เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ เชื่อมข้อมูล 4 หน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทา-สแกมเมอร์ข้ามชาติ ยกเคส “สุภาพร พิมพงษ์” สั่ง ก.ล.ต.ปิดช่องโหว่
Finance เอกนิติ เชื่อมข้อมูล 4 หน่วยงาน ยกระดับสกัดทุนเทา-สแกมเมอร์ข้ามชาติ ยกเคส “สุภาพร พิมพงษ์” สั่ง ก.ล.ต.ปิดช่องโหว่
บัญชีกลาง ชี้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างใหม่ คุม “คุณภาพ” ผู้รับเหมาโปรเจ็กต์รัฐ บังคับใช้แล้ว กรณี “อุโมงค์รถไฟฟ้า” รฟม. ต้องพิจารณา
Finance บัญชีกลาง ชี้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างใหม่ คุม “คุณภาพ” ผู้รับเหมาโปรเจ็กต์รัฐ บังคับใช้แล้ว กรณี “อุโมงค์รถไฟฟ้า” รฟม. ต้องพิจารณา
สิทธิแรงงาน ‘เมนส์มาลาได้’ นโยบายระดับโลกที่มากกว่าแค่เรื่องส่วนตัว
Politics สิทธิแรงงาน ‘เมนส์มาลาได้’ นโยบายระดับโลกที่มากกว่าแค่เรื่องส่วนตัว
นักวิจัยชี้ อังกฤษ-เวลส์ เผชิญคลื่นความร้อน อาจคร่าชีวิตมากกว่า 2,700 ราย
World นักวิจัยชี้ อังกฤษ-เวลส์ เผชิญคลื่นความร้อน อาจคร่าชีวิตมากกว่า 2,700 ราย
คปภ.ชี้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำประกันทรัพย์สินไว้ 40 ล้านบาท กับ “ทิพยประกันภัย”
Finance คปภ.ชี้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำประกันทรัพย์สินไว้ 40 ล้านบาท กับ “ทิพยประกันภัย”
บอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ 2 ปีพุ่งสูงสุดรอบปีเศษ รับราคาน้ำมันสูงขึ้น
World บอนด์ยีลด์สหรัฐ อายุ 2 ปีพุ่งสูงสุดรอบปีเศษ รับราคาน้ำมันสูงขึ้น
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งตรวจสถานบันเทิงทั่วจังหวัด ป้องกันเหตุซ้ำรอย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งตรวจสถานบันเทิงทั่วจังหวัด ป้องกันเหตุซ้ำรอย
รัฐบาล-กทม. ผนึกพลังพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง ดันตั๋วร่วม 17-45 บาท เพิ่มพื้นที่สาธารณะ แก้ท่วม รถติด
Economic รัฐบาล-กทม. ผนึกพลังพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง ดันตั๋วร่วม 17-45 บาท เพิ่มพื้นที่สาธารณะ แก้ท่วม รถติด
อนุทิน ถก ‘รมว.กต.สิงคโปร์’ หนุนโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค-ลงทุนอาเซียน
Politics อนุทิน ถก ‘รมว.กต.สิงคโปร์’ หนุนโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาค-ลงทุนอาเซียน
เอกนิติ เผยเสนอเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. พรุ่งนี้ (14 ก.ค.)
Finance เอกนิติ เผยเสนอเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. พรุ่งนี้ (14 ก.ค.)
ดูทั้งหมด

ทำไมโลกต้องสะเทือน เมื่อ “ทรัมป์” ติดโควิด-19

08 ต.ค. 2563 | 16:40น.
คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐอเมริกา ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 พร้อมกับ “เมลาเนีย ทรัมป์” ภริยา และบุคคลใกล้ชิดอีกอย่างน้อย 9 คน

เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ไม่เพียงเป็นเพราะสหรัฐถูกยึดถือว่าเป็นมหาอำนาจเท่านั้น ยังเป็นเพราะจังหวะเวลาการติดเชื้อของทรัมป์ สามารถส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อหลาย ๆ เรื่องด้วย

การติดเชื้อโควิด-19 ของทรัมป์ ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนมหาศาลตามมา ทับซ้อนกับความไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของโควิดที่เป็นวิกฤตอยู่แล้ว

ความไม่แน่นอนใหญ่หลวงเกิดขึ้น เพราะปีนี้เป็นปีแห่งการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ได้ดำเนินมาตั้งแต่ต้นปี และทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ก็ได้ “แคนดิเดต” สำหรับชิงชัยในวันที่ 3 พ.ย.นี้แล้ว

การติดเชื้อโควิดของทรัมป์ ทำให้ทุกอย่างเกี่ยวกับการเลือกตั้งกลายเป็นคำถาม ที่หาคำตอบที่แน่นอนไม่ได้

เช่น ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับทรัมป์ ซึ่งอาจถึงขั้น “ไม่เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่” หรือร้ายแรงถึงขั้น “เสียชีวิต” ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ตัวแทนพรรครีพับลิกันในนการเลือกตั้งครั้งนี้ สามารถเปลี่ยนเป็น ไมก์ เพนซ์ ได้ตามกฎของพรรค

แต่ผลของการนี้จะกระทบกับการตัดสินใจของผู้มีสิทธิออกเสียงในวันเลือกตั้ง ? จะเกิด “คะแนนสงสาร” ตามมาหรือไม่ ? ไม่มีใครตอบได้แน่ชัด

นักวิเคราะห์บางคนถึงกับออกปากว่าทรัมป์ติดโควิดคนเดียว การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐถึงกับ “พลิกคว่ำคะมำหงาย” แม้ว่าโพลทั้งหลายขณะนี้จะชี้ว่า โจ ไบเดน แห่งพรรคเดโมแครต ยังมีคะแนนนิยมนำหน้าทรัมป์อยู่ไม่น้อยก็ตาม

นัยสำคัญของเรื่องนี้จึงอยู่ที่ว่า อาการป่วยของทรัมป์จะหนักขนาดไหน ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานหรือไม่ และฟื้นฟูกลับคืนมาเต็มที่ได้หรือไม่ ?

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์บางรายชี้ว่า อาการของทรัมป์ “ค่อนข้างสาหัส” เมื่อพิจารณาจากยาที่แพทย์ประจำโรงพยาบาลทหารแห่งชาติวอลเตอร์รีด จ่ายให้กับทรัมป์ เพราะเป็นยาสำหรับบรรเทาอาการอักเสบของปอดและช่วยเสริมออกซิเจนในกระแสเลือด

ยิ่งหากนำเอาประเด็นเรื่องอายุของทรัมป์มาพิจารณาร่วมด้วย ก็แทบสรุปได้ว่า ทรัมป์ ในวัย 74 ปี น้ำหนักเกินจนแทบเป็นโรคอ้วน เมื่อติดโควิด-19 ก็สุ่มเสี่ยงถึงชีวิตได้ ความสาหัสแค่ไหนในอาการป่วยของทรัมป์จึงเป็นเรื่องสำคัญ

จนกลายเป็นประเด็นอื้อฉาวโจมตี “ชอว์น คอนลีย์” หัวหน้าคณะแพทย์ประจำทำเนียบขาว ที่ไม่ยอมเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาถึงอาการของทรัมป์ ในวันที่ต้องเข้ารับการรักษา บอกกับผู้สื่อข่าวเพียงว่า ทรัมป์แสดงอาการ “เล็กน้อย” เท่านั้น จนปรากฏในเวลาต่อมาว่า ทรัมป์อยู่ในสภาพเพลีย อ่อนล้าไปทั้งตัว ระดับออกซิเจนในเลือดต่ำมาก จึงถูกแนะให้ส่งตัวเข้าโรงพยาบาล

ผู้ที่มีประสบการณ์กับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การประเมินอาการของทรัมป์ในเวลานี้คงยาก เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการทรุดลงหนักมากและเร็วมาก หลังจากที่พบว่าติดเชื้อครั้งแรกราว 1 สัปดาห์

อาการป่วยโควิดของนายกรัฐมนตรี “บอริส จอห์นสัน” แห่งอังกฤษ ก็เป็นไปในท่วงทำนองนี้ ในตอนแรกที่ติดเชื้อยังคง “เวิร์กฟรอมโฮม” ได้ แต่หนึ่งสัปดาห์ให้หลังต้องพาตัวเข้าไอซียูเร่งด่วน ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจพยุงชีพ

นักสังเกตการณ์บางคนบอกว่า การติดเชื้อของทรัมป์ยังอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในนโยบายต่อจีนไปในทางลบอีกด้วย กล่าวคือทรัมป์จะยิ่งไม่พอใจจีนมากยิ่งขึ้น เมื่อต้องเผชิญกับการดิ้นรนเอาชีวิตรอดเพราะโควิด-19 ที่เริ่มระบาดจากประเทศจีน

เหมือนเช่นที่ นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน เคยแสดงให้เห็นมาแล้ว เมื่อหายป่วยโควิดกลับมา

เจมส์ แมคโดนัลด์ แห่งเฮอร์คิวลิส อินเวสต์เมนต์ เชื่อว่า การป่วยของทรัมป์ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องภาษี, ความขัดแย้งด้านการค้า และเรื่องงบประมาณ มีโอกาสจะพลิกโฉมไปในแนวทางของเดโมแครตมากยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา

เหตุผลเพราะการล้มป่วย ลดขีดความสามารถในการรณรงค์หาเสียงของทรัมป์ลง ในยามที่หลงเหลือเวลาน้อยแล้ว

กระนั้น ความเห็นที่ตรงกันเป็นส่วนใหญ่ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์ หรือไบเดน ได้เปรียบในการเลือกตั้งหนนี้

ปัญหาใหญ่ที่สุด ยังจะเป็นเรื่องของ “ความไม่แน่นอน” สูงมาก จนวางแผนกำหนดกะเกณฑ์ใด ๆ ไม่ได้เอาเลยนั่นเอง