เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

“ไวรัสอู่ฮั่น”ลากยาว6เดือน ธุรกิจช็อกทั่วโลกหยุดเดินทาง

30 ม.ค. 2563 | 08:41น.

พิษไวรัสอู่ฮั่นเขย่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก หวั่นสถานการณ์แพร่ระบาดลากยาว 3-6 เดือน กระทบทัวร์ “อินบาวนด์-เอาต์บาวนด์” ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง “โรงแรม-สายการบิน” เจ็บหนัก “เชียงใหม่” เผยกรุ๊ปทัวร์จีนยกเลิกห้องพักถึงสิ้น ก.พ.กว่า 5 หมื่นห้อง “ภูเก็ต” เจอภาวะเดียวกัน ผวานักท่องเที่ยวหนีเอเชีย เอกชนถกด่วน ททท.ชง 3 มาตรการ ครม.เศรษฐกิจ 31 ม.ค.นี้ “นกแอร์-ไทยแอร์เอเชีย” ปรับแผนรับตลาดจีนหายเกลี้ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางการจีนยืนยันล่าสุด (28 ม.ค. 63) ว่า มียอดผู้เสียชีวิตไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV)หรือไวรัสอู่ฮั่น ทั้งหมด 106 ราย และผู้ติดเชื้อในจีนจำนวน 4,515 คน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากวันก่อนหน้ามีรายงานผู้เสียชีวิต 81 คน และผู้ติดเชื้อกว่า 2 พันคน ขณะที่ผู้ติดเชื้อไวรัสนอกประเทศจีนกว่า 65 ราย ในพื้นที่ต่าง ๆ กว่า 15 ประเทศทั่วโลก โดยมีการพบผู้ติดเชื้อในเยอรมนี และกัมพูชา เพิ่ม 2 ประเทศ

คาดระบาดยาว 6 เดือน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นรายที่ 14 แต่ 8 รายแรกหายแล้ว กลับจีนไปแล้ว 3 คน กำลังรอส่งกลับ 2 คน แต่ไม่มีไฟลต์บินกลับ ส่วนอีก 3 รายผลการตรวจเป็นลบ แต่ยังต้องรอการตรวจซ้ำว่าหายป่วย

“ระยะเวลายาวนานของโรค ผู้ทรงคุณวุฒิที่เชิญมาร่วมทำงานบอกว่าวางไว้ 6 เดือน เพราะโรคซาร์สใช้ระยะเวลา9 เดือน แต่ปัจจุบันประเทศจีนมีมาตรการเข้มข้น ปิดเมือง น่าจะทำให้การควบคุมโรคในประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

หวั่นกระทบท่องเที่ยว 6 เดือน

แหล่งข่าวจากธุรกิจท่องเที่ยวรายหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กระแสการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า จากอู่ฮั่นประเทศจีน ครั้งนี้ถือว่ารุนแรง และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับประเทศจีน และในอีกหลายประเทศที่พบมีคนติดเชื้อ รวมถึงประเทศไทยที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบคิดเป็นมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะภาคธุรกิจท่องเที่ยวและซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ ทั้งกลุ่มทัวร์อินบาวนด์ (ข้าเข้า) ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท,ทัวร์เอาต์บาวนด์ มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท รวมทั้งท่องเที่ยวภายในประเทศ (โดเมสติก)ที่มีมูลค่าราว 1 ล้านล้านบาท

สำหรับธุรกิจทัวร์อินบาวนด์ซึ่งเป็น 1 ในเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยนั้น ในปี 2562 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเกือบ 30% สร้างรายได้รวมประมาณ 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีหลายองค์กรคาดการณ์ว่า ปัญหานี้น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดจีนเที่ยวไทยยาวนานราว 6 เดือนซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์ น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนปีนี้หายไปว่า 2 ล้านคน

“นับตั้งแต่ 28 ม.ค.เป็นต้นไป กรุ๊ปทัวร์จีนจะหยุดการเดินทางออกนอกประเทศไปทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะทำให้นักเที่ยวจีนมาไทยหายไปราว 90-95% โดยยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเอง และกลุ่มนักธุรกิจที่ยังสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยประเมินว่าหากสถานการณ์ลากยาวไป 3 เดือน ตลาดจีนเที่ยวไทย 5.5 แสนล้านบาท ก็น่าจะหายไปกว่า 1 แสนล้านบาท ถ้าลากยาว 6 เดือนก็ไม่มั่นใจว่า ตัวเลขเสียหายจะมากแค่ไหน” แหล่งข่าวกล่าวและว่า และไม่เพียงแต่ตลาดจีนเท่านั้น กระแสดังกล่าวยังส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งบางส่วนอาจชะลอการเดินทางไประยะหนึ่ง ซึ่งน่าจะรวมถึงการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยด้วย ซึ่งธุรกิจซัพพลายเชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในครั้งนี้ คือ กลุ่มสายการบิน และโรงแรม ที่พัก

ท่องเที่ยวกระทบทั้งระบบ

สอดรับกับนายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพรประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ครั้งนี้ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยทั้งระบบได้รับผลกระทบสูงมาก ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยลำบากถ้วนหน้าแน่นอน ทั้งกลุ่มบริษัททัวร์อินบาวนด์, ทัวร์เอาต์บาวนด์ และทัวร์ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ยังไม่สามารถประเมินออกมาเป็นมูลค่าได้ เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าจีนจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เมื่อไหร่

“หากจีนใช้เวลานานในการจัดการ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีจะยิ่งเหนื่อยมาก ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าไม่น่าต่ำกว่า 3 เดือน หากจบได้ภายใน 3 เดือน ก็ยังพอมีเวลาในการกระตุ้นตลาดทำตัวเลขกันต่อ แต่ถ้าสถานการณ์ลากยาวถึง 6 เดือน ทุกภาคส่วนจะยิ่งเหนื่อยอย่างหนัก เพราะผลกระทบรอบนี้ตลาดจีนหายไปทั้งหมด 100% กลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องทั้งระบบก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะคนไม่เดินทางท่องเที่ยว”

นายชัยรัตน์กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณชะลอการเดินทางชัดเจนแล้ว ตอนนี้ดัชนีชี้วัดต่าง ๆ ที่ได้สำรวจมาไม่สามารถนำมาคาดการณ์อะไรได้อีกต่อไป เพราะดัชนีความเชื่อมั่นเปลี่ยนไปหมดแล้วและไม่เฉพาะตลาดจีนเท่านั้น ตลาดประเทศอื่นก็ได้รับผลกระทบทั้งหมด

สทท.ประชุมทั่ว ปท. 5 ก.พ.นี้

นายชัยรัตน์กล่าวว่า เมื่อค่ำวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา สทท.ได้เชิญตัวแทนสมาคมท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า), สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA), สมาคมท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.), สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.), สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพฯ ฯลฯ ร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางการรับมือ สร้างความมั่นใจ และช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยการประชุม สทท.มีมติจะจัดประชุมวิสามัญทั่วประเทศ ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ทั้งในส่วนที่เป็นสาขาอาชีพ และเขตพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเปิดรับความคิดเห็นว่า ผู้ประกอบการในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศได้รับผลกระทบอย่างไร รวมถึงเรื่องมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการภาคเอกชนว่า ภาครัฐจะสนับสนุนอย่างไรได้บ้าง

ชงรัฐออกมาตรการช่วยเยียวยา

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ภาคเอกชนท่องเที่ยวได้ประชุมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อประเมินสถานการณ์ รวมถึงทำแผนเสนอมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยนำเสนอ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.หาแหล่งเงินทุนเพื่อกู้ยืม ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการไทยนำมาทุนหมุนเวียน 2.เลื่อนเวลาการจ่ายภาษีรายได้ประจำปี 2562 และ 3.ขอให้แบงก์ชาติอนุมัติผ่อนผันเรื่องการชำระหนี้ หรือหยุดพักชำระหนี้ชั่วคราว ประมาณ 6 เดือน

“แผนทั้งหมด ททท.ได้รับเรื่องไปแล้ว และคาดว่าน่าจะนำไปเสนอเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจต่อไป ในวันที่ 31 มกราคมนี้”

กระตุ้นเที่ยวในประเทศ-CLMV

นายวิชิตกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ในเบื้องต้นให้หันมากระตุ้นตลาดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเงินในประเทศ และเร่งทำตลาดท่องเที่ยวในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ เนื่องจากเป็นตลาดระยะใกล้ เดินทางสะดวก รวมถึงอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และกลุ่มประเทศในโซนยุโรป อมเริกา ในเวลาต่อไปด้วย เพื่อนำมาแทดแทนตลาดจีนส่วนหนึ่งที่หายในในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายเดิมที่เราวางไว้ (40.78 ล้านคน)

“สิ่งสำคัญขณะนี้คือการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมิน ตั้งรับ และปรับแผนธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าในภาพรวมจะดีขึ้น เนื่องจากจีนประกาศปิดประเทศและห้ามคนเดินทางออกไปทั่วโลกแล้ว ทั้งที่เป็นกรุ๊ปทัวร์ และกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง ถ้าควบคุมได้เร็ว ๆ นี้ หรือไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยแล้ว ก็จะทำให้สามารถเดินหน้ากระตุ้นตลาดได้เต็มที่ คาดว่าอีกประมาณ 10-14 วัน น่าจะประเมินสถานการณ์ได้ชัดเจนขึ้น” นายวิชิตกล่าว

ทัวร์ไทยไปจีนสูญกว่าหมื่นล้าน

ด้านนายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) กล่าวว่า สำหรับตลาดคนไทยเที่ยวจีนถือว่าได้รับผลกระทบแบบ 100% ในช่วง 2 เดือนนี้ และคาดว่าน่าจะกลับมาได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันตลาดไทยเที่ยวจีนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของตลาดเอาต์บาวนด์ทั้งระบบ มูลค่า 3.3 แสนล้านบาท

“สำหรับตลาดอื่น ๆ ที่คาดว่าน่าจะได้รับผลกระทบ น่าจะรวมไปถึงฮ่องกง, มาเก๊า ซึ่งปกติจะมีเส้นทางเชื่อมต่อจากทางจีน โดยในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา เส้นทางฮ่องกง มาเก๊า ก็หายไป 50% เพราะผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง พอเจอการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าก็น่าจะหายไปอีกครึ่งหนึ่ง ตลาดก็จะเหลือแค่ประมาณ 1 ใน 4 ของภาวะปกติเท่านั้น” นานธนพลกล่าว

สายการบินเข้า-ออกจีนป่วน

รายงานข่าวธุรกิจสายการบินรายหนึ่งกล่าวว่า ผลจากการประกาศปิดเมืองของรัฐบาลจีนครั้งนี้ส่งผลให้สายการบินต่าง ๆ ต้องปรับแผนธุรกิจและเส้นทางการบินเข้า-ออก ระหว่างไทย-จีนเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าได้เลย ต้องประเมินกันแบบวันต่อวัน เนื่องจากยังมีบางเมืองของจีนที่ยังอนุญาตให้เครื่องบินสามารถบินเข้า-ออกได้อยู่

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2562 พบว่าจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการเส้นทางระหว่างไทย-จีนทั้งหมด มีจำนวน 142 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวม 28,113 ที่นั่งต่อสัปดาห์ (ไม่รวมเที่ยวบินเช่าเหมาลำ)

“แอร์เอเชีย-นกแอร์” ปรับแผน

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า สายการบินไทยแอร์เอเชียต้องหยุดบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-อู่ฮั่น 2 เที่ยวบินต่อวัน และเส้นทางภูเก็ต-อู่ฮั่น

1 เที่ยวบินต่อวัน ไปจนกว่าเมืองอู่ฮั่นจะเปิดให้ทำการบิน โดยหลังจากรัฐบาลจีนสั่งบริษัททัวร์ทั่วประเทศให้หยุดให้บริการ ก็คาดว่าไตรมาสแรกปีนี้ผู้โดยสารของแอร์เอเชียจะหายไปราว 30-35% หรือประมาณ 240,000-250,000 คน และจะส่งผลต่อผู้โดยสารในเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากจีนอีกราว 80,000 คนเช่นกัน รวมไตรมาสแรกหายไปกว่า 300,000 คน และส่งผลให้รายได้ลดลงไป 3% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงกับปี 2562

โดยคาดว่าอัตราการบรรทุกจะหายไปในช่วงระหว่างปลายเดือน ม.ค.นี้ ไปจนถึงเดือน มี.ค. ก่อนจะค่อย ๆ ดีขึ้นในอีก 2-3 เดือนให้หลัง

เช่นเดียวกับ นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทันทีที่เกิดประเด็นเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้บริษัทต้องปรับแผนธุรกิจและกลยุทธ์ในภาพรวมทั้งหมดใหม่ โดยเฉพาะตลาดจีน พร้อมทั้งจัดพอร์ตธุรกิจใหม่ เลิกพึ่งพาตลาดจีนในสัดส่วนที่มากเกินไป โดยได้วางเป้าหมายระยะยาวว่าจะกระจายพอร์ตธุรกิจให้เกิดความสมดุลทั้งระหว่างตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ททท.อัดแคมเปญเร่งด่วน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดนี้ในเบื้องต้นคาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนหายไปไม่น้อยกว่า 1.89 ล้านคน แต่หากรัฐบาลจีนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ภายใน 3 เดือน ททท.ก็พร้อมเริ่มต้นมาตรการกระตุ้นได้ทันที

ทั้งนี้ หลังจากประชุมร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ททท.ได้จัดเตรียมมาตรการระยะสั้นและระยะยาว ทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อชดเชยความเสียหายจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป พร้อมทั้งเตรียมที่จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเศรษฐกิจ คณะรัฐมนตรี ในวันศุกร์ที่ 31 ม.ค.นี้

“ททท.ยังคงเป้าหมายรายได้ของปี 2563 ไว้ที่ 3.16 ล้านล้านบาท ตลาดต่างชาติ 40.78 ล้านคน ไว้เหมือนเดิม”

“ภูเก็ต” ชี้ยุโรปหนีเอเชีย

นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผู้ประกอบการโรงแรมเริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจว่ามีผลกระทบมากน้อยเพียงใดเนื่องจากประเทศจีนห้ามทัวร์จีนออกนอกประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์จีนหายหมด แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) ที่ยังมีเข้ามา ส่วนชาติอื่นรอดูผลฟีดแบ็กว่าเป็นอย่างไร ขณะนี้เริ่มมีการยกเลิกจองห้องพักเข้ามาบ้างแล้ว ทั้งจีนและชาติอื่น ๆ ด้วย คาดว่ารุนแรงทั่วโลก รวมถึงคาดว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปเริ่มหลีกหนีเอเชีย

“ขณะนี้ที่ชัดเจน คือ ธุรกิจท่องเที่ยวไฮซีซั่นนี้กระทบแน่นอน ลูกค้าเลื่อนไป จะกลับมาช่วงหน้าโลว์ซีซั่น ส่วนตลาดประชุมสัมมนาจะเซนซิทีฟมาก กลุ่มนี้จะยกเลิกก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนใหญ่จะย้ายสถานที่ทันที ถ้าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยงก็จะไม่เข้ามาจัดประชุมสัมมนา อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูอีกประมาณ 5-10 วัน นับจากนี้จึงจะทราบตัวเลขที่แท้จริงของการยกเลิกห้องพัก และยกเลิกประชุมสัมมนาของโรงแรมต่าง ๆ”

โดยขณะนี้ทางการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดได้นัดประชุม เพื่อหารือในการออกมาตรการต่าง ๆ ในการสร้างความเชื่อมั่น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือทางสาธารณสุขต้องสร้างความมั่นใจว่า ประเทศไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพื่อให้ทั่วโลกมั่นใจในการกลับเข้ามาเที่ยวเมืองไทย

ยกเลิก รร.เชียงใหม่ 5 หมื่นห้อง

นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ได้รับการรายงานข้อมูลจาก 4 บริษัททัวร์รายใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่เน้นตลาดกรุ๊ปทัวร์จีนว่า ล่าสุดลูกค้าจีนทั้งหมดได้ทำการยกเลิกกรุ๊ปทัวร์ที่จะเดินทางมาเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.-29 ก.พ. 2563 ส่งผลให้จำนวนห้องพักได้ถูกยกเลิกไปมากถึง 55,000 ห้อง

คิดเป็นมูลค่าราว 55 ล้านบาท ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ที่ถูกยกเลิกการเดินทางมาเชียงใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว มีราว 110,000 คน เมื่อคิดมูลค่าการใช้จ่าย (ค่าอาหารต่อ 4 วัน) เฉลี่ยต่อคนราว 4,000 บาท มีมูลค่าถึง 440 ล้านบาท

ขณะที่จากการสอบถามข้อมูลสมาชิกสมาคมโรงแรมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่พบว่า มีโรงแรม 35 แห่งถูกยกเลิกการจองห้องพักในช่วงระยะ 4 วัน (24-27 มกราคม 2563) ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางด้วยตัวเอง (FIT) มีการยกเลิกราว 3,000 ห้อง คิดเป็นมูลค่าราว 9 ล้านบาท ซึ่งหากร่วมความเสียหายจากการถูกยกเลิกของทั้งกรุ๊ปทัวร์ และตลาด FIT ของตลาดจีน ในช่วง 24 มกราคม-29 กุมภาพันธ์ 2563 รวมมูลค่าราว 504 ล้านบาท สำหรับในส่วนของนักท่องเที่ยวชาติอื่น และคนไทยยังไม่ได้มีการยกเลิกห้องพัก

นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.-7 ก.พ. 2563 กรุ๊ปทัวร์จีนจากทุกเมืองที่จะเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่หายไป 100% ซึ่งสัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ 40% เป็นกรุ๊ปทัวร์ และ 60% เป็นกลุ่ม FIT แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาก่อนวันที่ 27 ม.ค 2563 มีบางส่วนที่ทยอยเดินทางกลับ และบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่ต่อ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมตัวเลข ยังไม่สามารถประเมินภาพรวมได้

โดยมาตรการกระตุ้นเร่งด่วนที่จะมีออกมาเน้นทำตลาดภายในประเทศด้วยการดึงคนไทยที่นิยมท่องเที่ยวต่างประเทศให้หันมาเดินทางในประเทศไทย โดยเน้นเพิ่มวันพักค้างและกระตุ้นความถี่ในการเดินทาง เลือกโปรโมตระยะทางใกล้ไม่เกิน 300 กิโลเมตร หรือเที่ยวในภาค พร้อมร่วมกับ OTA กระตุ้นท่องเที่ยวข้ามภาค ฯลฯ สำหรับตลาดต่างประเทศนั้นจะเร่งหาตลาดทดแทนในพื้นที่ศักยภาพให้ภาพรวมกลับมาตามเป้าหมาย โดยจะเน้นทำตลาดอาเซียน, เอเชียเหนือ, เอเชียใต้ และตลาดยุโรป และอเมริกา ส่วนตลาดจีนจะเน้นทำการตลาดและสื่อสารแบบ Emotional ประสานผู้ประกอบการเรื่องผ่อนผันค่าปรับจากการยกเลิกการเดินทางเตรียมการสำหรับการกลับมา โดยการคงสลอตเที่ยวบินเอาไว้

กกร.จ่อปรับตัวเลขจีดีพี

ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) อาจต้องมีการทบทวนตัวเลขประมาณการทางเศรษฐกิจใหม่ จากเดิมที่คาดว่าปี 2563 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 2.5-3.0% ซึ่งประเมินจากรายได้การท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทย 40 ล้านคน แต่หลังการระบาดของไวรัสโคโรน่าอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด หรือราว 10 ล้านคน เดินทางมาไทยลดลง และยังต้องประเมินอีกด้านว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะมีการเปลี่ยนเป้าหมายจากการเดินทางหรือไม่

“ตอนนี้มองว่ายังไม่ควรห้ามสายบินจากจีน เพราะไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และนักท่องเที่ยวคงอยากไปประเทศอื่น และนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาด้วยตัวเอง หรือ FIT ไม่ได้ผ่านบริษัททัวร์ก็ยังสามารถมาเที่ยวได้”