ผวาแลนด์บริดจ์ ซ้ำรอยเซาเทิร์นซีบอร์ด ชี้รัฐเปิดชื่อผู้ใช้บริการ
หอการค้าภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เตือนแลนด์บริดจ์เสี่ยงซ้ำรอย “เซาเทิร์นซีบอร์ด” จี้รัฐเปิดเผยชื่อผู้ใช้บริการ วอนเยียวยาชาวชุมพร-ระนองอย่างสมน้ำสมเนื้อ ชี้หากเดินหน้าโครงการต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งประเทศ
นายกรกฎ เตติรานนท์ ประธานกลุ่มหอการค้าภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ที่ประกอบด้วย จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และ จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าโครงการแลนด์บริดจ์(Landbridge) เป็นโครงการที่ดี หากเกิดขึ้นได้จริงจะเกิดประโยชน์กับประเทศอย่างมหาศาลทั้งทั้งในปัจจุบันและอนาคต แต่โจทย์สำคัญ คือ รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้ว่า “กลุ่มผู้ใช้บริการคือใคร” ทั้งกลุ่มประเทศไทยและประเทศคู่ค้า สายเรือ และประเภทสินค้าที่จะเข้ามาใช้ระบบขนส่งนี้ โดยเฉพาะภาคใต้จะมีกลุ่มสินค้าใดได้รับประโยชน์บ้าง ทั้งการส่งออกและนำเข้า
ที่ผ่านมา รัฐบาลในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงการไม่เคยกล่าวถึงว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายใดจะเข้ามาใช้บริการขนส่งในโครงการนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อประชาชนทั้งประเทศ และโครงการ Land Bridge ไม่ใช่เพียงโครงการระดับภูมิภาค แต่คือ “วาระแห่งชาติ”
นายกรกฎกล่าวต่อว่า สำหรับภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีพืชเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ทุเรียน ยาง ปาล์มน้ำมัน แต่ในขณะเดียวกันประเทศไทยจะได้นำเช้าสินค้าต่างประเทศไทยอะไรบ้าง แม้ความจริง หลายจังหวัดในภาคใต้มีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นท่าเรือ จึงควรพัฒนาให้เหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ เพราะ “ท่าเรือคือประตูการค้า” และการขนส่งทางน้ำยังคงเป็นที่นิยมากที่สุดในโลกเนื่องจากมีต้นทุนต่ำ
สำหรับโครงการ Land Bridge ออกแบบมาเพื่อขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 10 ล้านตู้ / ปี หรือมาณ 30,000 TEU (ตู้)/วัน ฉะนั้นแล้วรัฐบาลจะต้องทำสื่อสารกับประชาชนอย่างละเอียด เพราะนี่คืออภิมหาโปรเจ็กต์ มูลค่า 1ล้านล้านบาท
นอกจากนี้ยังต้องชี้แจงในสิ่งที่เป็นข้อถกเถียงทางสังคม 4 ข้อ ได้แก่ 1) แลนด์บริดจ์คุ้มทุนหรือไม่ 2) จะเป็นภาระหรือโอกาสของประเทศ 3) แนวทางดูแลและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และ 4) โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ จ.ชุมพร และจ.ระนอง โดยเฉพาะอาชีพเก่าประมง การเกษตร ทุเรียน กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ฯลฯ ซึ่งนับว่าเป็นผู้เสียสละพื้นที่ จะมีแนวทางต้องตอบแทนเขาด้วยอะไร
“ชาวชุมพรและระนอง เปรียบเสมือนฮีโร่ของประเทศ ที่เสียสละเพื่อให้ประเทศเดินหน้าอภิมหาโปรเจ๊กต์ Land Bridge อุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ จึงต้องได้รับการตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อ ไม่ใช้ผลักใสให้พบกับความยากจนและลำบากขึ้น รวมถึงต้องมีอาชีพใหม่รองรับอย่างแน่นอน เมื่อทุกคนมองเห็นอนาคตก็จะเกิดการร่วมมือกัน”นายกรกฎกล่าว
นายกรกฎกล่าวต่อว่า สิ่งที่กังวล คือ แลนด์บริดจ์ที่อาจซ้ำรอยกับโครงการเซาเทิร์นซีบอร์ด Southern Seaboard Development Project ในอดีตที่ได้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความอัปยศ เพราะโครงการเซ้าท์เทิร์นซีบอร์ดสร้างแต่เพียงถนน แต่กลับไม่มีท่าเรือ หรือเขตนิคมอุตสาหกรรม ซึ่นับว่าเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ทั้งนี้ หากรัฐบาลต้องการเดินหน้าโครงการ Land Bridge เมื่อทำได้จะต้องทำความพร้อมกันครบชุด และจะต้องให้เกิดความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งประเทศ ถึงอภิมหาโปรเจ๊กต์ โครงการ Land Bridge โดยจะต้องการันตี เพราะหากเมื่อ 3-4 ปีได้มีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ รัฐบาลใหม่อาจจะมีความเห็นต่าง โครงการก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะที่ผ่านมาเพียงเลือกตั้งครั้งเดียวมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลถึง 3 ครั้ง และก็ยุบสภาในที่สุดมีมาแล้ว