เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
Economic กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
Politics ครม.ไฟเขียว ‘กฟภ.’ กู้ 10,406 ล้าน ลุยลงทุน 11 แผนงานระยะยาวใหม่
อนุทิน สั่งรับมือฝุ่น PM 2.5 จี้ ‘ศุภจี’ จัดการแปรรูปขยะพิษเด็ดขาด
Politics อนุทิน สั่งรับมือฝุ่น PM 2.5 จี้ ‘ศุภจี’ จัดการแปรรูปขยะพิษเด็ดขาด
‘เบทาโกร’ เข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจ Foodservice อีคอมเมิร์ซครบวงจร
Biz Movement ‘เบทาโกร’ เข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุกขยายธุรกิจ Foodservice อีคอมเมิร์ซครบวงจร
งามจับใจ โอปอล-สุชาตา พาชุดไทยอวดโฉมกลางปารีส
Biz Movement งามจับใจ โอปอล-สุชาตา พาชุดไทยอวดโฉมกลางปารีส
นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
Politics นายกฯ ย้ำให้เวลาซักฟอก 3 วัน ลงมติ 30 ต.ค. กั๊กตอบกระแสดึง กธ. แบ่งกระทรวงริมน้ำ
“ไทยแอร์เอเชีย” ดึง ลำไย ไหทองคำ-F.HERO จุดกระแสเที่ยวปลายปีทั่วไทยด้วย 134 เที่ยวบินต่อวัน
Business “ไทยแอร์เอเชีย” ดึง ลำไย ไหทองคำ-F.HERO จุดกระแสเที่ยวปลายปีทั่วไทยด้วย 134 เที่ยวบินต่อวัน
ลุ้น กนง. 28 ต.ค. ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดคงดอกเบี้ย 1% จับตาเงินเฟ้อขยับ-ศก.ชะลอ
Finance ลุ้น กนง. 28 ต.ค. ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดคงดอกเบี้ย 1% จับตาเงินเฟ้อขยับ-ศก.ชะลอ
คลังคลอด 3 มาตรการช่วยหลังน้ำลด 7 แบงก์รัฐพักชำระหนี้ หักค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน-รถ
Politics คลังคลอด 3 มาตรการช่วยหลังน้ำลด 7 แบงก์รัฐพักชำระหนี้ หักค่าใช้จ่ายซ่อมบ้าน-รถ
TTB โชว์กำไร 9 เดือน ถึงระดับ 1.16 หมื่นล้าน หนี้เสียลดเหลือ 2.88%
Finance TTB โชว์กำไร 9 เดือน ถึงระดับ 1.16 หมื่นล้าน หนี้เสียลดเหลือ 2.88%
ดูทั้งหมด

กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้

20 ต.ค. 2569 | 14:56น.
แพลตฟอร์มดิจิทัล

กขค.เดินหน้าคุมแพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร หลังพบข้อร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่า GP เตรียมออกประกาศกำกับโครงสร้างค่าบริการ บังคับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีอำนาจตลาดเปิดเผยต้นทุนและเหตุผลก่อนปรับขึ้นค่าธรรมเนียม ย้ำไม่ใช่การกำหนดเพดานราคา เปิดรับฟังความคิดเห็น 21 ต.ค.-20 พ.ย. 2569 ตั้งเป้าประกาศใช้ภายใน 18 ธ.ค.นี้ ฝ่าฝืนเสี่ยงถูกปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ ขณะที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee-Lazada เตรียมแยกกำกับอีกฉบับ

นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้เห็นชอบหลักการและร่างประกาศเกี่ยวกับการกำกับโครงสร้างอัตราค่าบริการของแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการเรียกรถและจัดส่งสินค้า (Ride-hailing) ซึ่งครอบคลุมบริการขนส่งผู้โดยสาร การจัดส่งสินค้าแบบออนดีมานด์ และบริการจัดส่งอาหาร (Food Delivery) โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เป็นระยะเวลา 30 วัน

การออกประกาศดังกล่าวมีเป้าหมายกำกับดูแลการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ หรือ GP ของแพลตฟอร์มรายใหญ่ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการร้านอาหารและไรเดอร์เกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าบริการโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน

ทั้งนี้ จากข้อร้องเรียนที่ได้รับเกี่ยวกับธุรกิจ Ride-hailing พบว่าประมาณ 90% เป็นประเด็นเกี่ยวกับค่า GP โดยผู้ร้องเรียนสะท้อนปัญหาการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมหลายครั้ง รวมถึงการไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการปรับอัตราดังกล่าวมีต้นทุนหรือปัจจัยใดเป็นเหตุผลรองรับ

“เรื่องร้องเรียนร้อยละ 90 ที่เรารับมาเป็นเรื่อง GP ทั้งร้านค้าและผู้ประกอบการร้านอาหารพูดเรื่องเดียวกัน คืออยู่ดี ๆ ก็ปรับขึ้น โดยไม่อธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงขึ้น เราจึงต้องนำเรื่องนี้มาดำเนินการก่อน” นางวรวรรณกล่าว

สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศ จะกำหนดให้แพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับต้องชี้แจงโครงสร้างการคิดค่าบริการ ทั้งค่า GP ค่าธรรมเนียม ส่วนแบ่งรายได้ และผลประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ รวมถึงองค์ประกอบด้านต้นทุนที่นำมาใช้คำนวณอัตราค่าบริการ

หากผู้ให้บริการต้องการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียม จะต้องมีเหตุผลรองรับและชี้แจงต่อ กขค. ก่อนดำเนินการ โดยจะมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความถี่ในการปรับอัตราค่าบริการและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรายละเอียดจะปรากฏในร่างประกาศที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็น

อย่างไรก็ตาม กขค.ไม่ได้มีหน้าที่กำหนดว่าผู้ให้บริการจะต้องเรียกเก็บค่า GP ในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะกำกับให้การกำหนดและปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการมีโครงสร้างที่ชัดเจน สามารถอธิบายได้ และมีความสมเหตุสมผล เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตลาดเอาเปรียบคู่ค้า

นางวรวรรณกล่าวว่า การกำกับดูแลจะครอบคลุมเฉพาะแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่มีอำนาจตลาดหรือมีอำนาจเหนือตลาด โดยพิจารณาทั้งส่วนแบ่งตลาด รายได้ และขอบเขตตลาดที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้บังคับใช้กับแพลตฟอร์มทุกราย เนื่องจาก กขค.ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่สามารถแข่งขันในตลาดได้

จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าจะมีแพลตฟอร์มในกลุ่ม Ride-hailing ประมาณ 3 รายอยู่ในข่ายการกำกับตามประกาศฉบับนี้ ขณะที่ข้อมูลของ กขค.ระบุว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 รายมีส่วนแบ่งตลาด Ride-hailing รวมกันประมาณ 90% ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นแบ่งส่วนแบ่งตลาดที่เหลือ

สำหรับกำหนดการดำเนินงาน หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม-20 พฤศจิกายน 2569 จะนำผลการรับฟังความคิดเห็นเข้าสู่การพิจารณาของ กขค.อีกครั้งในวันที่ 23 พฤศจิกายน ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้านกฎหมาย โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน

จากนั้นตั้งเป้าลงนามประกาศฉบับสมบูรณ์ไม่เกินวันที่ 4 ธันวาคม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2569 โดยจะไม่มีระยะเวลาผ่อนผันให้ผู้ประกอบการปรับตัวเพิ่มเติม ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวยังเป็นแผนงานที่คาดการณ์ไว้ ไม่ใช่วันมีผลบังคับใช้ที่ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว

ส่วนบทลงโทษกรณีผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามประกาศ นางวรวรรณระบุว่า มีโทษปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ โดยการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และความรุนแรงของผลกระทบจากการกระทำผิด

นางวรวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากปัญหาค่า GP แล้ว ยังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรงานให้ไรเดอร์ผ่านระบบอัลกอริทึม โดยเฉพาะการมอบหมายงานพ่วง (Batch) ซึ่งไรเดอร์ต้องรับสินค้าหลายคำสั่งซื้อในการเดินทางครั้งเดียว แต่ได้รับค่าตอบแทนในลักษณะที่แตกต่างจากจำนวนคำสั่งซื้อที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

นอกจากนี้ ยังมีข้อสะท้อนเกี่ยวกับการบังคับเข้าร่วมโปรโมชั่นและเงื่อนไขการรับงานผ่านระบบแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากการพิสูจน์วิธีการทำงานของอัลกอริทึมมีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม กขค.จะให้ความสำคัญกับการกำกับโครงสร้างค่า GP ก่อน เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและไรเดอร์จำนวนมาก

ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Ride-hailing ประมาณ 17 เรื่อง อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา โดยยังไม่มีข้อสรุปการตัดสินในกลุ่มเรื่องร้องเรียนดังกล่าว

สำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซประเภท Multi-sided Platform เช่น Shopee และ Lazada จะอยู่ภายใต้แนวทางกำกับดูแลอีกฉบับหนึ่ง เนื่องจากมีรูปแบบธุรกิจและลักษณะตลาดแตกต่างจากบริการ Ride-hailing แม้ว่าคำสั่งตามมาตรา 60 ที่ออกไปก่อนหน้านี้จะครอบคลุมผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มก็ตาม

“เราไม่ได้ต้องการกำกับราคา แต่ต้องการกำกับการแข่งขันที่เป็นธรรม หากจะขึ้นค่าบริการก็ต้องอธิบายได้ว่าขึ้นเพราะอะไร และมีเหตุผลสมควรหรือไม่ เพราะผู้ประกอบการรายเล็กและไรเดอร์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง” นางวรวรรณกล่าว