Skip to content

สหรัฐ-ออสเตรเลีย ลงนามข้อตกลงแรร์เอิร์ท โต้การผูกขาดของจีน

21 ต.ค. 2568 | 17:33น.
สหรัฐ-ออสเตรเลีย ลงนามข้อตกลงแรร์เอิร์ท โต้การผูกขาดของจีน

สหรัฐและออสเตรเลีย ลงนามสนธิสัญญา ร่วมลงทุนในโครงการเหมืองแร่และโรงงานแปรรูปหลายแห่งในออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแร่หายาก ตอบโต้การผูกขาดแรร์เอิร์ทของจีน

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ลงนามในสนธิสัญญาครั้งสำคัญ ร่วมกับแอนโทนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแร่หายาก (แรร์เอิร์ท) และแร่ธาตุสำคัญชนิดอื่น ๆ เพื่อตอบโต้การผูกขาดแรร์เอิร์ทของจีน

สหรัฐและออสเตรเลียให้คำมั่นที่จะปกป้องตลาดในประเทศของตน จาก “การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม” โดยจะร่วมกันลงทุนในโครงการเหมืองแร่และโรงงานแปรรูปหลายแห่งในออสเตรเลีย เพื่อเพิ่มการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้ในเทคโนโลยีขั้นสูง ตั้งแต่รถอีวี เซมิคอนดักเตอร์ และเครื่องบินรบ

นายอัลบานีส กล่าวในการประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองที่ทำเนียบขาวว่า ออสเตรเลียมีโครงการที่พร้อมดำเนินการแล้ว มูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.7 แสนล้านบาท) และมีศักยภาพในการเพิ่มกำลังการแปรรูป

“อีกประมาณหนึ่งปีนับจากนี้ เราจะมีแร่ธาตุสำคัญและแร่หายาก มากมายเสียจนไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร” ทรัมป์กล่าว

ตามแถลงการณ์จากทำเนียบขาว กระทรวงกลาโหมสหรัฐจะช่วยสนับสนุนเงินทุนในการก่อสร้างโรงกลั่นแร่แกลเลียม (Gallium) ชื่อ Alcoa-Sojitz ในออสเตรเลียตะวันตก ซึ่งจะมีกำลังการผลิต 100 ตันต่อปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของสหรัฐ (Ex-Im Bank) ก็กำลังออกหนังสือแสดงความสนใจในการจัดหาเงินทุน มากกว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7.2 หมื่นล้านบาท) ให้แก่โครงการแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ

เกรซลิน บาสคารัน ผู้อำนวยการด้านแร่ธาตุสำคัญของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) ให้ความเห็นว่า นี่ถือเป็นความร่วมมือด้านแร่ธาตุแบบทวิภาคีที่มีความสำคัญที่สุด เท่าที่เราเคยเห็นมาระหว่างสองประเทศตะวันตกที่สำคัญ การประกาศในวันนี้แสดงให้เห็นอย่างแท้จริงว่า สหรัฐไม่ได้พยายามแก้ไขปัญหาเพียงลำพัง แต่กำลังมองหาพันธมิตรที่เหมาะสม

 

(REUTERS/Kevin Lamarque)

ออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีแหล่งแร่หายาก ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน บราซิล และอินเดีย โดยออสเตรเลียพยายามวางตัวในฐานะ ทางเลือกที่มีประสิทธิภาพทดแทนจีน สำหรับอุปทานแร่ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นฐานของบริษัทผู้ผลิตแร่หายากชนิดหนัก (Heavy Rare Earths) เพียงรายเดียวที่อยู่นอกประเทศจีน คือ บริษัท Lynas Rare Earths Ltd.

อย่างไรก็ดี ความพยายามในการบรรลุข้อตกลงนี้ เริ่มขึ้นก่อนหน้าการมาเยือนของนายอัลบานีสในวันนี้ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ทราบถึงการเจรจาระบุว่า บริษัทเหมืองแร่ของออสเตรเลียมากกว่า 10 แห่ง ได้จัดการประชุมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลสหรัฐเมื่อเดือนกันยายน และได้รับแจ้งว่า สหรัฐกำลังมองหาวิธีที่จะเข้าถือสัดส่วนการลงทุนในลักษณะคล้ายหุ้น (Equity-like Stakes) ในบริษัทเหมืองแร่ออสเตรเลีย นับเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ของสหรัฐ เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานในการแข่งขันกับจีน

 

สงครามการค้า

ขณะนี้ สหรัฐและจีนกำลังตกอยู่ในความขัดแย้งเกี่ยวกับแรร์เอิร์ท โดยรัฐบาลจีนทำการตอบโต้มาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ ด้วยการจำกัดการส่งออกแรร์เอิร์ท และเข้มงวดในข้อจำกัดการส่งออกมากขึ้น เป็นเหตุให้สหรัฐต้องสร้างทางเลือกใหม่ในการจัดหาและผลิตแรร์เอิร์ท แม้ว่าผู้บริหารอุตสาหกรรมและนักวิเคราะห์จะออกมาเตือนว่า การหาเครือข่ายเหมืองแร่และโรงกลั่นขนาดมหึมาเพื่อทดแทน จะไม่ใช่เรื่องง่ายและรวดเร็วก็ตาม

ขณะเดียวกัน เมื่อถูกสอบถามเกี่ยวกับสนธิสัญญาดังกล่าว กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า การก่อตัวของห่วงโซ่การผลิตและอุปทานทั่วโลก เป็นผลลัพธ์จากพลังขับเคลื่อนของตลาดและการตัดสินใจทางธุรกิจ

“ประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ ควรมีบทบาทเชิงรุกในการสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทาน และปกป้องความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าให้เป็นไปตามปกติ” กัว เจียคุน กล่าว