เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

นักวิชาการ ‘มาเลเซีย’ มองแลนด์บริดจ์ไทยอย่างไร ?

05 พ.ค. 2569 | 11:47น.

นักวิชาการมาเลเซียมองแลนด์บริดจ์ไทย โอกาสเกิด-ดับ อยู่ที่ผลการศึกษาอย่างรอบด้าน และความกล้าที่จะผลักดัน เชื่อเพื่อนบ้านปรับตัวครั้งใหญ่หากสำเร็จจริง 

โครงการแลนด์บริดจ์กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศเดินหน้าเต็มร้อย มั่นใจว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของประเทศไทย

เนเซอรี คาลิด (Nazery Khalid) ผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งทางทะเลและโลจิสติกส์ของมาเลเซีย บอกกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า โครงการแลนด์บริดจ์เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นของฝั่งที่เห็นประโยชน์และความน่ากังวลของผู้เสียประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับการผลักดันโครงการขนาดยักษ์

อาจารย์พิเศษแห่ง Universiti Malaysia Terengganu และที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมหนักอย่าง Boustead Heavy Industries มองว่าในแง่ของการลงทุน ขนาดโครงการ 1 ล้านล้านบาท ไม่แน่ใจว่าแหล่งเงินภายในประเทศจะเพียงพอหรือไม่ และหากเชิญกลุ่มทุนจากต่างชาติมาร่วม เช่น สิงคโปร์ จีน พวกเขาจะอยากเข้าร่วมไหม หากประเมินแล้วขัดต่อผลประโยชน์ของพวกเขาเอง

เนเซอรีกล่าวว่า แนวคิดเกี่ยวกับการขุดคลองเชื่อมระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทยเป็นแนวคิดที่มีมาอย่างยาวนาน ได้ยินการเปรียบเทียบถึง ปานามา หรือสุเอซ แต่ที่ผ่านมาก็เต็มไปด้วยคำถามและข้อถกเถียง ทั้งในแง่ความคุ้มทุน ความมั่นคง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีที่ใช้ รวมถึงค่าธรรมเนียมในการผ่านทาง อย่างไรก็ตามส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี หากจะมีการสร้างเส้นทางขนส่ง เพื่อเลี่ยงความแออัดของช่องแคบมะละกา ซึ่งจากข้อมูลที่มีช่องแคบไทยช่วยประหยัดเวลาได้ 2-3 วัน

“ต้องดูว่าเวลาที่ลดลงกับราคาที่ต้องจ่ายคุ้มค่าหรือไม่สำหรับผู้ประกอบการ”

เมื่อถามว่าหากโครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นจริง มาเลเซียมีแผนรับมืออย่างไร ?

เนเซอรี่ให้ความเห็นว่า มีคนมองเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งมองว่ามาเลเซียได้ประโยชน์ เช่น ตอนนี้มีโครงสร้างพื้นฐานบางอย่างถูกสร้างขึ้นทางตอนเหนือของมาเลเซีย ในรัฐเกดะห์และปะลิสที่ติดกับชายแดนไทย

มีการสร้างท่าเรือบก (Inland Port) และศูนย์รวมตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัทรถไฟแห่งชาติ เพื่อเป็นศูนย์โลจิสติกส์รวบรวมสินค้าจากภาคใต้ของไทยและภาคเหนือของมาเลเซีย เพราะพวกเขาไม่มีทางออกสู่ทะเลสำหรับการส่งออกในฝั่งตะวันตกของไทย เนื่องจากแหลมฉบังอยู่ฝั่งตะวันออก

พวกเขาเลยวางแผนจะดึงสินค้าจากผู้ผลิต โดยเฉพาะ SMEs ที่ทำอาหาร สิ่งทอ ชิ้นส่วนต่าง ๆ เพราะเหล่านี้แพงกว่าหากจะส่งมาผ่านทางบกไปแหลมฉบังเมื่อเทียบกับการส่งลงมามาเลเซียเพื่อออกที่ท่าเรือปีนังทางตอนเหนือ

ดังนั้นเราเลยสร้างท่าเรือบกสองแห่งนี้เพื่อดึงดูดรถบรรทุกจากไทยให้มาส่งออกที่ปีนังแทนแหลมฉบัง

ถ้ามีแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นมาเลเซียอาจจะรู้สึกถูกคุกคามบ้าง แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเนื่องได้เช่นกัน ตอนนี้คนยังคงชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสียอยู่ แต่โดยรวมคิดว่าถ้าแลนด์บริดจ์ถูกสร้างจริง ๆ มาเลเซียก็แค่ต้องปรับตัว

เมื่อถามในส่วนของประเทศโดยรอบอย่างอินโดนีเซีย จากมุมมองประเทศเพื่อนบ้านคาดว่าจะมีกลยุทธ์อย่างไรต่อไป ?

เนเซอรีให้ทัศนะต่อประเทศอินโดนีเซียว่าอาจจะรู้สึกถูกคุกคามมากกว่า เพราะสินค้าจำนวนมากที่เคยต้องอ้อมลงไปผ่านอินโดนีเซียจะเลี่ยงไปเลย ท่าเรือหลักของเขาคือ ตันจุงปรีอ็อก บนเกาะชวาจะถูกข้ามไป

อย่างไรก็ตามการพัฒนาพื้นที่จริงต้องดูรายละเอียดอื่น ๆ ที่สำคัญด้วย เช่น ความสามารถในการรองรับขนาดเรือ ที่สัมพันธ์กับระดับความลึกของคลอง และการถ่ายเทสินค้า

คล้ายกับสายการบิน เครื่องบินใหญ่อย่าง A380 ลงสุวรรณภูมิได้ แต่ลงสนามบินเล็ก ๆ อย่างหาดใหญ่ ภูเก็ต หรือพัทยาไม่ได้ เพราะสนามบินใหญ่มีรันเวย์ยาวและมีศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารมากกว่า จากนั้นคุณค่อยต่อเครื่องบินเล็กไปสนามบินย่อย นี่คือแนวคิดเรื่องการถ่ายลำสินค้า

ดังนั้น คุณสมบัติที่จะรองรับเรือขนาดยักษ์สำคัญมาก อย่าลืมว่าบริษัทเดินเรือยักษ์ใหญ่อย่าง Maersk, Evergreen หรือ COSCO พวกเขาเป็นผู้ให้บริการสายหลัก (Mainline Operators) เขาไม่อยากแวะท่าเรือหลายแห่ง เพราะทุกครั้งที่แวะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม

ดังนั้นมีเรื่องเศรษฐศาสตร์อีกมากที่ต้องคำนวณก่อนจะบอกได้ว่าโครงการแลนด์บริดจ์นี้จะคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจริงๆ ที่จะบอกคือ ในกระดาษมันดูดีมากเพราะมันเสนอเส้นทางที่สั้นกว่า และช่วยปกป้องไทยจากความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้การันตีความสำเร็จ เพราะมีปัจจัยอื่นๆ อีกมาก

“อย่าลืมว่าสิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย เราไม่นั่งอยู่เฉยๆ เราต้องแข่งกัน ว้าว ไทยเอาจริงเว้ย เขาจะแย่งสินค้าเราไปแล้ว โอ้ ไม่นะ เราจะไม่ยอมยกธงขาว เราจะสู้จนตัวตายครับ”

ในเมื่อมีข้อถกเถียงและมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากมาย แล้วในภาพรวมของอำนาจรวมกลุ่มอย่างอาเซียน จะเป็นกลยุทธ์ที่ชนะทุกฝ่าย (Win-win) หรือจะเป็นการสู้กันเองภายในแบบที่ว่ามา ?

เนเซอรี ไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องที่อาเซียนต้องเข้ามาแทรกแซง เพราะอาเซียนสนับสนุนการเชื่อมโยง ส่งเสริมการค้าเสรีและการเชื่อมโยงทางทะเล อินโดฯ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เราคือครอบครัวเดียวกัน เมื่อคนในครอบครัวไปได้ดีเราก็ควรยินดีด้วย ไม่คิดว่าจะมีใครรวมหัวกันรุมหรือคัดค้านประเทศไทย

“ถ้าสิ่งนี้นำไปสู่การแข่งขันผมว่ามันเป็นเรื่องดีนะ เพราะการแข่งขันทำให้คุณพัฒนาตัวเอง เพื่อมาเลเซียเองด้วย… ยกตัวอย่างมาเลเซีย เราจะกังวลมากถ้ามีแลนด์บริดจ์ เรือจะไปที่ระนองแล้วข้ามพอร์ตกลังไปเลย แต่มันจะไม่เกิดขึ้นหรอก เพราะมาเลเซียยังมีการค้ากับส่วนอื่น ๆ ของโลก

และระนองไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือโลจิสติกส์ที่จะรองรับเรือใหญ่ยักษ์ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่อง “โอเค มีท่าเรือแล้ว ประหยัดเวลาไปได้ 3-4 วัน ชนะแล้ว มันไม่ง่ายแบบนั้น”

พอร์ตกลังและสิงคโปร์จะพัฒนาตัวเองเพื่อให้เรือยังคงมาหาเรา (มาเลเซีย) เราอาจจะคิดเรื่องทำแลนด์บริดจ์ด้วยซ้ำ แต่การตอบสนองของมาเลเซียและสิงคโปร์จะขึ้นอยู่กับว่าโครงสร้างและราคาของแลนด์บริดจ์ไทยจะเป็นอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ใช่เส้นทางที่ให้ใช้ฟรี ๆ แน่นอน”

เมื่อถามว่าในฐานะผู้เชี่ยวชาญ คิดว่าต้องใช้เวลาดำเนินการโครงการกี่ปี ? 

เขาบอกว่า จากการประเมินระยะทาง 90 กิโลเมตรมีแนวภูเขา ป่า ต้องเวนคืนที่ดิน และเจรจากับชาวบ้านตามแนวสิ่งปลูกสร้างเดิม สร้างอุโมงค์ สะพานข้าม คิดว่าแค่ขั้นตอนบริหารจัดการและการเวนคืนที่ดินอย่างเดียวก็ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะลงตัว ไหนจะเรื่องการปรับพื้นที่ งานโยธา การวางเส้นทาง แต่ถ้าคุณมีทรัพยากรพร้อมมันก็อาจจะเร็วขึ้น แต่หากให้คาดการณ์โครงการระดับนี้น่าจะใช้เวลา 5-10 ปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาเลเซีย แลนบริดจ์