กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วม บก.ปอศ. INTERPOL และหน่วยงานเกาหลี บุกค้น 2 จุดในเชียงใหม่ จับผู้ดูแลระบบเว็บไซต์ MyIPTV4K ลักลอบเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามชาติ เชื่อมโยงผู้ให้บริการหลักในมาเลเซีย ยึดเอกสารบัญชี-หลักฐานจ่ายเงินคลาวด์-อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมเดินหน้าคุมเข้มละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ช่วงฟุตบอลโลก
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. เจ้าหน้าที่องค์การตำรวจสากล หรือ INTERPOL เจ้าหน้าที่สำนักงานคุ้มครองลิขสิทธิ์แห่งเกาหลี หรือ KCOPA และตัวแทนผู้รับมอบอำนาจเจ้าของลิขสิทธิ์ จัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิดเครือข่ายเว็บไซต์ MyIPTV4K ซึ่งลักลอบเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ข้ามชาติเป็นจำนวนมาก
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการ I-SOP หรือ INTERPOL-Stop Online Piracy โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจมาเลเซีย หรือ Royal Malaysia Police สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ หรือ KNPA และเจ้าของลิขสิทธิ์ ร่วมวิเคราะห์ข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานหลักฐานทางดิจิทัลและเส้นทางการเงิน จนสามารถยื่นขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่
นางอรมนกล่าวว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบเผยแพร่ภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านระบบสมาชิกออนไลน์ และมีการดำเนินงานเชื่อมโยงข้ามพรมแดนระหว่างหลายประเทศ โดยเฉพาะเครือข่ายไทย-มาเลเซีย ส่งผลกระทบต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในวงกว้าง
จากการตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลสุเทพ และบ้านพักในพื้นที่ตำบลแม่เหียะ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลระบบ หรือ Admin ในการจัดการระบบเข้ารับชมภาพยนตร์ออนไลน์แบบบอกรับสมาชิกให้กับผู้ให้บริการหลักในประเทศมาเลเซีย
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยึดของกลางหลายรายการ อาทิ เอกสารบัญชี 19 แผ่น หลักฐานการจ่ายเงินให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้ง 4 แผ่น เอกสารเกี่ยวกับการรับส่งอีเมลที่ใช้งาน 22 แผ่น เอกสารสำเนาบัตรเครดิต 1 แผ่น โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ PC 1 เครื่อง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในฐานความผิดร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งเป็นงานภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต
นางอรมนกล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายต่อเครือข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะเครือข่ายข้ามพรมแดน เพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เจ้าของลิขสิทธิ์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอย้ำว่า การเผยแพร่ภาพยนตร์หรือคอนเทนต์ที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นการอัพโหลด ถ่ายทอด ส่งต่อ หรือแสวงหาประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และมีความผิดตามกฎหมาย โดยกรมจะดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องกับเครือข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ทุกรูปแบบ
นอกจากนี้ ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง กรมฯ จะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายกับการลักลอบถ่ายทอดสดการแข่งขัน การเผยแพร่ลิงก์รับชมผิดกฎหมาย รวมถึงการนำภาพหรือคลิปการแข่งขันไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ และสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่เป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน
สำหรับบทลงโทษตามกฎหมาย กรณีละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วไป มีโทษปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และหากเป็นการกระทำเพื่อการค้าหรือแสวงหากำไร อาจมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอความร่วมมือประชาชนไม่สนับสนุนการรับชมหรือใช้บริการเว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิของผู้สร้างสรรค์และเจ้าของลิขสิทธิ์ รวมถึงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การจ้างงาน และระบบเศรษฐกิจโดยรวม
หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 02-547-4702 สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th