เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
News เลือกบอร์ดประกันสังคมคึก ใช้สิทธิ์พุ่ง 331% นายจ้างทะลุ 500%
อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
Politics อัครเดช ซัด ฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน มีแต่น้ำ ไม่มีเนื้อ ชี้ 2-3 วันก็พอ หวั่นประชาชนเบื่อ
RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Business RX BITEC ฉายเทรนด์ความงาม จัด COSMEX ดัน T-Beauty โกอินเตอร์
Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
Biz Movement Tops นำข้าวกล่อง-ข้าวปั้น MaxValu กลับมาวางขายในสาขาที่ร่วมรายการ
KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
Business KIRIN รุกตลาดอาหารเสริมอาเซียน สปริงบอร์ดดีล Blackmores
ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
Biz Movement ViNG จับกระแสเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม แจกส่วนลด 50% สำหรับผู้ไปใช้สิทธิ์
สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
Economic สันติธาร เผย 2 เวทีไทยเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ชูบทบาทเชื่อมโลก
ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
Finance ตีโจทย์ตลาดหุ้นไทยชู ‘TISA-TFFIF’ หนุนออม-ลงทุน
ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
คุยกับเอกราช ฉากจบพี่โด้ กับเมสซี่
น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
Economic น้ำท่วมลาม Supply Chain จี้รัฐฟื้นฟูทั้งห่วงโซ่ก่อนกระทบส่งออก
ดูทั้งหมด

BRI “โครงการแห่งศตวรรษ” ของสี จิ้นผิง อยู่บนเส้นทางที่ไม่แน่นอน

18 ต.ค. 2566 | 18:20น.
สี จิ้นผิง กล่าวในงาน Belt and Road Forum ครั้งที่ 3 วันที่ 18 ตุลาคม 2023

โครงการข้อริเริ่มหนึ่งสายแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative : BRI) หรือชื่อเดิมคือ โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ที่เปิดตัวเมื่อปี 2013 เป็นโครงการที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ของจีน เรียกว่าเป็น “โครงการแห่งศตวรรษ” ด้วยความหมายมั่นให้เป็นโปรเจ็กต์ยิ่งใหญ่สุดในรอบ 100 ปี

จีนจัดการประชุม Belt and Road Forum ครั้งแรกเมื่อปี 2017 ซึ่งแต่ละครั้งได้เชิญผู้นำหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วม การประชุมที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งมี “วลาดิมีร์ ปูติน” (Vlardimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซีย และเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย เข้าร่วมประชุมด้วย

“บลูมเบิร์ก” (Bloomberg) วิเคราะห์ว่า การประชุมครั้งที่ 3 ในสัปดาห์นี้เกิดขึ้นขณะที่อนาคตของโครงการริเริ่มของ สี จิ้นผิง ดู “ไม่แน่นอน” แม้ว่าโครงการนี้จะดึงเงินได้ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในทศวรรษแรก แต่โมเมนตัมก็ได้ลดลงไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมของจีนในกลุ่มประเทศ BRI ลดลงมากหลังจากที่ขึ้นสู่จุดเกือบสูงสุดด้วยมูลค่า 121,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2018 (สูงสุดคือปี 2015 มูลค่า 122,500 ล้านดอลลาร์) หลายโครงการดำเนินการล่าช้าด้วยอุปสรรคเรื่องโควิด-19 และอื่น ๆ 

ในปี 2019 มูลค่าการกิจกรรมทางเศรษฐกิจโครงการภายใต้ BRI ลดลงเหลือ 107,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในปี 2020 ซึ่งเป็นปีแรกที่เกิดวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ลดลงเหลือ 63,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 นี้ มีมูลค่าประมาณ 41,100 ล้านดอลลาร์

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนเผชิญกับข้อกล่าวหาว่า เป็น “ผู้ให้กู้ที่ไม่รับผิดชอบ” ผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ เผชิญวิกฤตหนี้ ซึ่งนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้

การระบาดของโควิด-19 ได้ขัดขวางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความคิดริเริ่มทางการค้าของจีน เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกส่งผลให้ลูกหนี้ของจีนไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ได้

แซมเบียเป็นประเทศแรกในแอฟริกาที่ผิดนัดชำระหนี้ระหว่างเกิดโรคระบาดในช่วงปลายปี 2020 ขณะที่ประเทศอื่น ๆ รวมถึงเอธิโอเปีย ศรีลังกา และปากีสถาน ตกอยู่ในวิกฤตหนี้อย่างน่าเป็นกังวล

นอกจากโควิด-19 แล้ว การถดถอยของมูลค่าเศรษฐกิจที่เกิดภายใต้ BRI มีแรงขับเคลื่อนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาภายในประเทศของจีนเอง ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็แทบไม่มีสัญญาณว่าปัญหาเหล่านั้นจะลดลงเลย

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกับสหรัฐทำให้การมีส่วนร่วมและความร่วมไม้ร่วมมือของประเทศต่าง ๆ กับโครงการสุดโปรดของสี จิ้นผิง แตกแยกมากขึ้น อิตาลีซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม G7 เพียงประเทศเดียวที่เข้าร่วม BRI มีกำหนดจะถอนตัวออกภายในปีนี้

ฝั่งสหรัฐ คู่แข่งหมายเลข 1 ของจีน ประเมินว่า BRI ประสบปัญหาหนัก โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐที่ไม่เปิดเผยตัวตนวิเคราะห์ว่า รัฐบาลจีนมีเงินทุนให้กู้ยืมน้อยลง และมีแรงกดดันเพิ่มมากขึ้นในการที่จะเรียกคืนการชำระหนี้คงค้างที่ให้ประเทศต่าง ๆ กู้ยืมไป

นอกจากนั้น ไมเคิล คูเกลแมน ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียใต้แห่งสถาบันวิจัย “วิลสัน เซ็นเตอร์” ของสหรัฐ วิเคราะห์ถึงปัจจัยล่าสุดที่อาจส่งผลกระทบต่อ BRI และประเทศที่เกี่ยวข้องอีกว่า ผลกระทบภายนอก เช่น สงครามยูเครน และในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอาจเกิดสงครามใหม่ในตะวันออกกลาง จะทำให้ภาระหนี้สินและเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม BRI นั้นกำหนดคำจำกัดความไว้อย่างหลวม ๆ ซึ่งจีนมักจะใช้คำนี้กับโครงการใด ๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับจีน หมายความว่ามูลค่าเศรษฐกิจอาจจะเพิ่มหรือลดตามจำนวนพันธมิตรที่จีนมี

กลยุทธ์ของ BRI ซึ่งมุ่งเน้นความสำคัญทางภูมิศาสตร์ยังได้พัฒนาไปตามนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีสีด้วย ซึ่งจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฟูตันระบุว่า ซาอุดีอาระเบียเป็น 1 ใน 3 ประเทศผู้รับเงินกู้ผ่าน BRI สูงสุดในปีนี้ ขณะที่สี จิ้นผิง พยายามขยายอิทธิพลของตนเองและจีนในภูมิภาคตะวันออกกลาง

อัลเฟรด วู รองศาสตราจารย์จากสำนักนโยบายสาธารณะลี กวนยู แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) มองว่า การประชุมครั้งที่ 3 ในสัปดาห์นี้ สี จิ้นผิง เชิญ “เพื่อนที่ดีที่สุด” ของเขาเข้าร่วมเฉลิมฉลอง ซึ่ง “เป็นแมสเสจที่ชัดเจนว่าจีนกำลังพยายามมีพันธมิตรของตนเองในขณะเดียวกันก็ท้าทายระเบียบโลกซึ่งมีสหรัฐเป็นผู้นำ”

ดังนั้น หากจะพูดถึง BRI โดยสรุปสั้น ๆ ในเวลานี้ก็คือ แม้ว่า BRI จะเริ่มทศวรรษที่สองอย่างไม่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจนัก แต่มันก็ยังเป็นเครื่องมือที่จีนใช้กวนใจสหรัฐได้มากพอสมควร