เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ศุภจี’ ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ออกตัวป้อง เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน
Politics ‘ศุภจี’ ขอบคุณ ‘อนุทิน’ ออกตัวป้อง เผยกำลังใจดี-พร้อมทำงานทุกวัน
‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
Politics ‘โสภณ’ อยากให้ได้ข้อสรุปวันซักฟอก ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 4 วัน พร้อมเลื่อน พ.ย. หรือ ธ.ค.
ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
Business ทุน BOI ทะลุ 1.47 ล้านล้าน ดันตลาด EPC รับลงทุน Data Center-พลังงานสะอาด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ต.ค. 69) ปรับลง 3.52% อยู่ที่ 81,313 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
News Thai PBS กับโจทย์ใหญ่สื่อสาธารณะ งบ 2,000 ล้าน อิสระ และความอยู่รอด
มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
SD มนร.ถอดรหัสน้ำผึ้งมรกต ‘ต่อยอด’ งานวิจัยถึงเซลล์มะเร็ง
ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
Tech ดีเดย์ 1 พ.ย. กม.ใหม่ ยิง ADs เข้าไทยต้องสแกนหน้า 4 บิ๊กแพลตฟอร์ม เมิน ไม่ชี้แจงความพร้อม
‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
Economic ‘จิตติมา’ ดัน IP ค้ำเงินกู้เอสเอ็มอี
ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
Business ถอดรหัส OR รุก Budget Hotel ปั้นธุรกิจ (ใหม่) ต่อยอดสมบัติ (เก่า)
ดูทั้งหมด

“เฟด” พักขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว ขยับเพิ่มเป้า “จีดีพี” โต 1%

17 มิ.ย. 2566 | 08:40น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ


เป็นไปตามคาดสำหรับการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีมติเอกฉันท์หยุดพักการขึ้นดอกเบี้ยเอาไว้ชั่วคราว หลังจากขึ้นติดต่อกันรวด 10 ครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในช่วง 5-5.25% การหยุดพักครั้งนี้ก็เพื่อประเมินข้อมูลใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม รวมทั้งรอดูสักระยะว่าการขึ้นดอกเบี้ย 10 ครั้งที่ผ่านมาส่งผลอย่างไร

อย่างไรก็ตาม หากดูจากคาดการณ์แนวโน้มดอกเบี้ยของคณะกรรมการรายบุคคลหรือ dot plot ส่งสัญญาณว่าน่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกสองครั้งในปีนี้รวม 0.5% ทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดจะไปจบที่ 5.6% ภายในสิ้นปี ขณะเดียวกันบ่งชี้ว่าจะลดดอกเบี้ย 1% ในปี 2024 เหลือ 4.6% และเหลือ 3.4% ในปี 2025 ส่วนระยะยาวคาดหมายว่าจะอยู่ที่ 2.5%

คณะกรรมการยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจปี 2023 เป็น 1% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 0.4% ส่วนอัตราการว่างงานก็มีมุมมองที่ดีขึ้น กล่าวคือจะลดลงเหลือ 4.1% จากเดิม 4.5% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานถูกปรับเพิ่มคาดการณ์เล็กน้อยจาก 3.6% เป็น 3.9%

“เจอโรม พาวเวลล์” ประธานเฟดแถลงภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการเกือบทุกคนเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีกภายในสิ้นปีนี้ เพียงแต่ครั้งนี้หยุดพักไว้ก่อนเพราะก่อนหน้านี้เราได้ขึ้นดอกเบี้ยมาไกลและเร็ว ดังนั้นจึงเห็นว่าจะเป็นการรอบคอบกว่าที่จะหยุดไว้ก่อนเพื่อรอดูผลเต็มที่จากการใช้นโยบายการเงินตึงตัวที่มีต่อเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ ส่วนการประชุมเดือนกรกฎาคม เฟดยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุน 61.5% เชื่อว่าการประชุมวันที่ 25-26 กรกฎาคม น่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่แบงก์ออฟอเมริกา ประเมินว่าเฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมและกันยายน

สตีฟ ไวเอตต์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนบีโอเค ไฟแนนเชียล ระบุว่า แถลงการณ์ ของเฟดสื่อสารออกมาชัดเจนว่า จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตและไม่มีการปรับลด สะท้อนว่าภารกิจกำราบเงินเฟ้อยังไม่เสร็จสิ้น

“วิตนีย์ วัตสัน” หัวหน้าฝ่ายลงทุนตราสารหนี้โกลด์แมน แซกส์ แอสเสต แมเนจเมนต์ ชี้ว่า การตัดสินใจหยุดพักการขึ้นดอกเบี้ยสอดคล้องกับข้อมูลตลาดแรงงานและเงินเฟ้อที่ออกมาล่าสุด อย่างไรก็ตาม การที่เศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นฟื้นตัวได้ดี รวมทั้งความเสี่ยงจากวิกฤตธนาคารลดลง ปัญหาความ
ไม่แน่นอนเรื่องเพดานหนี้ผ่านพ้นไปแล้ว และเงินเฟ้อยังเกินเป้าหมาย ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่เฟดส่งสัญญาณว่ายังจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความตึงของนโยบาย

ในซีกของเอเชีย “เชตัน อาห์ยา” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์มอร์แกน สแตนลีย์เอเชีย กล่าวว่า ภายในไตรมาส 4 ปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจเอเชียจะเติบโตเหนือกว่าสหรัฐและยุโรปที่ระดับ 4.5% เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากการขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงเพื่อคุมเงินเฟ้อ และระดับเงินเฟ้อถึงจุดสูงสุดแล้ว จึงไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อมากเหมือนยุโรปและสหรัฐ โดยไตรมาส 2 คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวเป็นวงกว้าง ส่วนประเทศเอเชียที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อีก 3 ประเทศ คือ อินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่นก็กำลังมีความต้องการบริโภคภายในประเทศแข็งแกร่ง

“คาดว่าในเดือนกันยายนหรือตุลาคมนี้ เงินเฟ้อของประเทศเอเชียส่วนใหญ่ 80% จะเริ่มลดลงมาในระดับที่ทำให้ธนาคารกลางสบายใจ”

อาห์ยาระบุว่า ตลอดปี 2023 เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 5.7% สูงจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3% เพราะการฟื้นตัวด้านการบริโภคค่อนข้างจะเข้าสู่ระดับปกติแล้ว อันจะส่งอานิสงส์ไปยังส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจด้วย อีกทั้งคาดว่ารัฐบาลจีนจะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วยการผ่อนคลายกฎระเบียบการซื้ออสังหาริมทรัพย์ รวมถึงลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์

ส่วนอินเดีย ซึ่งทำการปฏิรูปโครงสร้างหลายอย่างในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ก็คาดว่าเศรษฐกิจขยายตัวถึง 6.5% ในปีนี้ สูงกว่าคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่เชื่อว่าจะโต 5.9%