กขค.จ่อคุมค่า GP แพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ตั้งเป้าบังคับใช้ ธ.ค.นี้
กขค.เดินหน้าคุมแพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร หลังพบข้อร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่า GP เตรียมออกประกาศกำกับโครงสร้างค่าบริการ บังคับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีอำนาจตลาดเปิดเผยต้นทุนและเหตุผลก่อนปรับขึ้นค่าธรรมเนียม ย้ำไม่ใช่การกำหนดเพดานราคา เปิดรับฟังความคิดเห็น 21 ต.ค.-20 พ.ย. 2569 ตั้งเป้าประกาศใช้ภายใน 18 ธ.ค.นี้ ฝ่าฝืนเสี่ยงถูกปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ ขณะที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee-Lazada เตรียมแยกกำกับอีกฉบับ
นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้เห็นชอบหลักการและร่างประกาศเกี่ยวกับการกำกับโครงสร้างอัตราค่าบริการของแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการเรียกรถและจัดส่งสินค้า (Ride-hailing) ซึ่งครอบคลุมบริการขนส่งผู้โดยสาร การจัดส่งสินค้าแบบออนดีมานด์ และบริการจัดส่งอาหาร (Food Delivery) โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เป็นระยะเวลา 30 วัน
การออกประกาศดังกล่าวมีเป้าหมายกำกับดูแลการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ หรือ GP ของแพลตฟอร์มรายใหญ่ หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการร้านอาหารและไรเดอร์เกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าบริการโดยไม่มีการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน
ทั้งนี้ จากข้อร้องเรียนที่ได้รับเกี่ยวกับธุรกิจ Ride-hailing พบว่าประมาณ 90% เป็นประเด็นเกี่ยวกับค่า GP โดยผู้ร้องเรียนสะท้อนปัญหาการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมหลายครั้ง รวมถึงการไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าการปรับอัตราดังกล่าวมีต้นทุนหรือปัจจัยใดเป็นเหตุผลรองรับ
“เรื่องร้องเรียนร้อยละ 90 ที่เรารับมาเป็นเรื่อง GP ทั้งร้านค้าและผู้ประกอบการร้านอาหารพูดเรื่องเดียวกัน คืออยู่ดี ๆ ก็ปรับขึ้น โดยไม่อธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงขึ้น เราจึงต้องนำเรื่องนี้มาดำเนินการก่อน” นางวรวรรณกล่าว
สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศ จะกำหนดให้แพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับต้องชี้แจงโครงสร้างการคิดค่าบริการ ทั้งค่า GP ค่าธรรมเนียม ส่วนแบ่งรายได้ และผลประโยชน์อื่นใดที่เรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ รวมถึงองค์ประกอบด้านต้นทุนที่นำมาใช้คำนวณอัตราค่าบริการ
หากผู้ให้บริการต้องการปรับขึ้นอัตราค่าธรรมเนียม จะต้องมีเหตุผลรองรับและชี้แจงต่อ กขค. ก่อนดำเนินการ โดยจะมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความถี่ในการปรับอัตราค่าบริการและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรายละเอียดจะปรากฏในร่างประกาศที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็น
อย่างไรก็ตาม กขค.ไม่ได้มีหน้าที่กำหนดว่าผู้ให้บริการจะต้องเรียกเก็บค่า GP ในอัตรากี่เปอร์เซ็นต์ แต่จะกำกับให้การกำหนดและปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการมีโครงสร้างที่ชัดเจน สามารถอธิบายได้ และมีความสมเหตุสมผล เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตลาดเอาเปรียบคู่ค้า
นางวรวรรณกล่าวว่า การกำกับดูแลจะครอบคลุมเฉพาะแพลตฟอร์มรายใหญ่ที่มีอำนาจตลาดหรือมีอำนาจเหนือตลาด โดยพิจารณาทั้งส่วนแบ่งตลาด รายได้ และขอบเขตตลาดที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้บังคับใช้กับแพลตฟอร์มทุกราย เนื่องจาก กขค.ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหม่สามารถแข่งขันในตลาดได้
จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าจะมีแพลตฟอร์มในกลุ่ม Ride-hailing ประมาณ 3 รายอยู่ในข่ายการกำกับตามประกาศฉบับนี้ ขณะที่ข้อมูลของ กขค.ระบุว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่ 2 รายมีส่วนแบ่งตลาด Ride-hailing รวมกันประมาณ 90% ส่วนผู้ประกอบการรายอื่นแบ่งส่วนแบ่งตลาดที่เหลือ
สำหรับกำหนดการดำเนินงาน หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม-20 พฤศจิกายน 2569 จะนำผลการรับฟังความคิดเห็นเข้าสู่การพิจารณาของ กขค.อีกครั้งในวันที่ 23 พฤศจิกายน ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้านกฎหมาย โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน
จากนั้นตั้งเป้าลงนามประกาศฉบับสมบูรณ์ไม่เกินวันที่ 4 ธันวาคม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 18 ธันวาคม 2569 โดยจะไม่มีระยะเวลาผ่อนผันให้ผู้ประกอบการปรับตัวเพิ่มเติม ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวยังเป็นแผนงานที่คาดการณ์ไว้ ไม่ใช่วันมีผลบังคับใช้ที่ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว
ส่วนบทลงโทษกรณีผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามประกาศ นางวรวรรณระบุว่า มีโทษปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ โดยการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และความรุนแรงของผลกระทบจากการกระทำผิด
นางวรวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากปัญหาค่า GP แล้ว ยังได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรงานให้ไรเดอร์ผ่านระบบอัลกอริทึม โดยเฉพาะการมอบหมายงานพ่วง (Batch) ซึ่งไรเดอร์ต้องรับสินค้าหลายคำสั่งซื้อในการเดินทางครั้งเดียว แต่ได้รับค่าตอบแทนในลักษณะที่แตกต่างจากจำนวนคำสั่งซื้อที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
นอกจากนี้ ยังมีข้อสะท้อนเกี่ยวกับการบังคับเข้าร่วมโปรโมชั่นและเงื่อนไขการรับงานผ่านระบบแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากการพิสูจน์วิธีการทำงานของอัลกอริทึมมีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม กขค.จะให้ความสำคัญกับการกำกับโครงสร้างค่า GP ก่อน เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและไรเดอร์จำนวนมาก
ปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Ride-hailing ประมาณ 17 เรื่อง อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา โดยยังไม่มีข้อสรุปการตัดสินในกลุ่มเรื่องร้องเรียนดังกล่าว
สำหรับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซประเภท Multi-sided Platform เช่น Shopee และ Lazada จะอยู่ภายใต้แนวทางกำกับดูแลอีกฉบับหนึ่ง เนื่องจากมีรูปแบบธุรกิจและลักษณะตลาดแตกต่างจากบริการ Ride-hailing แม้ว่าคำสั่งตามมาตรา 60 ที่ออกไปก่อนหน้านี้จะครอบคลุมผู้ประกอบการทั้งสองกลุ่มก็ตาม
“เราไม่ได้ต้องการกำกับราคา แต่ต้องการกำกับการแข่งขันที่เป็นธรรม หากจะขึ้นค่าบริการก็ต้องอธิบายได้ว่าขึ้นเพราะอะไร และมีเหตุผลสมควรหรือไม่ เพราะผู้ประกอบการรายเล็กและไรเดอร์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง” นางวรวรรณกล่าว