ไขปม “ศูนย์ CI” เมียนมาในไทย กางไทม์ไลน์-ขั้นตอนยื่นเอกสาร เช็กค่าใช้จ่ายในกระบวนการ
ทำความรู้จักศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI) ของทางการเมียนมาในประเทศไทย สรุปข้อมูลประชากรแรงงานกว่า 3.3 ล้านคน ไทม์ไลน์เปิดให้บริการใน 5 จังหวัด ค่าใช้จ่าย อัตราค่าธรรมเนียม และขั้นตอนปฏิบัติอย่างละเอียด พร้อมเกาะติดกระแสข่าวการชุมนุมเรียกร้องและการรับเรื่องร้องเรียนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
การเคลื่อนไหวของแรงงานข้ามชาติจุดประเด็นศูนย์ CI
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา นายวีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานข้ามชาติ “ไบรท์ ฟิวเจอร์” (Bright Future) ได้จัดกิจกรรมบริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนินนอก เพื่อยื่นข้อเรียกร้องขอให้ทางการไทยยกเลิกศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล หรือศูนย์ CI ของรัฐบาลเมียนมาในประเทศไทย โดยให้เหตุผลเรื่องภาระทางการเงินและมองว่าไม่เป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้ใช้บัตรชมพูเป็นหลักฐานการยืนยันตัวตนแทน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการจัดกิจกรรม ได้มีกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกลุ่มประชาพิทักษ์สถาบันขับรถผ่านและเกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งทำร้ายร่างกายนายวีระ ต่อมานายวีระได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.นางเลิ้ง (วันที่ 2 พ.ย. 2569) ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วและอยู่ระหว่างเร่งรัดออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหา
จากนั้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนของนายวีระไว้พิจารณา โดยสำนักงาน กสม. ระบุว่า เหตุการณ์ใช้ความรุนแรงดังกล่าวสร้างบรรยากาศความหวาดกลัว ความเกลียดชัง และเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็นตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ซึ่ง กสม. จะดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ศูนย์ CI คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร ?
ศูนย์ CI (Certificate of Identity) เป็นศูนย์ที่ทางการเมียนมาดำเนินการในประเทศไทย เพื่อพิสูจน์สัญชาติและออกหนังสือรับรองบุคคล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เล่ม CI” และ “พาสปอร์ตเล่มเขียว” โดยมีหน่วยงานภาครัฐของไทยทำหน้าที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลจากกรมการจัดหางาน ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ระบุว่า มีแรงงานเมียนมาในประเทศไทยจำนวน 3,321,518 คน (ไม่รวมผู้หนีภัยการสู้รบและแรงงานกลุ่มที่ไม่ได้แยกสัญชาติ) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดของประชากรแรงงานเมียนมา โดยเอกสาร CI มีอายุการใช้งาน 4 ปี ใช้สำหรับเดินทางระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาเท่านั้น ไม่สามารถใช้เดินทางไปประเทศที่สามได้ และแรงงานต้องใช้ประกอบการขอวีซ่าและต่อใบอนุญาตทำงานในไทย
สำหรับกลุ่มแรงงานที่สามารถดำเนินการทำหนังสือ CI ได้ คือกลุ่มแรงงานที่ลงทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 ซึ่งได้รับอนุญาตให้ต่ออายุใบแทนใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางานถึงปี 2570
ไทม์ไลน์พื้นที่ให้บริการและโครงสร้างค่าใช้จ่าย
การเปิดให้บริการศูนย์ CI รอบล่าสุด มีกำหนดเปิดดำเนินการระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 14 มกราคม 2570 ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และชลบุรี โดยดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเมียนมาทั้งหมด
ในส่วนของโครงสร้างค่าใช้จ่าย ภาครัฐไทยได้ประชาสัมพันธ์อัตราค่าธรรมเนียมทางการไว้ที่ 2,670 บาท อย่างไรก็ตาม แรงงานอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น ค่านายหน้า ค่าเดินทาง และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทำให้ยอดค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าที่ประกาศไว้
นอกจากนี้ยังมีข้อบังคับของรัฐบาลเมียนมาภายใต้ระบบ Family Remittance Management System (FRMS) ที่กำหนดให้แรงงานในต่างประเทศส่งเงินกลับประเทศอย่างน้อย 25% ของรายได้ ผ่านช่องทางที่รัฐบาลทหารเมียนมาควบคุม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นภาระต้นทุนของแรงงานในปัจจุบัน
ขั้นตอนการดำเนินการภายในศูนย์ CI
โดยกระบวนการขอรับเอกสารรับรองบุคคลผ่านศูนย์ CI มีขั้นตอนหลัก ดังนี้
การลงทะเบียนนัดหมาย : แรงงานเมียนมาชำระค่าธรรมเนียม 310 บาทที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven เพื่อลงทะเบียนนัดหมายล่วงหน้า โดยกำหนดโควตาผู้ใช้บริการต่อวันประมาณ 450-500 คน (ขึ้นอยู่กับมาตรการควบคุมโรคของแต่ละจังหวัด)
การเข้ารับบริการ : แรงงานมาติดต่อตามวันและเวลาที่ระบุในใบนัดหมาย
การตรวจสอบและออกเอกสารโดยทางการเมียนมา : หน่วยงานของทางการเมียนมา (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน) เปิดให้บริการผ่านเคาน์เตอร์ 5 จุด ได้แก่
- จุดตรวจสอบประวัติการจัดทำเอกสาร CI และยืนยันตัวตน (ถ่ายรูปและเก็บลายนิ้วมือ)
- จุดปรับปรุงประวัติข้อมูลแรงงานเมียนมา
- จุดออกเอกสารรับรองบุคคล (CI)
- จุดออกบัตรประจำตัวแรงงานในต่างประเทศ (OWIC)
- จุดตรวจสอบข้อมูลในกรณีที่เอกสารขัดข้อง