เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
Uncategorized กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี
คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
Politics คำขอนิรโทษ ‘ทักษิณ’ ถึงมืออนุฯกลั่นกรองแล้ว ก่อนชง คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
Economic ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังตลาดคาดข้อตกลงส่งออกน้ำมันดีเซลจากรัสเซียช่วยเพิ่มอุปทาน
ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ต.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
Economic กฟผ.ขีดเส้นปี’70 ตัดสินใจลุย SMR ดันโซลาร์ลอยน้ำรับดาต้าเซ็นเตอร์
เมื่อจีนตื่นทอง
World เมื่อจีนตื่นทอง
จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
Politics จับตาชง ครม. ของบลุย ‘ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ’ ตั้ง ‘อธิบดีกรมอุตุ’
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.58 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (14 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.55% อยู่ที่ 83,222 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (14 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.55% อยู่ที่ 83,222 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (14 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

กลุ่มทิสโก้โชว์กำไรไตรมาส 3 โต 4.3% งวด 9 เดือนพุ่ง 5.7% รายได้ทุกธุรกิจหลักไปได้ดี

14 ต.ค. 2569 | 09:57น.

กลุ่มทิสโก้เปิดผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,805 ล้านบาท เติบโต 4.3% ชี้รายได้ทุกธุรกิจหลักเติบโตดี แบงก์บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ-รักษาคุณภาพสินทรัพย์-ฐานะการเงินในระดับแข็งแกร่ง ตั้งสำรองหนี้ระดับสูงที่ 192.5%

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (Mr.Sakchai Peechapat, Group Chief Executive, TISCO Financial Group Public Company Limited) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 เริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออก กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว ขณะที่ตลาดรถยนต์มีสัญญาณบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่

ภายใต้สภาพแวดล้อมดังกล่าว กลุ่มทิสโก้ยังคงดำเนินธุรกิจตามแนวทาง Sustainable Growth โดยมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROAE) ที่ 16.4% ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า

“การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจหลักหลายด้าน โดยธุรกิจสินเชื่อยังขยายตัวได้ดี จากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เกี่ยวเนื่อง”

ด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) เติบโตอย่างโดดเด่น ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนภายใต้ Open Architecture Platform ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงกองทุนและการลงทุนที่หลากหลายจากผู้จัดการกองทุนชั้นนำ นอกจากนี้ ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนได้รับอานิสงส์จากมูลค่าการซื้อขายในตลาดทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น

ควบคู่กับการขยายตัวของธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งทิสโก้ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมของธุรกิจตลาดทุนเติบโตได้ดีและช่วยเสริมความสามารถในการสร้างรายได้ในระยะยาว

ด้านคุณภาพสินทรัพย์และฐานะการเงิน กลุ่มทิสโก้ยังคงรักษามาตรฐานการบริหารความเสี่ยงและการตั้งสำรองอย่างรอบคอบและรัดกุม ส่งผลให้อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% ขณะที่ NPL Coverage Ratio ยังคงแข็งแกร่งที่ 192.5% สะท้อนความเพียงพอของเงินสำรองต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.1% ตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ความสามารถในการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และศักยภาพในการขยายธุรกิจในอนาคต

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป กลุ่มทิสโก้ยังคงมุ่งตอกย้ำบทบาทการเป็น Your Trusted Financial Advisor หรือที่ปรึกษาทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจ โดยเดินหน้าพัฒนา TISCO Wealth Ecosystem เพื่อเชื่อมโยงบริการด้านการเงิน การลงทุน การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนความมั่งคั่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด Holistic Advisory ตลอดจนขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในด้านต่าง ๆ ภายใต้ธีม Friends for Well-being เพื่อเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและเติมเต็มการวางแผนชีวิตให้แก่ลูกค้าอย่างรอบด้าน

“นอกจากนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยช่วงปลายไตรมาส กลุ่มทิสโก้ได้เร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิดผ่านมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ทั้งการลดภาระค่างวดชั่วคราว การปรับโครงสร้างหนี้ และการเสริมสภาพคล่องเมื่อจำเป็น เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัวและก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปด้วยกัน” นายศักดิ์ชัยกล่าว

สรุปผลประกอบการสำหรับงวด 9 เดือนแรก และไตรมาส 3 ของปี 2569

ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของรายได้รวมจากการดำเนินงาน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.2% ตามต้นทุนเงินฝากที่ทยอยปรับลดลงในช่วงดอกเบี้ยขาลง

ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.7% จากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) เพิ่มขึ้น 6.3% ประกอบกับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเติบโตจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงที่ตลาดทุนฟื้นตัว

นอกจากนี้ รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กลับมาขยายตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นจากการเติบโตธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและธุรกิจกองทุนรวม ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.9% โดยยังคงดำเนินการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบ

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) อยู่ที่ 1.0% ของสินเชื่อเฉลี่ย สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ที่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROAE) อยู่ที่ 16.4%

สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทงวดไตรมาส 3 ของปี 2569 มีจำนวน 1,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาส 3 ของปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ปรับตัวลดลง สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานอ่อนตัวลง โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่ลดลงจากปีก่อนหน้า ในส่วนของธุรกิจหลัก รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.2% จากต้นทุนเงินฝากที่ลดลง ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวจากธุรกิจตลาดทุนที่ขยายตัวตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น

เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 มีจำนวน 238,493 ล้านบาท เติบโต 1.2% จากสิ้นปี 2568 จากสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และส่วนแบ่งตลาดของธนาคารทิสโก้ที่ขยายตัวมาอยู่ที่ 7.0%

นอกจากนี้ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อ SME ขยายตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโต ทั้งนี้ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% ของสินเชื่อรวม สะท้อนแผนการเติบโตของสินเชื่อที่รัดกุม และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทมีค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 192.5%

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.1% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.0% และ 2.1% ตามลำดับ