เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธุรกิจโรงแรมเดือนมิ.ย.อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 52% คาด Q3 ปีนี้นักท่องเที่ยวลดลงจากปีก่อน
Business ธุรกิจโรงแรมเดือนมิ.ย.อัตราการเข้าพักเฉลี่ย 52% คาด Q3 ปีนี้นักท่องเที่ยวลดลงจากปีก่อน
“เจเศรษฐ์” สั่งด่วน กรมโยธาฯ กำชับผู้ว่าฯ – อปท.เข้มความปลอดภัยสถานบริการ-อาคารสาธารณะทั่วประเทศ
Politics “เจเศรษฐ์” สั่งด่วน กรมโยธาฯ กำชับผู้ว่าฯ – อปท.เข้มความปลอดภัยสถานบริการ-อาคารสาธารณะทั่วประเทศ
ไทยคม ตั้ง CEO ใหม่ “ปฐมภพ” ลาออกกรรมการ
Business ไทยคม ตั้ง CEO ใหม่ “ปฐมภพ” ลาออกกรรมการ
อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
News อัปเดตเหตุไฟไหม้ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว”ดับ 28 ราย เจ็บ 71 ราย
แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
Real Estate แสนสิริ ผนึก กสิกรไทย ปฏิวัติอสังหาฯสีเขียวครบวงจรรายแรก Green Loan-Green Bond
ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
News ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว มพบ. เปิดช่องทางเยียวยา ลูกค้า-นักดนตรี ฟ้องแพ่ง/ประกันสังคมได้
YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
Finance YLG เปิดให้บริการซื้อขาย Gold Spot ด้วยเงินดอลลาร์แบบเรียลไทม์ หนุนทำกำไรส่วนต่างไม่ต้องแปลงค่าเงิน
คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
Finance คลังประกาศผลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 17 ก.ค. เวลา 6 โมงเช้า
ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
Finance ออมสิน ปิดท้ายแคมเปญ 113 ปี ลุ้นรางวัลสลากออมสินรวม 70 ล้านบาท ซื้อได้ถึง 15 ก.ค. นี้
‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
Finance ‘เอกนิติ’ สั่งตั้งคณะทำงานระบบ CHECKED เชื่อมโยงข้อมูลปราบทุนเทา
ดูทั้งหมด

“ยุโรป-มะกัน” ส่อตึงเครียด พิษ “ลุงแซม” แซงก์ชั่นรัสเซียเพิ่ม-

07 ส.ค. 2560 | 07:00น.

กรณีที่เมื่อเร็ว ๆ นี้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐ ได้ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มความเข้มข้นในการคว่ำบาตรรัสเซียเพื่อลงโทษที่แทรกแซงการเลือกตั้ง รวมทั้งกรณีรัสเซียผนวกเอาดินแดนไครเมียมาเป็นของตน ทำท่าว่าจะก่อความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ทั้งที่ความสัมพันธ์ 2 ฝ่ายเขม็งเกลียวนับตั้งแต่ “โดนัลด์ ทรัมป์” เข้ารับตำแหน่ง

ที่ผ่านมาอียูและสหรัฐร่วมมือกันแซงก์ชั่นรัสเซียมาโดยตลอด โดยมีการต่ออายุการคว่ำบาตรมาเป็นระยะนับจากรัสเซียผนวกดินแดนไครเมียเป็นของตน แต่ครั้งนี้การแซงก์ชั่นของสหรัฐกลับทำให้อียูโกรธ เพราะเป็นการดำเนินการฝ่ายเดียวของสหรัฐเองโดยไม่ได้ปรึกษาหารืออียู

เหตุที่อียูโกรธเพราะมาตรการของสหรัฐจะกระทบต่อบริษัทเอกชนของอียูในโครงการนอร์ดสตรีม 2 ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างท่อส่งออกก๊าซของรัสเซียไปยังยุโรป ซึ่งมีบริษัทก๊าซพรอมของรัสเซียเป็นเจ้าของก็จริง แต่ก็มีบริษัทเอกชนจากยุโรปร่วมลงทุนด้วย ซึ่งตามร่างกฎหมายแซงก์ชั่นของสหรัฐฉบับใหม่จะอนุญาตให้สหรัฐแซงก์ชั่นใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาและพัฒนาท่อส่งก๊าซดังกล่าวของรัสเซีย

ล่าสุดนี้ นางบริกิตเตอ ซีพรีส รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี ได้ขอให้คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป มองหามาตรการตอบโต้สหรัฐ โดยระบุว่าการกระทำของสหรัฐถือว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ “อเมริกาไม่สามารถลงโทษบริษัทเยอรมนีเพียงเพราะพวกเขาดำเนินธุรกิจในประเทศอื่น มีผู้ร่วมลงทุนหลายรายอยู่ในโครงการท่อส่งก๊าซและปิโตรเลียมในภูมิภาคนี้”

รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี บอกว่าเยอรมนีไม่ต้องการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ และได้ย้ำกับสหรัฐหลายครั้งในหลายระดับแล้วว่า อย่าออกนอกแนวทางของการแซงก์ชั่นปกติที่ทำร่วมกันมา แต่พวกเขาก็ทำ “ดังนั้นก็ถูกต้องแล้วสำหรับคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปที่จะใช้มาตรการตอบโต้ ยุโรปพร้อมที่จะตอบโต้ในระยะสั้นนี้” อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ระบุรายละเอียดมาตรการ

“ฌอง-คล้อด ยุงเงอร์” ประธานคณะกรรมาธิการอียู ขู่ว่าหากความกังวลของอียูไม่ได้รับการแก้ไข เราก็พร้อมจะแสดงออกอย่างเหมาะสมภายในไม่กี่วัน “อเมริกาเฟิรสต์ ไม่ได้หมายความว่าผลประโยชน์ของอียูต้องมาทีหลัง”

ทั้งนี้ มีหลายแนวทางที่อียูอาจตอบโต้สหรัฐ เช่น อาจใช้กฎระเบียบพิเศษของอียูในการปกป้องตัวเองจากมาตรการแซงก์ชั่นของสหรัฐ หรือนำข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาขององค์การการค้าโลก หรือแม้กระทั่งแบนการทำธุรกิจกับบริษัทอเมริกันบางแห่ง ซึ่งประการหลังสุดนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด

กล่าวสำหรับกฎหมายคว่ำบาตรของสหรัฐ นั้นถือเป็นวิธีแก้ปัญหาการเมืองภายในของสหรัฐเอง แต่กลับไปส่งผลกระทบแบบฟาดหางต่ออียู ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิม เพราะพรรครีพับลิกันต้องการมัดมือโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ให้ไปสร้างสัมพันธ์อันอบอุ่นกับรัสเซีย หลังถูกกล่าวหาที่ว่าทีมงานหาเสียงของทรัมป์ได้ติดต่อกับรัสเซียเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ ด้วยหวังจะให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งมีมูลความจริงค่อนข้างมาก ซึ่งก็น่าเชื่อว่าเป็นสาเหตุทำให้ทรัมป์มีท่าทีเป็นมิตรกับรัสเซีย อันแตกต่างจากจุดยืนของสหรัฐในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

ตามขั้นตอนแล้ว ร่างกฎหมายนี้ต้องส่งไปให้ทรัมป์ลงนามเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งทรัมป์สามารถวีโต้ได้ แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วทรัมป์ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลงนาม เพราะหากไม่ลงนามก็เท่ากับยอมรับกลาย ๆ ว่าสมคบคิดกับรัสเซียจริง และเมื่อลงนามก็เท่ากับปิดโอกาสที่ทรัมป์จะไปอี๋อ๋อกับรัสเซียอีก

ขณะเดียวกันการคว่ำบาตรรัสเซียที่ดำเนินการโดยสหรัฐเพียงลำพังครั้งนี้ สร้างความย้อนแย้งในตัวเอง เนื่องจากกลายเป็นการผลักดันให้อียูไปอยู่ข้างเดียวกับรัสเซีย เพราะหากเมื่อใดก็ตามที่อียูตอบโต้สหรัฐจะทำให้ความสัมพันธ์ย่ำแย่ลง ทำให้การรวมพลังเพื่อคว่ำบาตรรัสเซียที่เคยทำร่วมกันมาอ่อนแรงลง สุดท้ายผู้ชนะก็คือวลาดิมีร์ ปูติน