เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.63 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.63 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ลวรณ ยัน ‘ไทย’ ไม่ซ้ำรอย ‘ฝรั่งเศส’ ม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้กันชนการคลังยังสูง
Uncategorized ลวรณ ยัน ‘ไทย’ ไม่ซ้ำรอย ‘ฝรั่งเศส’ ม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้กันชนการคลังยังสูง
‘โรงเรียนนานาชาติ’ บูมไม่หยุด เศรษฐีเมียนมา-เอเชียแห่เรียน
Business ‘โรงเรียนนานาชาติ’ บูมไม่หยุด เศรษฐีเมียนมา-เอเชียแห่เรียน
พระราชินี เสด็จฯจากเมืองซัปโปโร ไปยังกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯจากเมืองซัปโปโร ไปยังกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.79% อยู่ที่ 83,093 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.79% อยู่ที่ 83,093 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แสนสิริxไทยพาณิชย์หนุน SMEs สร้างแรงฮึดคู่ค้าสู่ธุรกิจโลกใหม่
Business แสนสิริxไทยพาณิชย์หนุน SMEs สร้างแรงฮึดคู่ค้าสู่ธุรกิจโลกใหม่
‘เจ้าสัวธนินท์’ ปักธงธุรกิจอนาคต ‘อาหารแทนยา’ อายุยืน 120 ปี
50 ประชาชาติธุรกิจ ‘เจ้าสัวธนินท์’ ปักธงธุรกิจอนาคต ‘อาหารแทนยา’ อายุยืน 120 ปี
วิชัยทัสมิ ขบวนแห่พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีสุดยิ่งใหญ่ คนไทย-ต่างชาติร่วมพิธีคับคั่ง
Biz Movement วิชัยทัสมิ ขบวนแห่พระแม่ศรีมหาอุมาเทวีสุดยิ่งใหญ่ คนไทย-ต่างชาติร่วมพิธีคับคั่ง
ม.เกษตรฯ ชี้ช่องแก้ปัญหาน้ำท่วม ชู AI-ดาวเทียม เตือนภัยล่วงหน้าดัน ‘Policy Brief’ ชงรัฐบาล
News ม.เกษตรฯ ชี้ช่องแก้ปัญหาน้ำท่วม ชู AI-ดาวเทียม เตือนภัยล่วงหน้าดัน ‘Policy Brief’ ชงรัฐบาล
ดูทั้งหมด

เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้งกว่าที่คาด หลังเห็นเงินเฟ้อยังไม่ชะลอลงเท่าที่หวัง

15 ก.พ. 2566 | 15:46น.
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย

ประธานสาขาธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายสาขามีความเห็นว่า เฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายครั้งกว่าที่ประกาศไว้ หลังจากเห็นอัตราเงินเฟ้อสหรัฐเดือนมกราคม 2566 ยังสูง 6.4% ซึ่งแม้ในทางสถิตินี่เป็นอัตราที่ชะลอลงต่ำสุดในรอบ 15 เดือน แต่ก็ชะลอลงน้อยกว่าที่คาดการณ์-คาดหวัง และสูงกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% อยู่มาก

สหรัฐแถลงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนมกราคม 2566 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปรากฏว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 6.4% แม้ในทางสถิตินี่เป็นอัตราที่ชะลอลงต่ำสุดในรอบ 15 ปี แต่ก็ชะลอลงน้อยกว่าที่คาด และยังสูงกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% อยู่มาก

และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.5% จากเดือนก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนจากค่าน้ำมันและค่าที่พักอาศัย ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า (MOM) มากที่สุดในรอบ 3 เดือน 

ต่อมา วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve System : Fed) เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงต่อไปเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมายให้ได้ และหากอัตราเงินเฟ้อยังสูง ก็อาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อไปอีกหลายครั้งกว่าที่เคยประกาศไว้ว่าจะขึ้นอีกสองสามครั้ง 

โธมัส บาร์กิน (Thomas Barkin) ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า “หากอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมาย บางทีเราอาจจำเป็นต้องทำมากกว่านั้น” 

ส่วน ลอรี่ โลแกน (Lorie Logan) ประธานเฟดสาขาดัลลัส กล่าวที่ Prairie View A&M University ในรัฐเทกซัสว่า “เราต้องเตรียมพร้อมที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเป็นระยะเวลานานกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ หากเส้นทางนั้นจำเป็นในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มเศรษฐกิจ หรือเพื่อลบล้างเงื่อนไขข้อจำกัดในการผ่อนคลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ” 

โลแกนบอกอีกว่า มีความเสี่ยง 2 ประการต่อการดำเนินนโยบายการเงินในขณะนี้ คือ การทำน้อยเกินไปแล้วทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสูงขึ้นอีก กับการทำมากเกินไปจนสร้างความเจ็บปวดในตลาดแรงงานมากเกินไป ซึ่งเธอมองว่าความเสี่ยงที่สำคัญกว่าคือ การทำน้อยเกินไป 

ด้าน แพทริก ฮาร์กเกอร์ (Patrick Harker) ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย บอกว่าเขาเชื่อว่าผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยขึ้นไปสูงกว่า 5% และอาจจะสูงกว่านั้นอีก เพื่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อที่ผ่อนคลายลงอย่างช้า ๆ แต่จะสูงแค่ไหน เขาบอกว่า “ต้องให้ข้อมูลเป็นตัวกำหนด” 

ขณะที่ จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ประธานเฟดสาขานิวยอร์กกล่าวว่า การมีอัตราดอกเบี้ยในช่วงระหว่าง 5-5.5% ภายในสิ้นปีนี้ ตามที่เฟดคาดการณ์ไว้ ถือเป็นกรอบที่เหมาะสม 

“ผมคิดว่า ด้วยความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน เห็นได้ชัดว่ามีความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือว่าเราอาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยให้สูงกว่านั้น” 

วิลเลียมส์มั่นใจว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงไปสู่เป้าหมาย 2% ได้ แต่เขาย้ำว่างานของเฟดยังไม่สิ้นสุด

ทั้งนี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่ของเฟดทุกคนจะเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) แต่ในบรรดาคนที่ให้ความเห็นดังที่ว่ามาไม่ใช่ทุกคนที่มีสิทธิ์ออกเสียง ลอรี่ โลแกน (Lorie Logan) ประธานเฟดสาขาดัลลัส และแพทริก ฮาร์กเกอร์ (Patrick Harker) ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย เป็นสมาชิกคณะกรรมการในการลงคะแนนในปีนี้ ขณะที่จอห์น วิลเลียมส์ (John Williams) ในฐานะประธานเฟดสาขานิวยอร์ก เป็นสมาชิกคณะกรรมการถาวรในการลงคะแนน ส่วนโธมัส บาร์กิน ประธานเฟดสาขาริชมอนด์ ไม่ได้เป็นสมาชิกที่จะลงคะแนนในปีนี้

ส่วนปฏิกิริยาของตลาดหลังทราบตัวเลขเงินเฟ้อ ดัชนี S&P 500 ร่วงลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้นตามข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุด 

หลังจากเห็นตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด และอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงต่อเนื่อง ตอนนี้นักลงทุนเดิมพันด้วยอัตราต่อรองเกือบเท่ากันว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนมิถุนายน หลังจากปรับขึ้นครั้งละ 0.25% ในเดือนมีนาคมและพฤษภาคม 

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จาก Barclays Plc และ Monetary Policy Analytics มองว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นไปสิ้นสุดที่ช่วง 5.25-5.50% 

นักเศรษฐศาสตร์ของ Barclays เขียนอธิบายว่า การคาดการณ์ที่สูงขึ้นสะท้อนถึงมุมมองของ Barclays ที่ว่าเฟดจะต้องเห็นการชะลอตัวลงอย่างมากในตลาดแรงงาน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นแนวโน้มว่าค่าจ้างกำลังจะกลับไปสู่อัตราการเพิ่มขึ้นที่สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ 2% แล้วเฟดจึงจะหยุดขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหลักฐานดังกล่าวนี้จะยังไม่ปรากฏให้เห็นจนกว่าจะถึงกลางปี