“เซ็นทารา” ปักหมุดโอซากา เปิดโรงแรม 5 ดาวแห่งแรกในญี่ปุ่น

เซนทารา โอซากา

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาสำหรับ “เซ็นทารา แกรนด์ โอซากา” โรงแรม 5 ดาว แฟลกชิปแห่งใหม่ของโอซากา ประเทศญี่ปุ่น และโรงแรมในญี่ปุ่นแห่งแรกของเครือ “เซ็นทารา”

“ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ผู้ลงทุนและบริหารโรงแรมเครือเซ็นทารา บอกถึงเหตุผลที่กลุ่มเซ็นเทลสนใจไปลงทุนธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่นว่า เนื่องจาก “ญี่ปุ่น” เป็นประเทศที่ติด 10 อันดับแรกของประเทศที่นักท่องเที่ยวชาวไทยต้องการไปเยือนมานาน และ “โอซากา” ก็เป็นเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมระดับโลก และมีศักยภาพสูงด้านการเดินทาง มีระบบคมนาคมที่สะดวก ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวชาวไทย รวมถึงเกาหลีใต้ และจีน

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์

ปักหมุดแห่งแรกที่โอซากา

โดยโครงการแรกคือ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ โอซากา ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่าง 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL บริษัท Taisei Corporation จำกัด และบริษัท Kanden Realty & Development จำกัด

โดยเซ็นเทลถือสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 53% พาร์ตเนอร์อีกทั้ง 2 รายรวมกัน 47% มูลค่าการลงทุนรวม 3.1 หมื่นล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 9 พันล้านบาท

ขณะที่ “กันย์ ศรีสมพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน และรองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร “เซ็นเทล” เสริมว่า มูลค่าการลงทุน 3.1 หมื่นล้านเยนดังกล่าว แบ่งเป็นเงินกู้จากธนาคารมิซูโฮ (Mizuho) ประมาณ 20,700 ล้านเยน ส่วนที่เหลือประมาณ 10,300 ล้านเยน แบ่งเป็นการลงทุนโดยเซ็นทารา 53% และพาร์ตเนอร์ในส่วนที่เหลือ

“โรงแรมแห่งนี้ถือเป็นอีกแห่งที่เราวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนได้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยผลตอบแทนกลับสู่ส่วนของเจ้าของ หรือ Owner’s equity อาจอยู่ในระดับสองหลัก”

พร้อมให้ข้อมูลว่า การท่องเที่ยวญี่ปุ่นค่อนข้างแข็งแรง นักท่องเที่ยวจำนวนมากอยากเดินทางมาเยือน โดยปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวมาเยือนราว 32 ล้านคน

6 เดือนแรกอัตราเข้าพัก 70%

“ธีระยุทธ” บอกด้วยว่า คาดว่าในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเดือนแรกของการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โรงแรมแห่งนี้จะมีอัตราการเข้าพัก (occupancy 
rate) เฉลี่ยประมาณ 51-52% ขณะที่ไตรมาส 4/2566 คาดว่าจะมีอัตราการเข้าพักสูงขึ้นเนื่องจากเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายในช่วง 6 เดือนแรก มีอัตราการเข้าพัก (occupancy rate) ราว 70% มีสัดส่วนลูกค้าเป็นชาวญี่ปุ่น 30-40% ประเทศจีนและประเทศที่ใช้ภาษาจีน 15-20% เกาหลีใต้ 15% ชาวไทย 10% และนักท่องเที่ยวจากยุโรปในช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยว

ชูจุดเด่นเดินทางสะดวก

ด้าน “ชิเกกิ นาคากาวา” ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากาให้ข้อมูลว่า โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากา มีจุดเด่นคือ การเดินทางสะดวก นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากท่าอากาศยานนานาชาติโอซากา-คันไซ สามารถนั่งรถไฟฟ้าสายนันไก (Nankai) ต่อเดียวถึงสถานีนัมบะ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากโรงแรมได้

ขณะเดียวกันยังสามารถเดินทางจากสถานีนัมบะ เชื่อมต่อไปยังรถไฟ-รถไฟฟ้าใต้ดินสายอื่น ๆ เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่ไกลมากขึ้น ทั้งสวนสนุก Universal เกียวโต นารา ฮิโรชิมา

นอกจากนี้ โรงแรมแห่งนี้ยังนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลายแก่แขกผู้เข้าพัก ทั้งในส่วนของอาหารและบาร์ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป เช่น ห้องอาหารสวนบัว โดยเชฟคนไทย ร้านสเต๊กเฮาส์พร้อมวิวเมือง บาร์อัตโนมัติ Automata หรือสปาเซ็นวารี ที่ให้บริการด้วยมาตรฐานแบบไทย เทอราปิสทุกคนผ่านการควบคุม มาตรฐานการให้บริการจากทีมงานชาวไทย

“ห้องพักโรงแรมที่นี่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับห้องพักมาตรฐานของโรงแรมทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มต้นอยู่ที่ 27 ตารางเมตร รวมถึงยังได้รับการตกแต่งทุกห้องให้มีหน้าต่างจากพื้นจนถึงเพดาน ทำให้ห้องดูโปร่งและโล่ง ผู้เข้าพักยังสามารถชมวิวของเมืองโอซากาได้มากขึ้น”

World Expo 2025 ดึงการลงทุน

ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากา บอกด้วยว่า ในปี 2568 โอซากาเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Expo 2025 ทำให้มีเครือโรงแรมต่างชาติสนใจเข้ามาเปิดกิจการในโอซากา เช่น ฮิลตัน โฟร์ซีซั่น รวมถึง MGM เตรียมสร้างโรงแรม ขนาดมากกว่า 2,000 ห้อง และเปิดให้บริการใกล้กับ World Expo

สำหรับจุดเด่นเครือโรงแรมจากต่างประเทศนั้น มองว่า โรงแรมจากต่างประเทศมีแนวโน้มจะดึงดูดลูกค้าจากต่างประเทศได้มากกว่า ผ่านโปรแกรมความภักดี (loyalty program) ซึ่งเครือโรงแรมเซ็นทาราก็มีโปรแกรม Centara The One เช่นกัน ขณะที่โรงแรมแบรนด์ท้องถิ่น มีความแข็งแกร่งในกลุ่มลูกค้าธุรกิจท้องถิ่นมากกว่า

เล็งเปิดแห่ง 2 ที่ “เกียวโต”

“ทาคาชิ ยามาซากิ” Executive Officer/Chief of Urban Development Division บริษัท Taisei Corporation จำกัด บอกว่า ตลอดระยะเวลาการพัฒนาโรงแรมแห่งนี้ พาร์ตเนอร์มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด ในอนาคตหากมีโอกาสอาจมีการขยายความร่วมมือกับทางเครือเซ็นทาราต่อไปอีก

ขณะที่ “ธีระยุทธ” มองว่าสิ่งสำคัญในการขยายโรงแรมแห่งต่อ ๆ ไปคือต้องพิจารณาความเสี่ยงให้รอบคอบ และมองว่าตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทหรือไม่ ซึ่งรูปแบบการลงทุนจะมีทั้งลงทุนเอง 100% และร่วมลงทุน

“เราก็มองหาโรงแรมหรือโลเกชั่นแห่งที่ 2 โดยกรุงเกียวโตเป็นอีกเมืองหนึ่งที่เราพิจารณา เนื่องจากเกียวโตเป็นปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ มีหลายคนอยากเดินทางมาสัมผัส”

“โอซากา” ดันฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

“ธีระยุทธ” ยังบอกด้วยว่า สำหรับเครือเซ็นทารานั้นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจโรงแรมในครึ่งปีหลังของปี 2566 มี 2 ปัจจัยหลักคือ รายได้จากโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซากา และการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่คาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรก


ส่วนในปี 2567 ปัจจัยบวกคือ รายได้เพิ่มเติมจากโรงแรมที่พัทยาและภูเก็ตที่คาดว่าจะปรับปรุงเสร็จสิ้นในไตรมาส 4/2567 และรายได้จากโรงแรมในมัลดีฟส์ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/2567