บริษัทยางรถยนต์รุมทึ้ง “เอสยูวี” รับอานิสงส์ตลาดขยายตัว 20%-

ยางรถยนต์กลุ่ม “เอสยูวี-พีพีวี” คึก สัดส่วนทะลุเกือบ 20% ของตลาดยางทั้งประเทศ 10 ล้านเส้น หลายยี่ห้อทั้งนำเข้าและผลิตในประเทศแห่รุมทึ้ง “กู๊ดเยียร์-มิชลิน” โดดเกาะปิกอัพ-เอสยูวีและบิ๊กไบก์ “บริดจสโตน” ยึดตลาดโออีเอ็มแน่น

แหล่งข่าวผู้ผลิตยางรถยนต์ในประเทศ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดยางรถยนต์ในประเทศมูลค่ามากกว่า 10 ล้านเส้นต่อปี ในช่วงครึ่งปีหลังนี้มีแนวโน้มสดใสมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดทดแทน ซึ่งเป็นผลมาจากเข้าสู่ช่วงฤดูฝน คนใช้รถนิยมเปลี่ยนยางเพื่อความปลอดภัย ประกอบกับกำลังซื้อส่วนใหญ่ฟื้นและค่ายยางรถยนต์หลายยี่ห้อทั้งผลิตในประเทศและนำเข้าทยอยคลอดยางรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตการบุกตลาดยางช่วงหลัง เกือบทุกยี่ห้อให้ความสำคัญกับกลุ่มยางเอสยูวีมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ สาเหตุมาจากตลาดยางรถยนต์กลุ่มนี้มีอัตราการขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยมีตัวเลขการเติบโตของรถยนต์กลุ่มนี้สนับสนุน ปัจจุบันรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีมีสัดส่วนการขายสูงถึง 20% ของตลาดรถยนต์ทั้งประเทศ และยังมีความต้องการต่อเนื่องสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วเป็นเท่าตัว

“ยางเอสยูวีโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะยางกลุ่มนี้ยังตอบสนองรถได้หลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มพีพีวีก็สามารถใช้รวมกันได้ ยังมีปิกอัพแบบดับเบิลแค็บอีกกลุ่มใหญ่ซึ่งไม่ได้ใช้งานบรรทุกหนัก”

นายฟินบาร์ โอคอนเนอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ยอมรับว่า ตลาดยางรถเอสยูวีมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ตลาดยางรถยนต์ทั้งโลกแนวโน้มยางเอสยูวีก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน และประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตยางรถยนต์ประเภทนี้ เชื่อว่าแนวโน้มจากนี้ไปยางรถเอสยูวีจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นแน่นอน

“ยางกลุ่มนี้มีส่วนแบ่งตลาดราว ๆ 12% และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 26% ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2555-2560 และคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะขยับเพิ่มมากขึ้น”

ปัจจัยที่ทำให้ยางกลุ่มนี้ได้รับความนิยม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกใช้รถยนต์ ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อรถยนต์นั่งประเภทซีดานมาเป็นกลุ่มรถเอสยูวี และพฤติกรรมนี้เป็นเหมือนกันทั่วโลก เนื่องจากอรรถประโยชน์ที่ได้รับจากรถเอสยูวี

ล่าสุดบริษัทเปิดตัวนวัตกรรมยางรถยนต์รุ่นใหม่ยางเอฟฟิเชี่ยนกริป เพอร์ฟอร์แมนซ์ เอสยูวี ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าเอสยูวีสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถรองรับตลาดเอสยูวีในภูมิภาคได้มากกว่า 90% ของรถเอสยูวีทั้งหมด

โดยยางเอฟฟิเชี่ยนกริป เพอร์ฟอร์แมนซ์ เอสยูวี ได้นำเทคโนโลยีใหม่มาใช้มากมาย ประกอบไปด้วย ไควเอ็ตเทรด ด้วยการออกแบบดอกยางให้สามารถดูดซับเสียงรบกวน ด้วยจำนวนบล็อกของดอกยางที่เพิ่มมากขึ้น และมีการจัดเรียงที่ดีเยี่ยม ได้รับการออกแบบร่องยางแบบปิด ทำให้การขับขี่ที่เงียบนุ่ม และยังมีเทคโนโลยีเฟลกซ์คอนแท็กต์ ที่มีการออกแบบเนื้อยางพิเศษที่ช่วยลดการสั่นสะเทือน และออกแบบสูตรเคมียางที่เหมาะสมที่สุดเพื่อการขับขี่ที่สบายยิ่งขึ้น รวมถึงนวัตกรรมโพลิเมอร์แบบพิเศษที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการยึดเกาะบนพื้นถนนเปียกได้อย่างยอดเยี่ยม

“เรายังได้รับความไว้วางใจจากบรรดาค่ายรถยนต์ชั้นนำ ทั้งจากยุโรป อเมริกา เลือกใช้ยางของเรา และยางรุ่นใหม่ที่เราเพิ่งเปิดตัวนั้นก็ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในประเทศรวมทั้งตลาดส่งออกด้วย”

เช่นเดียวกับนายเอกชัย คหการบำรุง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพ บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวว่า ตลาดยางรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วโลกมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และมีสัดส่วนสูงขึ้นเป็น 20% และมีส่วนแบ่งสูงถึง 20% ของตลาดยางรถยนต์โดยรวม ทั้งนี้เป็นผลจากอัตราการขยายตัวดังกล่าวสูงกว่าตลาดยางรถยนต์นั่ง และมีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนี้ไปอย่างต่อเนื่องอีก 5 ปี

ปีนี้คาดว่าจำนวนรถเอสยูวี, กระบะยกสูง, พีพีวี และรถครอสโอเวอร์ จะมีปริมาณระดับ 120,000-130,000 คัน แบ่งตามรูปแบบการใช้งาน อาทิ ออฟโรด 29% และออนโรด 71% และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องภายในอีก 5 ปี จะมีปริมาณ 180,000-190,000 คัน

ซึ่งมิชลินมียางรุ่นแอลทีเอ็กซ์ ฟอร์ซ รองรับกลุ่มผู้ขับขี่ที่ใช้ชีวิตประจำวัน หรือเดินทางท่องเที่ยวมีกิจกรรมที่อาจจำเป็นต้องขับขี่ทั้งบนถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรด จึงมองหายางซึ่งมีสมรรถนะที่ดีที่สุดสำหรับเส้นทางทั้ง 2 แบบ


ขณะที่แหล่งข่าวระดับบริหารจากบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ตลาดยางเอสยูวี พีพีวี และปิกอัพ ยังเป็นตลาดที่สำคัญของบริดจสโตน โดยบริษัทสามารถรักษาฐานตลาดทั้งตลาดโออีเอ็ม ป้อนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ และตลาดทดแทนสำหรับกลุ่มรถที่ใช้งานครบอายุได้อย่างเหนียวแน่น