สิงคโปร์ปรับปรุงโครงสร้างภาษี เล็งขึ้น GST จาก 7% เป็น 9% หารายได้เข้ารัฐ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 แชลแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์มีแผนเตรียมขึ้นภาษีสินค้าและบริการ (GST) จากอัตราเดิม 7% เป็น 9% เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุข กลุ่มคนรายได้น้อย และผู้สูงอายุ
ลอว์เรนซ์ หว่อง รัฐมนตรีคลังของสิงคโปร์ระบุว่า ขณะนี้สิงคโปร์อยู่ใน “จุดเปลี่ยนวิกฤต” ในขณะที่ต้องรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ทั้งเสริมว่า รัฐบาลกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างสิงคโปร์ที่ดีขึ้นสำหรับวันพรุ่งนี้
“ในการทำเช่นนั้นได้ เราจำต้องลงทุนเพิ่มเติมในบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมของเรา การเก็บภาษี GST จะช่วยให้ประเทศมีรายได้มากขึ้นเพียงพอต่อการบรรลุเป้าประสงค์นี้” นาย หว่อง แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา
รัฐบาลสิงคโปร์เปิดเผยครั้งแรกถึงแผนการขึ้นภาษีดังกล่าวตั้งแต่ปี 2561 ทว่าเนื่องจากผลกระทบทางด้านการระบาดของโควิด ทำให้รัฐบาลจำต้องชะลอแผนดังกล่าว
กระทั่งนาย เฮ็ง สวี คัต รัฐมนตรีคลังในขณะนั้นเปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนการขึ้นภาษีดังกล่าวระหว่างช่วงปี 2564 ถึง 2568 โดยจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เมื่อถึงเวลาที่สถานะด้านเศรษฐกิจมีความ “เหมาะสม”
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของนายหว่อง ส่งผลให้หลายฝ่ายเชื่อว่า รัฐบาลสิงคโปร์อาจประกาศการขึ้นภาษี GST ในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับคำสุนทรพจน์ปีใหม่ของนายกรัฐมนตรีลีเซียงลุง ที่ระบุตอนหนึ่งว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเคลื่อนไหวบางอย่างในการปรับงบประมาณตามแผน 2022 (พ.ศ. 2565) เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด-19
กระแสการเตรียมขึ้นภาษีสินค้าและบริการของสิงคโปร์ ส่งผลให้หลายฝ่ายโดยเฉพาะภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนต่างวิตกกังวลถึงภาระทางภาษีที่จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการชี้แจงของนายหว่อง ระบุว่า รัฐบาลมีแผนใช้มาตรการช่วงเปลี่ยนผ่านการขึ้นภาษีเพื่อรองรับผลกระทบแล้ว
อาทิ ครอบครัวหรือคู่สมรสใดที่มีรายได้รวมกันไม่เกิน 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน พวกเขาจะได้รับเงินชดเชยด้านต่างๆ มูลค่ารวม 6,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ ภายใต้แพคเกจช่วยเหลือเรื่องอื่นๆ ตามมาตรการรัฐ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะปรับปรุงโครงการบัตรกำนัล GST อย่างถาวร เพื่อสนับสนุนครอบครัวที่มีรายได้น้อยได้ดียิ่งขึ้น
“รัฐบาลทราบดีว่าหลายฝ่ายกังวลเรื่องค่าครองชีพ แต่นี่คือเหตุผลที่เราต้องมีมาตรการที่ครอบคลุมเพียงพอสำหรับช่วยเหลือครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและรายได้บานปานกลาง รวมถึงผู้สูงอายุ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการขึ้น GST ดังกล่าว”
สำหรับภาษีสินค้าและบริการ (GST) เป็นการเก็บภาษีทั่วไปสำหรับสินค้า บริการ และการบริโภคในประเทศ ซึ่งภาษีลักษณะคล้ายกันนี้ในประเทศอื่นอาจเรียกว่าภาษีมูลค่าเพิ่ม