กทม.ร่วมขับเคลื่อน ‘ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี’ ลดค่าครองชีพคนกรุง ม.ค. 70
กทม. ร่วมประชุมขับเคลื่อน “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาท ทุกสาย ทุกสี” เดินหน้าบูรณาการข้อมูล พร้อมร่วมมืออำนวยความสะดวกในพื้นที่ เตรียมพร้อมรับมาตรการลดค่าครองชีพคนกรุง ม.ค. 70
นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า วันที่ 17 กันยายนได้ร่วมการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางราง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการบูรณาการข้อมูล อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการพื้นที่ และเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดใช้อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว วันที่ 1 มกราคม 2570
เพื่อขับเคลื่อนมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยมุ่งลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
โดยสาระสำคัญของมาตรการกำหนดอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมมีอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
โดยที่ประชุมได้พิจารณาการเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบและอุปกรณ์ รวมถึงเงื่อนไขทางธุรกิจ โดยกำหนดให้ EMV Contactless เป็นสื่อหลักในการเดินทาง ครอบคลุมบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม พร้อมเร่งติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ในระบบรถไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้มาตรการอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการในวันที่ 1 มกราคม 2570
ด้านการคิดค่าโดยสาร เบื้องต้นจะเรียกเก็บตามมูลค่าการเดินทางจริง และหากค่าโดยสารเกินอัตราสูงสุด 45 บาท ภาครัฐจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” หรือบัญชีบัตรที่ใช้ในการเดินทาง ภายใน 3 วันทำการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบและอุปกรณ์ จัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณค่าโดยสารและการคืนเงินส่วนต่าง รวมถึงกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร การรับเรื่องร้องเรียน และการทดสอบระบบร่วมกันก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้การดำเนินมาตรการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สำหรับ กทม.มีบทบาทสำคัญในการบูรณาการร่วมกับกระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ในการโอนย้ายการบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทั้งส่วนหลักและส่วนต่อขยาย รวมถึงสายสีทอง ทั้งในมิติทรัพย์สิน รายได้ และภาระหนี้สิน เพื่อรวมการบริหารไว้ที่ รฟม. เพียงรายเดียวตามขั้นตอนของกฎหมาย
พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่ติดตั้งเครื่องอ่านบัตรชั่วคราว (Temporary Reader/EDC) บนสายสีเขียวและสายสีทอง และร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือนธันวาคม 2569
สำหรับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ นอกจากจะช่วยลดค่าครองชีพและประหยัดค่าเดินทางอย่างเห็นได้ชัดด้วยอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยวแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการรองรับระบบชำระเงินผ่านบัตร EMV Contactless บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม โดยระบบจะคำนวณและคืนเงินส่วนต่าง (Refund) เข้าบัญชีบัตรภายใน 3 วันทำการ
ขณะเดียวกัน สำหรับกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ยังคงได้รับสิทธิลดหย่อนราคาพิเศษเดิม หรือเลือกใช้สิทธิมาตรการ 45 บาทตามตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดได้อีกด้วย
