เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
Politics ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนด่านสะเดาแห่งใหม่ ดันการค้า-ลงทุน เศรษฐกิจชายแดนใต้
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 65,800 บาท
ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
Politics ADB ช่วยเหลือแบบให้เปล่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ฟื้นฟูสงขลา
ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
Finance ธุรกิจที่อยู่ตรงกลาง อาจกำลังเหนื่อยที่สุด
รีเซตตลาด ‘อสังหาฯ ภูเก็ต’ ปราบลูกค้า ‘นอมินี-เก็งกำไร’
Real Estate รีเซตตลาด ‘อสังหาฯ ภูเก็ต’ ปราบลูกค้า ‘นอมินี-เก็งกำไร’
กองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปีแรก 4,025 ล้าน ลุ้นทั้งปี’69 ทำนิวไฮ
Economic กองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย ครึ่งปีแรก 4,025 ล้าน ลุ้นทั้งปี’69 ทำนิวไฮ
อพท.พัฒนา 3 เส้นทาง ขี่จักรยานเที่ยว ‘คุ้งบางกะเจ้า’
Economic อพท.พัฒนา 3 เส้นทาง ขี่จักรยานเที่ยว ‘คุ้งบางกะเจ้า’
ฮอนด้า ส่ง Honda C125 เอดิชั่น สีใหม่ ราคา 99,600 บาท
Automotive ฮอนด้า ส่ง Honda C125 เอดิชั่น สีใหม่ ราคา 99,600 บาท
ซีพีแรม ปลูกป่าต้นน้ำปิง วัง ยม น่านเป้า 1.2 แสนต้น หมุดปี’73
SD ซีพีแรม ปลูกป่าต้นน้ำปิง วัง ยม น่านเป้า 1.2 แสนต้น หมุดปี’73
ดูทั้งหมด

IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ชี้ยังไม่ถดถอย ด้านไทยโดนหั่นแรง 1.1%

23 เม.ย. 2568 | 12:08น.
สำนักงานใหญ่ IMF ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ภาพโดย REUTERS/Yuri Gripas

IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลก ชี้เสี่ยงชะลอตัว แต่ยังไม่ถดถอย ด้านไทยโดนหั่นแรง 1.1%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไอเอ็มเอฟ (IMF) ออกรายงานประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2025 ซึ่งหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ต่ำลง หากสหรัฐยังคงขู่ประเทศคู่ค้าด้วยมาตรการภาษีต่อไป โดยคาดการณ์เศรษฐกิจถูกแบ่งออกเป็น 3 ฉากทัศน์ด้วยกัน ตามอัตราภาษีที่ต่างกันไป

ตามฉากทัศน์แรก อิงตามอัตราภาษีที่ประกาศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึง 4 เมษายน 2025 ภายหลังสหรัฐประกาศมาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ไอเอ็มเอฟหั่นปรับลดคาดการณ์ลงเหลือ 2.8% ลดไป 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์ จากระดับที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคม

ฉากทัศน์ที่สอง ซึ่งไม่นับรวมผลกระทบของมาตรการภาษีแบบตอบโต้ของสหรัฐที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายน การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกจะลดลงเพียง 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ เป็นเติบโต 3.2% ปีนี้และปีต่อไป

ส่วนฉากทัศน์ที่สาม เป็นการคาดการณ์ตามเหตุการณ์ทั้งหมดหลังวันที่ 4 เมษายนเป็นต้นมา ที่สหรัฐชะลอการเรียกเก็บอัตราภาษีออกไปอีก 90 วัน ขณะที่ยังคงอัตราภาษีกับจีนไว้ 145% ตามเดิม ซึ่งพบว่าไม่ต่างจากฉากทัศน์แรกเท่าใดนัก เนื่องจากอัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐเรียกเก็บกับจีนยังสูงอยู่ และความไม่แน่นอนทางการค้ายังคงดำเนินต่อไป

แม้จะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ แต่การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกขยับขึ้น 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ แต่ภาวะเงินฝืดยังดำเนินต่อไป ขณะที่ภาคธุรกิจปรับตัวด้วยการเปลี่ยนเส้นทางการค้าโลก

นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐลง จาก 2.8% เหลือเพียง 1.8% โดยไอเอ็มเอฟชี้ว่าเป็นผลจากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากผลกระทบของราคาสินค้านำเข้าที่สูงขึ้น

ขณะที่จีนถูกปรับลดแนวโน้มการเติบโตลงเหลือ 4.0% สำหรับปีนี้และปีต่อไป จากผลกระทบของอัตราภาษีศุลกากร 145% ที่ถูกเรียกเก็บโดยสหรัฐ

ส่วนไทยถูกปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจลงเหลือ 1.8% ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 2.9% ที่ประมาณการไว้เมื่อเดือนมกราคม ที่สำคัญ ไทยเป็นประเทศเดียวเท่านั้นที่ไอเอ็มเอฟปรับลดการเติบโตลงต่ำกว่า 2%

เมื่อเทียบกับบรรดาชาติอาเซียน เวียดนามซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีอย่างมากถูกปรับลดประมาณการลงจาก 6.1% เหลือ 5.2% และลดลงต่อในปีต่อไปเหลือ 4.0%

ไม่เพียงเท่านั้น ไอเอ็มเอฟยังเตือนว่าผลกระทบของมาตรการภาษี เสี่ยงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินมีความซับซ้อนกว่าเดิม ปริมาณความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ซึ่งเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหนักสุดในระยะกลาง ช่วงที่สหรัฐยังคงมีผลิตภาพต่ำท่ามกลางมาตรการภาษีที่สูงขึ้น

สุดท้ายแล้ว ไอเอ็มเอฟยังเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูนโยบายการค้าที่มีเสถียรภาพ ผ่านความร่วมมือกันระดับนานาชาติ ซึ่งมาตรการกีดกันทางการค้าทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษีที่มีการประกาศใช้อย่างแพร่หลายในช่วงนี้ ควรได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สอดรับกับนโยบายการค้าเสรีให้มากขึ้น