นปลายที่มีเทคโนโลยีสูงและมีความยืดหยุ่น เพื่อให้กระบวนการผลิตครบวงจรและสามารถรองรับตลาดโลกได้ โดย “ประเทศไทยพร้อมก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดเชื่อมโยงสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก”

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ซึ่งเป็นแผนระยะยาวถึงปี ค.ศ. 2050 เพื่อขับเคลื่อนแนวคิด “Made in Thailand” สำหรับอุตสาหกรรมชิป และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำของภูมิภาค

นอกจากนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมาย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์กำลัง (Power Semiconductor) ชิปตรวจจับสัญญาณ (Sensor) และโฟโตนิกส์ (Photonics) ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของ Infineon โดยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ่าน 5 เสาหลัก พร้อมเร่งนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่านกลไก Thailand FastPass เพื่อเร่งรัดการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ลดขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และช่วยให้โครงการลงทุนสามารถเดินหน้าจากการตัดสินใจสู่การดำเนินการจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชม Infineon ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ของไทย ทั้งการรับสมัครและพัฒนาวิศวกรทักษะสูง การเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยเข้ารับการฝึกอบรมในต่างประเทศ ตลอดจนความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการพัฒนาหลักสูตรด้านเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อยกระดับกำลังคนคุณภาพสูงรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคต

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลอำนวยความสะดวกในการนำผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ในไทย ผ่านการปรับปรุงกระบวนการวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) และการอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาตทำงานสำหรับบุคลากรทักษะสูง เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน การวิจัยและพัฒนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่บุคลากรไทย