เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

อีกทางเลือกของตลาดทุน ยุคหลังโควิด-19

07 ส.ค. 2563 | 17:57น.
คอลัมน์ Pawoot.com
คอลัมน์ Pawoot.com
โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

การระบาดของโควิดคาดว่าจะควบคุมได้ดีมากขึ้น ดูจากการตื่นตัว จากระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ เช่น แอปพลิเคชั่น “ไทยชนะ” แม้ช่วงหลังคนอาจไม่ค่อยสแกนบ้างแล้ว สังเกตได้ว่ามีการจัดการปัญหาได้เร็วมากขึ้นหรือจากข่าวต่างประเทศ อย่างประเทศญี่ปุ่นก็ชื่นชมประเทศไทยในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีการทำงานได้ดีในเรื่องควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

การจัดการที่ดีทำให้ไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ เช่น ธุรกิจการบิน การท่องเที่ยว ฯลฯ ก็มีโครงการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น “เราเที่ยวด้วยกัน” ที่ร่วมกับแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย

ปัจจุบันทุกธนาคารในประเทศไทยส่วนใหญ่มีการขยับตัวเปลี่ยนแปลง อย่างธนาคารกสิกรไทยมีการเปิดตัว KBTG ที่เป็นบริษัทด้านดิจิทัลโดยเฉพาะ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิด SCB 10X การลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีมากมาย ธนาคารของรัฐอย่างกรุงไทยก็เติบโตต่อเนื่อง เริ่มมี innovation center มีทีมนักพัฒนาจำนวนมาก ต่างจากเมื่อก่อนมากเลยทีเดียว

จากที่เคยมีคนบอกว่าธนาคารจะแย่แน่นอนเมื่อฟินเทคมา แต่จะเห็นได้ว่าแบงก์หรือธนาคารกำลังพัฒนาไปเร็วมาก เป็นอีกอุตสาหกรรมที่มีการตื่นตัว หรือที่เรียกว่า paranoid

(พารานอยด์) คือกลัวจนตั้งรับการมาถึงของเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ดีเลยทีเดียว บอกได้เลยว่าตอนนี้เกือบทุกธนาคารมีการเปิดบริการด้านดิจิทัลแบงก์กันหมดแล้ว จะเห็นว่าธนาคารของไทยมีการปรับตัวได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันสตาร์ต

อัพไทยเองก็พัฒนาตัวเองได้ดีมากขึ้นด้วย ปกติในการระดมทุนต้องเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ที่ผ่านมาคงเคยได้ยินคำว่า P2P lending (peer-to-peer lending) ซึ่งมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาไม่นาน แต่ต้องยอมรับว่ามีสตาร์ตอัพไทยบางแห่งทำเรื่องนี้นำหน้าไปก่อนแล้ว

ตัวอย่างมีอยู่เจ้าหนึ่งที่ทำเป็นแพลตฟอร์มสำหรับเจ้าของธุรกิจที่อยากได้เงินลงทุน ให้เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ ทำการยืนยันตัวตน

กรอกข้อมูล บอกรายละเอียดเรื่องของการเงินว่าเป็นอย่างไร แพลตฟอร์มนี้จะคล้ายกับ ก.ล.ต.ที่จะตรวจสอบบริษัทว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ หลังจากนั้นจึงแจ้งว่าต้องการเงินเท่าไหร่ เขาจะนำจำนวนเงินที่คุณต้องการนี้ไปโพสต์ไว้ในตลาดกลางหรือเว็บกลางที่ฝั่งหนึ่งจะเชื่อมต่อกับคนที่ต้องการเงิน

และอีกฝั่งก็เชื่อมต่อกับคนที่มีเงินแล้วอยากลงทุน

แต่ต้องบอกก่อนว่ามีขั้นตอนที่ค่อนข้างเยอะ ใช้เวลามากสักนิด เพราะอยู่ภายใต้การกำกับของแบงก์ชาติ ต้องมีการโทร.ตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ว่าเป็นความจริงหรือไม่ เพื่อป้องกันการโกงจากมิจฉาชีพ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใหม่มาก หากเกิดความผิดพลาดธุรกิจอาจพังได้ ซึ่งใน marketplace ของเขามีอยู่ 5-6 บริษัท บางบริษัทต้องการกู้เงิน 5-15 ล้านบาท แต่ละคนจะมีอัตราดอกเบี้ยที่จะให้กับคนที่ไปลงทุนแตกต่างกัน ดอกเบี้ยให้ทุกเดือน 5-15% ซึ่งดีมาก

การกู้ยืมมีความเสี่ยง และในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ สิ่งที่จะเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจว่าควรให้หรือไม่นั้นก็คือ ต้องดูว่าเรารู้จักบริษัทนั้นหรือไม่ ซึ่งจะมีข้อมูลของบริษัทที่สตาร์ตอัพหรือบริษัทจะกรองข้อมูลไปให้ก่อน มีคะแนนจัดอันดับให้ ตั้งแต่ AA, A, B เป็นต้น หากต้องการจองก็ทำได้เลย แล้วเมื่อถึงเวลาคุณก็โอนเงินไปให้

ที่ว่ามานี้คือเว็บไซต์ที่ชื่อ www.peerpower.co.th เรียกว่าเป็นที่ที่ทำให้ผู้ประกอบการเข้าไประดมทุน และดูข้อมูลได้หากต้องการลงทุนในบริษัทใด คล้าย ๆ การซื้อตั๋ว B/E ซึ่งทุกอย่างทำผ่านดิจิทัลได้หมดเลย peer-to-peer เป็นสิ่งที่ธนาคารน่าจะกลัว เพราะต่อไปไม่ต้องเข้าธนาคาร ไม่มีตัวกลาง บริษัทนี้เป็นตัวกลางระหว่างคนที่มีเงินกับคนที่อยากได้เงิน

ฉะนั้นทำหน้าที่เหมือนธนาคาร

ตรงนี้เรียกว่า peer-to-peer lending จากปลายทางหนึ่งตรงไปยังอีกปลายทางหนึ่งโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ผมมองเห็นว่ากำลังจะมีบริการในลักษณะนี้ออกมาอีกเรื่อย ๆ ตอนนี้มีหลายบริษัทกลุ่มพวก nonbank กลุ่มบริษัทไฟแนนซ์ต่าง ๆ ก็อยากกระโดดเข้ามาทำตรงนี้

ฉะนั้น ในอนาคตอันใกล้ในแง่ของผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจจะมีทางเลือกในการที่จะขอเงิน กู้เงิน ฯลฯ ได้หลากหลายวิธีมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามานี้เอง