เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

อาหารทะเลญี่ปุ่นระส่ำ ส่งออกแสนล้านหายเกือบครึ่ง หลังจีน-ฮ่องกงแบนจากเหตุปล่อยน้ำ

25 ส.ค. 2566 | 21:59น.
อุตสาหกรรมประมงญี่ปุ่น

บริษัท โตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ (Tokyo Electric Power Company) ซึ่งบริหารโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ (Fukushima Daiichi) ในจังหวัดฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น เริ่มปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกในวันที่ 24 สิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา ทำให้คำสั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นของจีน ฮ่องกง และมาเก๊า เริ่มมีผลในทันที 

ก่อนหน้านี้จีนประกาศไว้ว่าจะห้ามนำเข้าอาหารทะเลจาก 10 จังหวัดในประเทศญี่ปุ่น ถ้าญี่ปุ่นปล่อยน้ำลงทะเล แต่เมื่อญี่ปุ่นปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้วลงมหาสมุทรจริง ๆ จีนได้เพิ่มระดับการควบคุมเป็นการคว่ำบาตรอย่างเต็มรูปแบบ โดยห้ามการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นทั้งหมดจากทุกส่วนของประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้อาหารทะเลจากญี่ปุ่นจะไม่สามารถส่งขายจีนได้เลย 

ขณะเดียวกัน เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และเขตบริหารพิเศษมาเก๊าของจีนก็ประกาศห้ามนำเข้าอาหารทะเลจาก 10 จังหวัดของญี่ปุ่น ประกอบด้วยโตเกียว ฟุกุชิมะ ชิบะ กุนมะ โทชิกิ อิบารากิ มิยางิ นีงาตะ นากาโนะ และไซตามะ โดยให้มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ญี่ปุ่นเริ่มปล่อยน้ำ 

การห้ามนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นของจีน ฮ่องกง และมาเก๊า คาดว่าจะสร้างผลกระทบต่อการส่งออกอาหารทะเลของญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะการส่งออกอาหารทะเลไปยัง 3 ปลายทางนี้รวมกันคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของการส่งออกอาหารทะเลทั้งหมดของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบนอย่างเต็มรูปแบบของจีน ซึ่งเป็นตลาดเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดสำหรับการส่งออกอาหารทะเลของญี่ปุ่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นอย่างมาก 

การส่งออกอาหารทะเลของญี่ปุ่นไปจีนในปี 2022 มีมูลค่า 87,100 ล้านเยน (ประมาณ 20,925 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปปลี่ยนวันที่ 25 สิงหาคม 2023) คิดเป็นประมาณ 22.51% ของการส่งออกอาหารทะเลทั้งหมดของญี่ปุ่นซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 387,000 ล้านเยน (ประมาณ 93,000 ล้านบาท) 

ส่วนฮ่องกงเป็นตลาดส่งออกอาหารทะเลที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น รองจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยฮ่องกงซื้ออาหารทะเล (นับรวมถึงไข่มุก) จากญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 75,500 ล้านเยน (ประมาณ 18,000 ล้านบาท)

เมื่อจีนห้ามนำเข้าทั้งหมด จึงสามารถคำนวณผลกระทบที่เกิดจากการห้ามนำเข้าของจีนได้ง่าย แต่สำหรับการห้ามนำเข้าของฮ่องกงและมาเก๊านั้นยังไม่สามารถระบุได้ในทันที อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการเกษตร ป่าไม้ และประมง (MAFF) ของประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่า ผลกระทบ “จะมีนัยสำคัญ” 

คาซูมะ คิชิกาวา (Kazuma Kishikawa) นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยไดวะ (Daiwa Institute of Research) กล่าวว่า การส่งออกสินค้าประมงของญี่ปุ่นครึ่งหนึ่งนั้นส่งออกไปที่จีน ไต้หวัน และฮ่องกง ดังนั้นชาวประมงญี่ปุ่นจะสูญเสียยอดขายในต่างประเทศถึงเกือบ 50% ซึ่งจะเป็นความเสียหายที่รุนแรง   

ทั้งนี้ ผลกระทบจากการห้ามนำเข้าของจีน ฮ่องกง และมาเก๊า ออกฤทธิ์ต่อตลาดอาหารทะเลญี่ปุ่นในทันทีทันใด โดยในวันที่ 25 สิงหาคม ราคาเฉลี่ยของปลาทูน่าอาโอโมริสดในตลาดโทโยสุ กรุงโตเกียว ลดลง 24% จากวันก่อนหน้า ลงไปอยู่ที่ 9,383 เยนต่อกิโลกรัม 

มีรายงานข่าวว่า การส่งออกปลาสดของญี่ปุ่นไปยังจีนเริ่มลดลงแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เมื่อจีนเริ่มเข้มงวดการตรวจสอบมากขึ้น แต่เมื่อคำสั่งมีผลอย่างเป็นทางการทำให้อาหารแช่แข็งและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเลก็ไม่สามารถส่งเข้าตลาดจีนได้ 

โมมู โอไดระ (Momoo Odaira) นักวิเคราะห์ด้านการประมงคาดว่า การห้ามนำเข้าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมประมงและส่งออกอาหารทะเลของญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์ที่เคยส่งออกไปยังจีนจะต้องขายภายในประเทศ หรือขายให้กับประเทศอื่น ๆ เช่น ไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ ในขณะที่การแข่งขันในประเทศอื่น ๆ รุนแรงขึ้น ราคาปลาก็มีแนวโน้มที่จะลดลง 

ทั้งนี้ ปฏิกิริยาของจีน ฮ่องกง มาเก๊า และเกาหลีใต้ที่คัดค้านการปล่อยน้ำลงมหาสมุทร แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อความปลอดภัย

ถึงแม้ว่าทางญี่ปุ่นเน้นย้ำว่าน้ำเสียปนเปื้อนกัมมันตรังสีในโรงไฟฟ้าถูกกรองเพื่อกำจัดธาตุกัมมันตรังสีออกแล้วก่อนปล่อยลงสู่มหาสมุทร ซึ่งเป็นกระบวนการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และยืนยันว่าน้ำที่ปล่อยนั้นมีความปลอดภัย 

อีกทั้งแผนการปล่อยน้ำได้รับการอนุมัติจากสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ (UN) แล้ว หลังจากที่พิจารณาทบทวนมาเป็นเวลา 2 ปีแล้วพบว่าการปล่อยน้ำดังกล่าวของญี่ปุ่นจะมีผลกระทบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อย

แต่กระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ตำหนิว่าการปล่อยน้ำของญี่ปุ่นนั้น “เห็นแก่ตัวและขาดความรับผิดชอบ” และหน่วยงานศุลกากรของจีนกล่าวว่า การระงับการนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันความเสี่ยงของการปนเปื้อนกัมมันตรังสี 

แม้ว่าความกังวลของจีน ฮ่องกง มาเก๊า และเกาหลีใต้นั้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ในอีกทางหนึ่ง มาตรการของจีนที่ห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากทุกพื้นที่ของญี่ปุ่นนั้นถูกมองเป็นเรื่อง “การเมือง” ของประเทศที่อยู่คนละขั้วอำนาจในระดับโลก ซึ่งก็มีหลักฐานที่สนับสนุนมุมมองนี้ คือ ในช่วงเดียวกันกับที่วิพากษ์วิจารณ์และประกาศจะห้ามนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นนั้น จีนได้อนุญาตให้บริษัทอาหารทะเลจากรัสเซียอีก 9 บริษัทซึ่งใช้พื้นที่ประมงในมหาสมุทรแปซิฟิกร่วมกับญี่ปุ่นส่งสินค้าเข้าไปขายในจีนได้

อเล็กซ์ คาปรี (Alex Capri) อาจารย์อาวุโสของ NUS Business School ในสิงคโปร์ และนักวิจัยของ Hinrich Foundation องค์กรการกุศลในเอเชียที่ทำงานเพื่อพัฒนาการค้าโลก แสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดนี้เช่นกันว่า มาตรการล่าสุดของรัฐบาลจีนเป็นการตอบโต้ต่อความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นกับสหรัฐ และตอบโต้ต่อความเคลื่อนไหวของรัฐบาลญี่ปุ่นในการร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐควบคุมการส่งออกเครื่องมือ-อุปกรณ์การผลิตชิปไปยังจีน