สะเมิงโมเดล “อะโวคาโดอินทรีย์” ชูเทคนิค “วงแหวน” ลดต้นทุนปุ๋ย
เกษตรจังหวัดเชียงใหม่หนุนอำเภอสะเมิงเป็นต้นแบบ “Agri-Map” หลังเกษตรกรประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนพื้นที่นาข้าวที่ไม่เหมาะสม มาปลูกอะโวคาโด 4 สายพันธุ์ ส่งขายโครงการหลวง สร้างรายได้มั่นคง พร้อมชูเทคนิค “วงแหวนอินทรีย์วัตถุ” ช่วยรักษาความชื้นและลดต้นทุนค่าปุ๋ย
นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า แม้ว่าอำเภอสะเมิงจะมีชื่อเสียงด้านการปลูกสตรอเบอร์รี่ แต่ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ทำให้พื้นที่แห่งนี้เอื้อต่อการเติบโตของ “อะโวคาโด” ซึ่งกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่สร้างรายได้ที่มั่นคงกว่าการปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะ “สวนอะโวคาโดต้นแบบ” ของ (นายต่อมคำ) ที่ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่นาข้าวมาเป็นสวนอะโวคาโด รวม 20 ไร่ ปัจจุบันมีการบริหารจัดการและสร้างรายได้ที่น่าสนใจ ดังนี้
จำนวนต้น ปลูกทั้งหมดประมาณ 800 ต้น (ปัจจุบันให้ผลผลิตพร้อมเก็บเกี่ยวแล้วกว่า 500 ต้น) มี 4 สายพันธุ์หลักคือ แฮส (Hass), พิงค์เคอร์ตัน (Pinkerton), บูท (Booth) และ บัคคาเนีย (Buccaneer)
ช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน ของทุกปี มีปริมาณผลผลิตเก็บเกี่ยวได้รวมกว่า 12 ตัน ราคาจำหน่าย 25 – 60 บาท ต่อกิโลกรัม (ตามสายพันธุ์และคุณภาพ)
สำหรับช่องทางตลาด มีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงหน้าสวน และส่งจำหน่ายตรงให้กับ “โครงการหลวง” ซึ่งเป็นตลาดที่มั่นคง
นายเสน่ห์ กล่าวว่า เทคนิค “วงแหวนอินทรีย์วัตถุ” คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สวนแห่งนี้มีกำไรเพิ่มขึ้น คือการทำเกษตรปลอดภัยที่ผสมผสานปุ๋ยเคมีควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์ โดยมีเทคนิคเฉพาะตัวคือ “การทำวงแหวนอินทรีย์วัตถุรอบโคนต้น” โดยเกษตรกรจะกวาดเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นมากองรวมกันเป็นวงแหวนรอบโคนต้น (เว้นระยะห่างจากโคนประมาณ 2 เมตร) จากนั้นนำมูลสัตว์มาเททับลงไป เมื่อใบไม้ย่อยสลายตามธรรมชาติจะกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ช่วยกักเก็บความชื้นในดิน และลดรายจ่ายค่าปุ๋ยเคมีได้อย่างเห็นได้ชัด
นางผุสดีวรรณ บุญเรือง เกษตรอำเภอสะเมิง กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการ Agri-Map ในพื้นที่อำเภอสะเมิง มีเกษตรกรเข้าร่วมปรับเปลี่ยนพื้นที่จากนาข้าวมาเป็นสวนอะโวคาโดแล้วรวมทั้งสิ้น 30 ไร่ (เป็นพื้นที่ของนายต่อมคำ 20 ไร่ และเกษตรกรรายย่อยอื่นๆ อีก 10 ไร่) โดยกระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังจะใช้ “สะเมิงโมเดล” นี้ เป็นต้นแบบในการรณรงค์ให้เกษตรกรในพื้นที่ดอนหรือพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าว หันมาเลือกปลูกพืชทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องรายได้และการทำเกษตรกรรมยั่งยืนต่อไป
