“บริษัททัวร์” เร่งปรับตัว รับเทรนด์นักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT โตแรง

จากแนวโน้มการขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ของนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง หรือ FIT ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบที่สามารถกำหนดเองได้

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงกับบริษัททัวร์ที่ต้องเร่งปรับรูปแบบการทำงานให้สอดรับกับพฤติกรรม และความต้องการของนักท่องเที่ยวที่กำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

อีก 5 ปี FIT กวาดแชร์ 70%

“วิชิต ประกอบโกศล” นายกสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) ยอมรับว่า ปัจจุบันโครงสร้างของนักท่องเที่ยวต่างชาติเปลี่ยนไปอย่างมาก จากอดีตที่ส่วนใหญ่จะนิยมเดินทางในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้การเดินทางท่องเที่ยวง่ายขึ้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง หรือ FIT ในส่วนสัดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะที่การท่องเที่ยวในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ มองว่าการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเองนั้น เป็นผลจากการเติบโตของคนรุ่นใหม่ที่มีความรักในการท่องเที่ยวสามารถใช้ภาษาอังกฤษและเทคโนโลยีในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างคล่องแคล่ว ขณะเดียวกันการแข่งขันของสายการบินต้นทุนต่ำได้ทำให้ราคาตั๋วโดยสารถูกลงด้วย

แนะบริษัททัวร์เร่งปรับตัวรับ

“จากเทรนด์นี้ทำให้ผู้ประกอบการทัวร์ทั้งหมดจะต้องปรับตัวเพื่อเตรียมรับกับความเปลี่ยนแปลง โดยการปรับรับกลุ่มทัวร์ในตลาดที่เป็นเซ็กเมนต์และมองรอบด้านมากขึ้น อาทิ การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ หรือการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือการเพิ่มเซ็กเมนต์กลุ่ม FIT เข้าไปในแผนธุรกิจด้วย”

“วิชิต” บอกด้วยว่า นักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT มีความต้องการที่หลากหลายมาก ดังนั้น ผู้ประกอบการทัวร์จะต้องมีความรู้ลึกรู้รอบให้มากขึ้น โดยการเพิ่มประเภทและระดับราคาของสินค้า รวมทั้งบริการให้ครอบคลุมทุกระดับ

บริษัททัวร์ทยอยปิดตัว

นอกจากนั้น ผู้ประกอบการทัวร์จะต้องขยายความร่วมมือออกไปจับมือกับผู้ให้บริการทางด้านต่าง ๆ เพื่อช่วงชิงดีลที่ดีที่สุดในการเสนอราคาที่คุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้า รวมถึงจะต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มผู้ประกอบการเอเย่นต์ธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT ด้วย

“วิชิต” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการทัวร์ทยอยปิดตัวไปบ้างแล้วเนื่องจากไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับตลาดที่เปลี่ยนไปได้ ตอนนี้แม้ผู้ประกอบการทัวร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มกรุ๊ปทัวร์บางรายจะยังอยู่ได้ แต่เมื่อตลาดมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ถ้าไม่ปรับตัว ผู้ประกอบการก็จะไม่สามารถแข่งขันได้ในที่สุด

เมืองรองยังเป็นกรุ๊ปทัวร์

เช่นเดียวกับ “ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร”กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส จำกัด พี่ใหญ่ในวงการทัวร์มองว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนมีสัดส่วนนักท่องเที่ยว FIT ต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ ประมาณ 50 : 50

โดยนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการนำเทรนด์ของนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักของจีนที่มีสภาพเศรษฐกิจดีและเป็นผู้นำกระแสต่าง ๆ นิยมท่องเที่ยวด้วยตัวเองมากขึ้น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวจากเมืองรองที่ไม่ชินกับการท่องเที่ยวต่างประเทศก็ยังนิยมเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์อยู่

อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไปตามเทรนด์อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มFIT กลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดได้ในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบการทัวร์ที่ทำตลาดทัวร์จีนเป็นหลักก็จะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

สำหรับ “ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส” มีการปรับตัวรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT อย่างต่อเนื่องโดยการนำเสนอบริการการท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังจับมือกับผู้ประกอบการเอเย่นต์ท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ของจีนหลายราย เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT เพิ่มขึ้น นอกจากการขายผ่านเอเย่นต์และเว็บไซต์ที่ทำอยู่แล้วแต่เดิม

ปรับตัวให้ทันนักท่องเที่ยว

ขณะที่ “โชติช่วง ศูรางกูร” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท N.S. Travel & Tour จำกัด ผู้บริหารหนุ่มสาวทัวร์ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวในภาพรวมมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์จะลดลง แต่ในความเป็นจริงแล้วปริมาณนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ก็ไม่ได้ปรับตัวลดลง เพียงแต่พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไปเท่านั้น

แต่ก็ยอมรับว่าขณะนี้ นักท่องเที่ยวเริ่มเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบบางอย่างต่อผู้ประกอบการทัวร์เช่นกัน

สำหรับ “หนุ่มสาวทัวร์” ปัจจุบันมีลูกค้า 80% เป็นชาวยุโรป และ 20% เป็นชาวเอเชีย ซึ่งชาวยุโรปส่วนใหญ่ยังนิยมท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย ความสะดวก และการเดินทาง

ทั้งนี้ หนุ่มสาวทัวร์ก็ได้เพิ่มบริการให้ยืดหยุ่น แยกย่อยสินค้าและบริการในการขายมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มการท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์ลึกซึ้งขึ้นให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น อาทิ การทำอาหารท้องถิ่น การทำการเกษตร เพื่อการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น

บริษัททัวร์ “กำไร” ลดลง

ขณะเดียวกันก็ยังมีแผนที่จะนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบริการเข้ามาเสนอเป็นทางเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้น รวมถึงพยายามขยายตลาดเพื่อกระจายความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากปัญหาของภูมิภาคในภูมิภาคหนึ่งด้วย

“โชติช่วง” ย้ำว่า สำหรับผู้ประกอบการทัวร์ไม่มีอะไรสำคัญกว่าการบริการ หนุ่มสาวทัวร์จึงพยายามที่จะนำตัวเองเข้าไปอยู่ในประสบการณ์ของลูกค้ามากขึ้นในยุคที่ธุรกิจต่าง ๆ ผลักดันแต่การใช้เทคโนโลยีและออกห่างจากลูกค้า โดยวางตัวเองในฐานะผู้ให้คำปรึกษาและบริการจัดเส้นทางการท่องเที่ยว พร้อมทั้งมุ่งรักษาความน่าเชื่อถือ และพยายามอย่างเต็มที่ที่จะมอบบริการทุกระดับประทับใจในราคาที่คุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าเลือกกลับมาใช้บริการซ้ำอีก

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตกำไรของผู้ประกอบการทัวร์จะต้องลดลงแน่นอน แม้จะสามารถรักษาปริมาณนักท่องเที่ยวให้ใกล้เคียงกับจำนวนเดิมได้ เพราะไม่สามารถบวกเพิ่มส่วนต่างของราคาได้เท่าในอดีต

ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มปริมาณลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิม และกระจายตลาดออกไปเพื่อกำไรที่เพิ่มขึ้น

Previous articleปมห้ามนำเข้าพาราควอตยื้อ 3กรรมการประชดยื่นลาออก
Next article‘ซีพีเอ็น’ ส่งแคมเปญ “Center of Love ศูนย์กลางแห่งความรัก” วันนี้ถึง 17 ก.พ. 62