เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส.อ.ท. เผยน้ำท่วมกระเทือนยอดผลิตรถเดือน ก.ย. ฮวบ 6.08%
Automotive ส.อ.ท. เผยน้ำท่วมกระเทือนยอดผลิตรถเดือน ก.ย. ฮวบ 6.08%
กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง น้ำทะเลหนุนสูง 28 ต.ค.นี้
News กทม.เตือน 11 ชุมชนนอกแนวเขื่อนเจ้าพระยา ยกของขึ้นที่สูง น้ำทะเลหนุนสูง 28 ต.ค.นี้
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,800 บาท
จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงปี’70 ธุรกิจต้องเตรียมตั้งรับ
Finance จับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงปี’70 ธุรกิจต้องเตรียมตั้งรับ
LH Bank ส่งเงินฝากประจำระยะสั้น 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี
Finance LH Bank ส่งเงินฝากประจำระยะสั้น 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 1.20% ต่อปี
สำรวจรถไฟฟ้าสายใหม่ สายไหนไปต่อ-ชะลอยาว
Economic สำรวจรถไฟฟ้าสายใหม่ สายไหนไปต่อ-ชะลอยาว
The Art Auction Center ชวนดู ‘CRAFTED’ รวมผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ
Biz Movement The Art Auction Center ชวนดู ‘CRAFTED’ รวมผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ
STMS ในเครือพูลผล ผนึก “สัมมากร” รับบริหาร 20 โครงการที่พักอาศัย
Real Estate STMS ในเครือพูลผล ผนึก “สัมมากร” รับบริหาร 20 โครงการที่พักอาศัย
สรรพสามิต ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 บรรเทาค่าครองชีพประชาชน แลกสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน
Finance สรรพสามิต ลดภาษีน้ำมัน B20-E20 บรรเทาค่าครองชีพประชาชน แลกสูญรายได้ 1.5 หมื่นล้าน
เอกนิติ ชี้ประชาชนแห่ลงทะเบียนติดโซลาร์ภาคประชาชน วันแรกพุ่งกว่า 7,000 คน
Finance เอกนิติ ชี้ประชาชนแห่ลงทะเบียนติดโซลาร์ภาคประชาชน วันแรกพุ่งกว่า 7,000 คน
ดูทั้งหมด

บิ๊กมูฟ SCG-ไมโครซอฟท์ ทำไม “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม” จึงสำคัญ

15 มิ.ย. 2565 | 13:48น.

ปัจจุบันการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี “ดิจิทัล” มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโควิด-19 บริษัทยักษ์ใหญ่ของไทยอย่าง “เอสซีจี” ก็ให้ความสำคัญกับการทำ “ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น” เช่นกัน ล่าสุดประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ “ไมโครซอฟท์” ในการยกระดับการพัฒนาศักยภาพองค์กรดิจิทัลครบวงจร

“รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี พูดถึงเส้นทางการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น และความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ของเอสซีจี ว่า เป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดและลูกค้า

โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่ผ่านมา ชัดเจนว่าเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว และเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งไปจากเดิมมาก เช่น การใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือได้เข้ามาแทนการใช้เงินสด

โดยที่ผ่านมามีการปรับกระบวนการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้แล้วในหลายด้าน ประกอบด้วย 1.การพัฒนานวัตกรรมและโซลูชั่นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น “SCG Bi-ion” เทคโนโลยีไอออนกำจัดเชื้อโรคในอากาศ และ “SCG IOT Sensing Thermostat” เป็นระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศไร้สายอัจฉริยะ เพื่อการประหยัดพลังงาน

2.การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า เช่น แพลตฟอร์ม “TRUCK GO” ระบบจัดการบริหารงานขนส่ง (Transportation Management System) สำหรับผู้ประกอบการและบริษัทขนส่งขนาดกลาง-เล็ก เพื่อช่วยประหยัดต้นทุนจากการลดเวลาทำงานได้ 60% และแพลตฟอร์มสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ช่วยบริหารจัดการต้นทุนและสต๊อกสินค้าให้ร้านค้ารายย่อยที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 10,000 ราย

และ 3.พัฒนากระบวนการผลิต เช่น กรณีเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโปรเจ็กต์ “บอนไซ” (Bonsai) ของไมโครซอฟท์มาพัฒนาเทคโนโลยี digital twin หรือตัวแทนเสมือนเพื่อปรับรูปแบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพขึ้น ปรับสายการผลิตสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าแม่นยำขึ้น แต่ใช้เวลาน้อยลง เป็นต้น

“ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอสซีจีเป็นผู้นำในธุรกิจที่ตนเองทำอยู่ ขณะที่ไมโครซอฟท์เป็นผู้นำเทคโนโลยี เชื่อว่าความร่วมมือกันจะสร้างผลกระทบที่ดีทั้งกับบริษัทและประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตและขยายตลาดไปในระดับโลกได้

ซึ่งนวัตกรรมที่นำมาใช้เน้นตอบโจทย์ 3 ด้าน คือ เพิ่มความ “ตรงใจ” (building for intelligence) นำเสนอผลิตภัณฑ์และข้อมูลสินค้าที่ตรงความต้องการเฉพาะตัวของลูกค้าผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมด้วยเทคโนโลยีเอไอ เพื่อช่วยลูกค้าพิจารณาและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ในร้านค้าเอสซีจีโฮมและช่องทางออนไลน์

“การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเชิงลึกบน digital commerce platform ช่วยให้เข้าใจความสนใจของลูกค้า และตลาดแม่นยำขึ้น ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดรับกับความต้องการได้ทันท่วงที ลดเวลารอคอยการยืนยันส่งมอบสินค้าได้ถึง 70%”

ถัดมาคือ เสริมความ “ฉับไว” (building for agility) ในทุกการดำเนินงาน เช่น โครงการ Smart Manufacturing Campus Solution-CPAC Green Solution ในธุรกิจซีเมนต์และกรีนโซลูชั่นที่นำเทคโนโลยีเอไอ และเมตาเวิร์สมาผสมผสานกับเครื่องจักร คน และกระบวนการทำงาน ทำให้การบริหารจัดการกระบวนการผลิตรวดเร็วปลอดภัย รู้ทันความเสี่ยงในการผลิตล่วงหน้า

และช่วยให้ใช้ทรัพยากรได้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และต่อยอดความ “ล้ำเทรนด์” (Building for the Beyond) เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ในอนาคต เช่น คิดค้นนวัตกรรมผ่านโลกเสมือนในเมตาเวิร์ส เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบพร้อมผู้เชี่ยวชาญจากเอสซีจี และย่นเวลาการวิเคราะห์วิจัยนวัตกรรมให้สั้นลงด้วยเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

“กุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์” ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน เอสซีจีซี เสริมว่า เอสซีจีซีเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกมีกว่า 400 เกรด ขายให้ลูกค้าทุกอุตสาหกรรม แต่ละแบบมีคุณสมบัติและความหลากหลายแตกต่างกันจึงเป็นความท้าทายในการผลิต เพราะต้องเปลี่ยนชนิดของเม็ดพลาสติก และโรงงานเดินเครื่อง 24 ชั่วโมง

ซึ่งหมายถึงจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นกว่าคุณภาพจะไปถึงจุดที่ต้องการ ที่ผ่านมาใช้ “คน” ก็พยายามปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วขึ้นอย่างเต็มที่ ทำได้ดีที่สุด ลดเวลาจาก 8-10 ชั่วโมง เป็น 5-6 ชั่วโมง หรือการเพิ่มทีมวิเคราะห์ข้อมูล บิ๊กดาต้าก็ทำได้ถึงจุดหนึ่ง

กระทั่งร่วมกับทีมไมโครซอฟท์ในโปรเจ็กต์ “บอนไซ” นำเทคโนโลยี “ดิจิทัลทวิน” มาใช้กับ 1 โรงงาน ทำให้ก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ ของโรงงานและคน ลดเวลาได้ถึง 40% ปล่อยของเสียน้อยลงและผลิตสินค้าที่ขายได้มากขึ้นด้วย จึงเตรียมขยายไปยังโรงงานอื่น ๆ

“รุ่งโรจน์” พูดถึงงบประมาณที่ใช้ในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้วยว่า ที่ผ่านมาทำพร้อมไปกับการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งปกติจะใช้เงินราว 1-2% ของยอดขายรวมกว่า 5 แสนล้านบาท หรือราว 6-7 พันล้านบาท และทำไปพร้อมกันหลายส่วน

เช่น การปรับบิสซิเนสโมเดล ก็ไม่ได้แยกว่าส่วนไหนเป็นดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ส่วนไหนเป็นบิสซิเนสโมเดล แต่ที่ทำกับไมโครซอฟท์ไปแล้วบางส่วนน่าจะใช้เงินไปแล้วราว 500-600 ล้านบาท อาจขยายเพิ่มเติมได้อีกถ้าไปได้ดี

“เดิมเราอาจเคยมองว่านวัตกรรมเป็นตัวช่วยธุรกิจ แต่ทุกวันนี้กลายมาเป็นตัวหลัก โดยมีโควิดเป็นตัวเร่งที่สำคัญ เหมือนเวลาง่วง ๆ เราอาจต้องการดื่มกาแฟสัก 2 ชอต พอมีโควิดต้องเพิ่มเป็น 4 ชอต การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นทำให้เราผ่านจุดนั้นมาได้

และต้องทำต่อเพราะตลาดพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตลอด เรามีประสบการณ์ในธุรกิจที่เราทำ มีตลาดในไทยและในอาเซียน เมื่อนำมาบวกกับเทคโนโลยีและประสบการณ์ของไมโครซอฟท์ก็น่าจะเป็นกำลังสำคัญเสริมศักยภาพขององค์กรให้เข้มแข็งและตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีขึ้น”