เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

“ประชานิยมเพ้อฝัน” ของกมลา แฮร์ริส

21 ส.ค. 2567 | 17:54น.

สื่อใหญ่หลายสำนักของสหรัฐ ตั้งแต่ เดอะ วอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) เดอะ นิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) ซีเอ็นเอ็น (CNN) เผยแพร่บทความและข้อโต้แย้งของนักเศรษฐศาสตร์ที่เคยทำงานให้พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจำนวนหนึ่ง ต่อนโยบายหาเสียงทางเศรษฐกิจของนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 สิงหาคม 2024) แสดงความไม่เห็นด้วย เรียก “นโยบายประชานิยมเพ้อฝัน” “กิมมิก ประชานิยม” “สิ่งนี้ไม่ใช่นโยบายที่ฉลาดมีเหตุมีผล”

กองบรรณาธิการ เดอะ วอชิงตันโพสต์ เผยแพร่บทบรรณาธิการตอนหนึ่งว่า “น่าเสียดาย แทนที่จะนำเสนอแผนงานที่สำคัญ แฮร์ริสกลับใช้ช่วงเวลานี้ไปกับกลอุบายประชานิยม” ก่อนจะสรุปปิดท้าย “…คำปราศรัยของแฮร์ริสในวันศุกร์ก็ยังถือว่าน่าผิดหวัง”

บทบรรณาธิการวอชิงตันโพสต์ ระบุว่า เห็นได้ชัดว่าชาวอเมริกันยังคงวิตกกังวลและโกรธแค้นเกี่ยวกับราคาอาหาร ที่อยู่อาศัย และแม้แต่บิ๊กแม็คราคา 5.29 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่า ราคาสูงทีเดียว แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเย็นลงอย่างมากแล้ว ตั้งแต่แตะจุดสูงสุดในปี 2022 ซึ่งเป็นความสำเร็จอย่างชัดเจนของรัฐบาลไบเดน-แฮร์ริส แต่ราคายังคงสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง ดังนั้น นี่จึงเป็นประเด็นทางการเมืองที่แท้จริงสำหรับแฮร์ริส

วิธีหนึ่งที่จะจัดการกับปัญหานี้ได้ก็คือ การพูดคุยกับผู้มีสิทธิออกเสียง วอชิงตันโพสต์เสนอ โดยบอกโหวตเตอร์ว่า อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในปี 2021 โดยหลักแล้วเป็นเพราะการระบาดใหญ่ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานเสียหาย และนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งฝ่ายบริหารของไบเดน-แฮร์ริสสนับสนุน กำลังทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง รองประธานาธิบดีกลับเลือกใช้วิธีที่ตรงไปตรงมาน้อยกว่า นั่นคือการโยนความผิดให้ธุรกิจขนาดใหญ่ แฮร์ริสให้คำมั่นว่าจะจัดการกับ “การขึ้นราคาสินค้าเกินควร” หรือ Price Gouging โดยร้านขายของชำ เจ้าของที่ดิน บริษัทยา และบริษัทอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิด โดยเสนอให้คณะกรรมาธิการการค้ากลางบังคับใช้ “การห้ามขึ้นราคาสินค้าเกินควร” ของรัฐบาลกลาง

“โชคดีที่การเสี่ยงครั้งนี้ของแฮร์ริสได้รับการตอบรับอย่างไม่ไว้วางใจทันที โดยนักวิจารณ์หลายคนอ้างถึงการควบคุมราคาที่ล้มเหลวของประธานาธิบดีริชาร์ด เอ็ม. นิกสัน ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 …” กอง บ.ก.วอชิงตันโพสต์กล่าว

สำหรับ นโยบายประชานิยมอีกข้อ เงินช่วยเหลือดาวน์บ้านครั้งแรกที่แฮร์ริสเสนอ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 857,000 บาท ที่กระตุ้นด้านอุปสงค์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะกดดันราคาให้สูงขึ้น มาตรการดังกล่าวอาจสมเหตุสมผล หากแฮร์ริสจ่ายเงินช่วยเหลือเงินดาวน์ โดยยกเลิกเงินอุดหนุนด้านที่อยู่อาศัยในฝั่งดีมานด์อื่น ๆ เช่น การหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง ซึ่งเป็นการสูญเสียรายได้ของรัฐบาลกลางปีละประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 1 ล้านล้านบาท ซึ่งประโยชน์ไปตกกับชาวอเมริกันที่ร่ำรวยหลายคน แต่แฮร์ริสก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น

ราคาอาหารเพิ่มขึ้นกว่า 20% ภายใต้การบริหารของไบเดน คนอเมริกันต้องกำแบงก์ดอลลาร์จำนวนมากขึ้นไปซื้อในร้านชำ นโยบายแฮร์ริสแบนการโก่งราคาสินค้าทั่วทั้งอุตสาหกรรมอาหาร กำหนดโทษใหม่ สำหรับบริษัทที่ฉวยโอกาส/เป็นนักฉวยโอกาสแสวงหาความได้เปรียบจากวิกฤตและละเมิดกฎ

นักเศรษฐศาสตร์จำนวนไม่น้อยกล่าวว่า ข้อเสนอของแฮร์ริส อาจเป็นการสร้างปัญหามากกว่า ความพยายามที่จะแก้ปัญหา

ซีเอ็นเอ็นเผยแพร่ความเห็นของนายกาวิน โรเบิร์ต คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวเบอร์ สเตต ซึ่งศึกษากฎหมายต่อต้านการโก่งราคาสินค้า ซึ่งบางรัฐได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ในระหว่างการระบาดของโควิด-19 หนึ่งในผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดที่โรเบิร์ตสังเกต โดยเฉพาะในร้านขายของชำคือ กฎหมายเหล่านี้จูงใจให้คนจะไปซื้อสินค้า หากราคาสูงขึ้น ในกรณีส่วนใหญ่นโยบายที่ดีที่สุดคือ “ไม่ทำอะไร” กล่าวคือการไม่ทำอะไรจะทำให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถซื้อเนื้อวัวในราคาสูงได้ หันไปซื้อเนื้อสัตว์ หรือโปรตีนอื่น ๆ แทน ส่งผลทำให้เนื้อวัวในร้านขายของมีไว้สำหรับคนที่ต้องการเนื้อวัวมากพอที่จะยอมจ่ายในราคาที่สูง

แฮร์ริสกล่าวว่า “จะช่วยอุตสาหกรรมอาหารแข่งขันกันมากขึ้น” โรเบิร์ตแย้งว่ามันจะให้ผลตรงกันข้าม มีแนวโน้มจะยังคงรักษาสถานะเดิม เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดการแข่งขันจากผู้เล่นรายใหม่ ๆ เข้ามาแข่ง เพื่อชิงความได้เปรียบ เห็นว่าทำกำไรก้อนโตได้มากกว่า สอดคล้องกับรายงานของเดอะ นิวยอร์กไทมส์ นายเจสัน เฟอร์แมน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สมัยรัฐบาลโอบามา ระบุว่า กฎหมายต่อต้านการโก่งราคาสินค้าอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยไม่ได้ตั้งใจ “สิ่งนี้ไม่ใช่นโยบายที่ฉลาด มีเหตุมีผล” และผมคิดว่าความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือลงเอยจบที่วาทศิลป์มากมาย และไม่เกิดขึ้นจริง นายโรเบิร์ตแนะนำว่า แฮร์ริสควรตรวจสอบว่ามีปัจจัยใด หรืออะไร ขัดขวางผู้เล่นรายใหม่ ๆ จากการเข้ามาในอุตสาหกรรมอาหารที่มีผู้เล่นน้อยรายนี้

วาระทางเศรษฐกิจของรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส สำหรับการหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี กล่าวโทษบริษัทโก่งราคาสินค้า ทำให้ราคาของชำสูง ตัวแทนพรรคเดโมแครตส่งสารถึงโหวตเตอร์ในรัฐสะวิงสเตต (Swing State) ที่คะแนนระหว่างสองพรรคสูสี

แต่ข้อโต้แย้งทางเศรษฐกิจเกี่ยวกับประเด็นนี้มีความซับซ้อน นักเศรษฐศาสตร์อ้างถึงปัจจัยหลายประการที่ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นในช่วงที่ฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากการระบาดใหญ่ ได้แก่ ห่วงโซ่อุปทานที่มีปัญหา การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของรูปแบบการซื้อของผู้บริโภค และความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่กล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนต้องรับผิดชอบมากกว่าพฤติกรรมของบริษัทต่าง ๆ  ที่ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

แผนอื่น ๆ ของแคมเปญหาเสียงของแฮร์ริสก็ต้องเผชิญกับคำถามเช่นกัน เนื่องจากต้นทุนที่ต้องจ่ายจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการประมาณการบางส่วน ตัวอย่างเช่น ข้อเสนอในการเพิ่มเครดิตภาษีสำหรับเด็กเป็น 3,600 ดอลลาร์ หรือราว 123,000 บาท ซึ่งรัฐสภาได้ดำเนินการชั่วคราวระหว่างการระบาดใหญ่และเลือกที่จะไม่ขยายเวลาออกไป

“ปัญหาที่ผู้คนไม่เห็นด้วยก็คือ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลง แต่ราคาก็ยังคงสูงขึ้น และนั่นเป็นเรื่องจริง แต่ราคาสูงขึ้นเนื่องมาจากกลไกตลาดทำงานโดยธรรมชาติ” ศาสตราจารย์ไมเคิล ซาลิงเจอร์ ศาสตราจารย์ด้านตลาด นโยบายสาธารณะ และกฎหมายจากเควสตรอม สคูล ออฟ บิสซิเนส (Questrom School of Business) มหาวิทยาลัยบอสตัน กล่าวผ่านบีบีซี 

การขยายกฎหมายต่อต้านการตั้งราคาสินค้าเกินราคาดังกล่าวอาจส่งผลเสียได้ เนื่องจากทำให้บริษัทต่าง ๆ ไม่กล้าผลิตสินค้าเพิ่มในช่วงที่สินค้าขาดแคลน และหัวข้อนี้เคยถูกพูดถึงเมื่อครั้งตนดำรงตำแหน่งหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกาในสมัยจอร์จ ดับเบิลยู. บุช “การพยายามขัดขวางกลไกตลาดก็เหมือนกับการพยายามหยุดกระแสน้ำ” ซาลิงเจอร์กล่าวเสริม “คุณทำไม่ได้หรอก” 

ไมคาห์ โรเบิร์ตส์ ผู้สำรวจความคิดเห็นประเด็นด้านเศรษฐกิจให้สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี (CNBC) และหุ้นส่วนของบริษัทพับลิก โอพีเนียน สแทรททิจีส (Public Opinion Strategies) กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นความท้าทายสำหรับพรรคเดโมแครต โดยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีประวัติยาวนานในการไว้วางใจโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน และพรรครีพับลิกันในประเด็นทางเศรษฐกิจมากกว่า โดยพบว่าทรัมป์ยังคงมีคะแนนนำนางแฮร์ริสอย่างมากในประเด็นดังกล่าว