ดีมานด์การบินพุ่ง บางกอกแอร์เวย์ส โชว์ตัวเลขปี’66 กำไร 3 พันล้านบาท

“บางกอกแอร์เวย์ส” เผยผลการดำเนินงาน ปี’66 รายได้รวม 2.17 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 3.18 พันล้านบาท ขนส่งผู้โดยสารรวม 3.97 ล้านคน พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินรองรับเส้นทางที่มีแนวโน้มความต้องการเดินทางสูง ทั้ง สมุย ภูเก็ต พร้อมเพิ่มสายการบินโค้ชแชร์ 28 สายการบิน

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการบินโลกในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2566 มีอัตราฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มธุรกิจบริการอากาศยานมีการเติบโตที่สูงขึ้น โดยอัตราการเติบโตของปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (Revenue Passenger Kilometer : RPK) ของสายการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปชิฟิกที่มีการเติบโตมากที่สุดเฉลี่ยร้อยละ 77.2 จากปัจจัยหนุนต่าง ๆ

อาทิ นโยบายการเปิดประเทศของจีน วันหยุดยาว และช่วงเทศกาลต่าง ๆ ที่ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2566 เป็นไปในทิศทางบวก โดยสามารถพลิกฟื้นกลับมามีรายได้รวมเท่ากับ 21,732.5 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 70.06 เมื่อเทียบกับปี 2565 ซึ่งสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากบัตรโดยสารของธุรกิจการบินร้อยละ 68.6 หรือรายได้จำนวน 14,913.8 ล้านบาท เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 76.5 จากยอดผู้โดยสารที่ใช้บริการกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สที่มีปริมาณเติบโตสูงขึ้น และมีอัตราราคาบัตรโดยสารเฉลี่ย 3,756 บาท

โดยในปี 2566 บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานเท่ากับ 3,044.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,934 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายและบริการในสัดส่วนของรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบิน 4,269.5 ล้านบาท ทั้งนี้ เป็นกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท เท่ากับ 3,110 ล้านบาท และมีผลกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 1.49 บาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเท่ากับ 18,646.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.4 จากปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนขาย

นายพุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า เพื่อตอบรับอุปสงค์การเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทยังได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยเพิ่มความถี่เที่ยวบินเพื่อรองรับปริมาณการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในเส้นทางที่มีแนวโน้มความต้องการเดินทางสูง อาทิ กรุงเทพฯ-สมุย กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ภูเก็ต-สมุย และสมุย-สิงคโปร์

รวมถึงเปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ ลำปาง-แม่ฮ่องสอน และ สมุย-ดอนเมือง ส่งผลให้ในปี 2566 บริษัทมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารจำนวน 3.97 ล้านคน เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 49.5 เทียบกับปี 2565 และฟื้นตัวได้ร้อยละ 67.7 ของช่วงก่อนโควิด-19 ซึ่งผู้โดยสารส่วนใหญ่มาจากจุดขายบัตรโดยสาร (Point-of-Sale) ผ่านเว็บไซต์ และระบบเชื่อมต่อตรงกับบริษัทคิดเป็นร้อยละ 44 รองลงมาได้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากทวีปยุโรป คิดเป็นร้อยละ 19 ของผู้โดยสารทั้งหมด โดยมีอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) อยู่ที่ร้อยละ 79.2

“สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทได้เสริมศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ โดยการทำสัญญาความตกลงเที่ยวบินร่วมกับสายการบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารของทั้ง 2 สายการบิน ในการเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมทั้งในประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์” นายพุฒิพงศ์กล่าว และว่า

จากแนวทางดังกล่าวส่งผลให้ปัจจุบันมีสายการบินที่เข้าทำความตกลงเที่ยวบินร่วมแบบ “Code Share Agreement” รวม 28 สายการบิน ในขณะที่บริษัทมีเครื่องบินที่ให้บริการขนส่งผู้โดยสาร ณ ปัจจุบัน รวมทั้งสิ้นจำนวน 24 ลำ พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศข้อตกลงร่วมกับสายการบิน แอร์อินเดีย สำหรับการขนส่งผู้โดยสาร กระเป๋าสัมภาระ และบัตรโดยสาร โดยภายใต้ข้อตกลงร่วมดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางท่องเที่ยวไปยังจุดหมายการเดินทางต่าง ๆ

นอกจากนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์สยังได้วางแผนการจัดการบริหารฝูงบินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์การเดินทางของนักท่องเที่ยวตลอดทั้งช่วงไฮซีซั่นและโลว์ซีซั่นของปี 2567 นี้ต่อไป