เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
Business ‘ร้านยากรุงเทพ‘ พลิกกลยุทธ์ ผุดโมเดลใหม่-มุ่งซูเปอร์แอปสุขภาพ
แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
Real Estate แสนสิริ อัดโปรบ้านหรูนาราสิริ-ณริณสิริ 4 ทำเลทอง ฟรีส่วนกลางสูงสุด 20 ปี
ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,150 บาท
ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
Economic ธุรกิจ ‘จ.น่าน’ สะท้อนเสียง ปรับแผนไทยเที่ยวไทยพลัส
AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
Finance AF ผนึก NEC ดันสินเชื่อดิจิทัลทะลุพันล้าน เล็งขยายฐานลูกค้าเพิ่ม
‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
Columns ‘จากน้ำท่วม ถึงมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล’
ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
Politics ภูมิใจไทย มั่นใจ-พร้อมแจงศึกซักฟอก ‘ภราดร’ ชี้อย่าพูดทำให้คนนอกเสียหาย
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! ต่างชาติขายหนัก-เปิด Short SET50 Futures จับตาแนวรับ 1,565 จุด
ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
News ขยะน้ำท่วมล้นชุมชน ‘เคหะร่มเกล้า’ กทม. ผนึก 4 หน่วยงาน เสริมทัพ ‘เขตบัดดี้’ เร่งเก็บ
ดูทั้งหมด

IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ชี้ยังไม่ถดถอย ด้านไทยโดนหั่นแรง 1.1%

23 เม.ย. 2568 | 12:08น.
สำนักงานใหญ่ IMF ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ภาพโดย REUTERS/Yuri Gripas

IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ชี้เสี่ยงชะลอตัว แต่ยังไม่ถดถอย ด้านไทยโดนหั่นแรง 1.1%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไอเอ็มเอฟ (IMF) ออกรายงานประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2025 ซึ่งหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ต่ำลง หากสหรัฐยังคงขู่ประเทศคู่ค้าด้วยมาตรการภาษีต่อไป โดยคาดการณ์เศรษฐกิจถูกแบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์ด้วยกัน ตามอัตราภาษีที่ต่างกันไป

ตามฉากทัศน์แรก อิงตามอัตราภาษีที่ประกาศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึง 4 เมษายน 2025 ภายหลังสหรัฐประกาศมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ไอเอ็มเอฟหั่นปรับลดคาดการณ์ลงเหลือ 2.8% ลดไป 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ จากระดับที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคม

ฉากทัศน์ที่สอง ซึ่งไม่นับรวมผลกระทบของมาตรการภาษีแบบตอบโต้ของสหรัฐที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะลดลงเพียง 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็นเติบโต 3.2% ปีนี้และปีต่อไป

ส่วนฉากทัศน์ที่สาม เป็นการคาดการณ์ตามเหตุการณ์ทั้งหมดหลังวันที่ 4 เมษายนเป็นต้นมา ที่สหรัฐชะลอการเรียกเก็บอัตราภาษีออกไปอีก 90 วัน ขณะที่ยังคงอัตราภาษีกับจีนไว้ 145% ตามเดิม ซึ่งพบว่าไม่ต่างจากฉากทัศน์แรกเท่าใดนัก เนื่องจากอัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐเรียกเก็บกับจีนยังสูงอยู่ และความไม่แน่นอนทางการค้ายังคงดำเนินต่อไป

แม้จะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกขยับขึ้น 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่ภาวะเงินฝืดยังดำเนินต่อไป ขณะที่ภาคธุรกิจปรับตัวด้วยการเปลี่ยนเส้นทางการค้าโลก

นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐลง จาก 2.8% เหลือเพียง 1.8% โดยไอเอ็มเอฟชี้ว่าเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากผลกระทบของราคาสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น

ขณะที่จีนถูกปรับลดแนวโน้มการเติบโตลงเหลือ 4.0% สำหรับปีนี้และปีต่อไป จากผลกระทบของอัตราภาษีศุลกากร 145% ที่ถูกเรียกเก็บโดยสหรัฐ

ส่วนไทยถูกปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจลงเหลือ 1.8% ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 2.9% ที่ประมาณการไว้เมื่อเดือนมกราคม ที่สำคัญ ไทยเป็นประเทศเดียวเท่านั้นที่ไอเอ็มเอฟปรับลดการเติบโตลงต่ำกว่า 2%

เมื่อเทียบกับบรรดาชาติอาเซียน เวียดนามซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีอย่างมากถูกปรับลดประมาณการลงจาก 6.1% เหลือ 5.2% และลดลงต่อในปีต่อไปเหลือ 4.0%

ไม่เพียงเท่านั้น ไอเอ็มเอฟยังเตือนว่าผลกระทบของมาตรการภาษี เสี่ยงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินมีความซับซ้อนกว่าเดิม ปริมาณความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหนักสุดในระยะกลาง ช่วงที่สหรัฐยังคงมีผลิตภาพต่ำท่ามกลางมาตรการภาษีที่สูงขึ้น

สุดท้ายแล้ว ไอเอ็มเอฟยังเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูนโยบายการค้าที่มีเสถียรภาพ ผ่านความร่วมมือกันระดับนานาชาติ ซึ่งมาตรการกีดกันทางการค้าทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษีที่มีการประกาศใช้อย่างแพร่หลายในช่วงนี้ ควรได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สอดรับกับนโยบายการค้าเสรีให้มากขึ้น