ตลาดท่องเที่ยวมุสลิมโตไม่หยุด คาดแตะ 245 ล้านคนในปี 2573
มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้ง เปิดภาพตลาดท่องเที่ยวมุสลิมโลกที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง คาดนักเดินทางเพิ่มเป็น 245 ล้านคนในปี 2573 โดย “สตรีชาวมุสลิม” ครองสัดส่วนเกือบครึ่งของตลาด ขณะที่เอเชียและอาเซียนยังเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาสเตอร์การ์ดและเครสเซนต์เรตติ้ง (CrescentRating) เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดการท่องเที่ยวมุสลิม โดยคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 186 ล้านคนในปี 2568 เป็น 245 ล้านคนภายในปี 2573 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดนี้กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก
“สตรีชาวมุสลิม” กลุ่มทรงอิทธิพลในการกำหนดทิศทางการท่องเที่ยว
รายงานระบุว่า สตรีชาวมุสลิมคือหนึ่งในกลุ่มที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางและรูปแบบการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวคนเดียว เที่ยวกับครอบครัว หรือเดินทางเพื่อธุรกิจ โดยคาดว่าในปี 2568 จะมีนักท่องเที่ยวสตรีชาวมุสลิมถึง 90 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 48% ของนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก
ปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้ความสำคัญสูงสุดในการเดินทางคือ ความปลอดภัยและความสบายใจ (60%) รองลงมาคือความเป็นมิตรต่อชาวมุสลิม (30%) โดยต้องการความมั่นใจในการเข้าถึงอาหารฮาลาล การหาสถานที่ละหมาด และการปฏิบัติศาสนกิจโดยปราศจากการถูกเลือกปฏิบัติ
เอเชียและอาเซียน ศูนย์กลางหลักของตลาดมุสลิม
ภูมิภาคเอเชียยังคงครองความเป็นผู้นำในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม โดยในปี 2567 สามารถครองสัดส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้ถึง 65% (เกือบ 120 ล้านคน) ของทั่วโลก
สำหรับในระดับภูมิภาคอาเซียน ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบรูไน ถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของสตรีชาวมุสลิม เนื่องจากมีความพร้อมด้านระบบนิเวศฮาลาล ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับครอบครัว และโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์
ดิจิทัล-AI ผู้ช่วยสำคัญในการวางแผน
การค้นหาข้อมูลผ่านช่องทางดิจิทัลมีผลอย่างยิ่งต่อตลาดนี้ โดยสตรีชาวมุสลิมถึง 68% ระบุว่าโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram, YouTube และ TikTok มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทางของตน
นอกจากนี้ เครื่องมือ AI ยังถูกนำมาใช้เพื่อเปรียบเทียบข้อมูล วางแผนการเดินทาง ตลอดจนค้นหาสถานที่ที่เป็นมิตรต่อชาวมุสลิมเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนเดินทางจริง
กลยุทธ์ “RIDA”
เพื่อให้ผู้ประกอบการและจุดหมายปลายทางต่างๆ สามารถตอบโจทย์ตลาดนี้ได้ดียิ่งขึ้น รายงานได้เสนอกรอบแนวคิด “RIDA” ประกอบด้วย 4 แกนหลัก ได้แก่
Responsible (ความรับผิดชอบ) : ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู
Immersive (ประสบการณ์เชิงลึก) : นำเสนอประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ลึกซึ้ง มากกว่าแค่การแวะชมสถานที่ทั่วไป
Digital (ดิจิทัล) : ประยุกต์ใช้ AI และระบบการชำระเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยเพื่อลดอุปสรรคและเพิ่มความมั่นใจ
Assured (ความมั่นใจ) : สร้างความน่าเชื่อถือด้วยบริการฮาลาลและมาตรฐานความปลอดภัยที่ตรวจสอบได้
จุดหมายปลายทางใดที่สามารถยกระดับจากการแค่ “มีความพร้อม” ไปสู่การ “สร้างความมั่นใจ” สื่อสารได้อย่างชัดเจน และมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับค่านิยมของผู้เดินทาง จะมีโอกาสสูงในการเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นการเดินทางจริง และสามารถสร้างความผูกพันในระยะยาวกับนักท่องเที่ยวมุสลิมได้อย่างยั่งยืน