พฤติกรรมออนไลน์ ช่วงโควิด-19
คอลัมน์ Pawoot.com โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
จากข้อมูลของ ETDA ต่อพฤติกรรมของคนที่สั่งซื้ออาหารออนไลน์ (online food delivery) เนื่องมาจากความกังวลของโรคโควิดนั้น ปรากฏว่า Gen Y (อายุ 19-38 ปี) มีมากถึง 40.2%, Gen Z (อายุต่ำกว่า 19 ปี)มี 30.0%, baby boomer (อายุ 55-73 ปี) มี 28.6% และ Gen X (อายุ 39-54 ปี) มี 26.9% แต่โดยเฉลี่ยทั้งหมดคือ 33.9%
ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ เกือบ 89% ของการสั่งซื้ออาหารออนไลน์นั้นจะสั่งซื้อผ่านแค่ 4 แอปพลิเคชั่นใหญ่ คือ Grab Food, GET, LINE MAN และ Food Panda (ซึ่งสังเกตว่าไม่มีแอปพลิเคชั่นที่เป็นของไทยเลย)
จากประสบการณ์การไปเป็นกรรมการสตาร์ตอัพในที่ต่าง ๆ ของผม จริง ๆ แล้วตามต่างจังหวัดก็มีบรรดาสตาร์ตอัพที่ทำแอปพลิเคชั่นคล้าย ๆ แบบนี้อยู่บ้าง อย่างที่เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น แต่พวกเขาบอกว่ากำลังจะตาย
เหตุผลก็เพราะพวกยักษ์ใหญ่อย่าง LINE MAN หรือ Food Panda ต่างกำลังขยายบริการออกไปที่นั่น แถมยังอัดโปรโมชั่นลดราคาค่าส่งต่าง ๆ อีกมาก ทำให้พวกเขาอยู่ไม่ได้ และก็เริ่มล้มหายตายจากกันไป บอกได้เลยว่านี่เป็นเกมของยักษ์ใหญ่ที่เริ่มไปบดขยี้การให้บริการลักษณะนี้ในต่างจังหวัดด้วยเหมือนกัน
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลของ ETDA ถึงเหตุผลที่คนหันไปสั่งซื้ออาหารทางออนไลน์ คือ ไม่อยากนั่งกินที่ร้านมี 80.37% ไม่อยากเสียเวลาต่อคิว 57.63% และมีส่วนลดในแอปพลิเคชั่นถึง 47.04%
ตอนนี้สงครามหรือเกมของพวกแอปพลิเคชั่นสั่งอาหารยังเพิ่งเริ่มต้นขึ้นได้ไม่นานเท่าไหร่ ยังมีผู้เล่นอีกเยอะ ดังนั้น โปรโมชั่นต่าง ๆ จะยังประดังเข้ามา ซึ่งจะแตกต่างจากลักษณะของรถแท็กซี่ ที่ตอนนี้ Grab เข้าไปกินหมดแล้ว จะเห็นว่าตอนนี้จะไม่ค่อยมีโปรโมชั่นอะไรออกมาแล้ว
กลับมาดูกันตามเจเนอเรชั่น จากที่ผมสังเกตน้อง ๆ ที่ทำงาน เด็กรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม Gen Y หลายคนอาศัยอยู่ตามคอนโดฯ เวลาจะกินอะไรก็มักจะใช้ช่องทางนี้เป็นหลัก จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมกลุ่ม Gen Y จึงใช้บริการสั่งซื้ออาหารทางออนไลน์มากที่สุดถึง 51.09%
รองลงมา คือ กลุ่ม Gen X ที่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่หน่อย การสั่งอาหารของกลุ่มนี้มักจะเป็นการสั่งมากินกันที่บ้าน และกลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มที่มียอดการจ่ายเงินในการสั่งอาหารแต่ละครั้งมากที่สุด เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมากกว่านั่นเอง กลุ่มต่อมาที่ใช้บริการสั่งซื้ออาหารทางออนไลน์มากรองลงมา คือ baby boomer และกลุ่ม Gen Z ตามลำดับ
ที่ผ่านมาผมได้เจอกับหลาย ๆ คน และได้คาดการณ์กันว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์โควิด-19 ไปแล้ว ประเทศเราจะเปลี่ยนไปเยอะมากเลยทีเดียว หลายคนจะเริ่มคุ้นเคยกับดิจิทัลจนเป็นเรื่องปกติ เช่น การประชุมออนไลน์ผ่านวิดีโอคอล ผ่านแอปพลิเคชั่นที่บริการเกี่ยวกับการประชุม ฯลฯ
ในช่วงที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าหลายคนต้องมีประสบการณ์ครั้งใหม่สำหรับการประชุมออนไลน์ บางคนเพิ่งเริ่มรู้จัก Zoom, Google Hangouts Meet, Skype บางคนเพิ่งเริ่มมีการประชุมทางออนไลน์เพราะไม่มีทางเลือกอื่น ฉะนั้นเมื่อมีการใช้บ่อย ๆ ก็จะเริ่มรู้สึกว่าสะดวกและทำงานได้ง่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นหลังจากนี้ไปในเชิงธุรกิจ โควิด-19 นี้จะเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจในประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้เร็วมากขึ้น
การเปลี่ยนนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะแค่ในประเทศไทย แต่จะเป็นการเปลี่ยนไปทั้งโลกเลยก็ว่าได้ในการใช้ชีวิตหรือการทำงานต่าง ๆ นั้นจะมีดิจิทัลเข้ามาสอดแทรกอย่างรุนแรงมาก ทั้งรูปแบบการทำงานหรือรูปแบบธุรกิจในยุคหลังโควิด-19 จะเปลี่ยนไปเยอะมากเลยทีเดียว