เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน มั่นใจไทยแข็งแรงอาหาร-พลังงาน ระวังไม่สะดุดขาตัวเอง-หลังดึงลงทุนได้
Politics อนุทิน มั่นใจไทยแข็งแรงอาหาร-พลังงาน ระวังไม่สะดุดขาตัวเอง-หลังดึงลงทุนได้
EUDR จ่อคุมเข้มแหล่งผลิต เกษตรฯ ชวนปาล์ม-โกโก้-กาแฟ-ถั่วเหลืองอัพเดตทะเบียน
Economic EUDR จ่อคุมเข้มแหล่งผลิต เกษตรฯ ชวนปาล์ม-โกโก้-กาแฟ-ถั่วเหลืองอัพเดตทะเบียน
สะดวกซัก ประชันบริการเสริม พับ-รีด-แขวน-ซักแห้ง รองเท้า เสื้อสูท ชิงลูกค้า
Business สะดวกซัก ประชันบริการเสริม พับ-รีด-แขวน-ซักแห้ง รองเท้า เสื้อสูท ชิงลูกค้า
พาณิชย์ขยายผล “ยุทธรัฐ” พบโยง 84 บริษัท เรียก 38 รายชี้แจงปมนอมินี-ธุรกิจต่างด้าว
Economic พาณิชย์ขยายผล “ยุทธรัฐ” พบโยง 84 บริษัท เรียก 38 รายชี้แจงปมนอมินี-ธุรกิจต่างด้าว
ผ่าแผนทางน้ำ 1.65 แสนล้าน ภารกิจกรมชลฯ ‘แก้ท่วม-แก้แล้ง
ข่าวหน้า 1 ผ่าแผนทางน้ำ 1.65 แสนล้าน ภารกิจกรมชลฯ ‘แก้ท่วม-แก้แล้ง
ถอดบทเรียน “เอลนีโญ” 3 รอบ สนค. ชงจับตา 6 สินค้าเกษตร วางแผนล่วงหน้า
Economic ถอดบทเรียน “เอลนีโญ” 3 รอบ สนค. ชงจับตา 6 สินค้าเกษตร วางแผนล่วงหน้า
เดโมแครต ‘ยึด’ คองเกรส ‘ฝันร้าย’ บิ๊กเทคฯ-ดาต้าเซ็นเตอร์ ?
World เดโมแครต ‘ยึด’ คองเกรส ‘ฝันร้าย’ บิ๊กเทคฯ-ดาต้าเซ็นเตอร์ ?
ราคาทองวันนี้ (7 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
‘น้ำเงิน’ มัดตราสังฝ่ายค้าน กกต.เปิดเกม ชิงเขตอำนาจตุลาการ
Politics ‘น้ำเงิน’ มัดตราสังฝ่ายค้าน กกต.เปิดเกม ชิงเขตอำนาจตุลาการ
สัมมนาใหญ่ ‘ประชาชาติ’ ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ EP 2 ‘โลกป่วน-AI กำหนดเกม’
ข่าวหน้า 1 สัมมนาใหญ่ ‘ประชาชาติ’ ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ EP 2 ‘โลกป่วน-AI กำหนดเกม’
ดูทั้งหมด

ผู้ใหญ่กว่าครึ่ง “มันเขี้ยว” อยากบีบขยี้สิ่งน่ารักจุ๋มจิ๋มให้หมดโลก

05 มิ.ย. 2566 | 21:36น.

ในบางครั้งมนุษย์เราก็มีอารมณ์แบบแปลก ๆ โดยผู้ใหญ่ทั่วโลกกว่า 50-60% มีความรู้สึกก้าวร้าวรุนแรงต่อสิ่งที่น่ารักน่าเอ็นดู (cute aggression) เช่นอยากบีบแก้มยุ้ยเด็กเล็กแรง ๆ หรือรู้สึกมันเขี้ยวจนอยากกอดรัด ใช้มือจกพุงอ้วน ๆ เต็มไปด้วยขนนุ่มฟูของกระต่ายหรือแมวเหมียว

สิ่งที่น่าประหลาดก็คือ อารมณ์ความรู้สึกแบบนี้ไม่ใช่การมุ่งร้ายหรือคิดจะทำอันตรายต่ออีกฝ่ายแต่อย่างใด ทว่าคนจำนวนไม่น้อยก็อดไม่ได้ที่จะเชยชมความน่ารักจุ๋มจิ๋มของเด็ก สัตว์ตัวเล็ก ๆ หรือตุ๊กตา ผ่านการเล่นด้วยแรง ๆ ที่ไม่ทำให้สิ่งน่ารักต้องได้รับบาดเจ็บหรือแตกหักเสียหาย แต่อาจสร้างความอึดอัดรำคาญให้เด็กหรือสัตว์เหล่านั้นได้ไม่น้อย

เหตุใดคนเราจึงรู้สึกก้าวร้าวรุนแรงต่อสิ่งน่ารัก ซึ่งดูไปก็น่าจะอ่อนแอปวกเปียกไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครทั้งสิ้น ทว่าอารมณ์แบบนี้ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามปกติ จากกลไกการทำงานภายในสมองอันซับซ้อนของมนุษย์นั่นเอง

ความรู้สึกมันเขี้ยวจนต้องกัดฟัน หรือความต้องการจะบีบขยี้สิ่งที่น่ารักน่าเอ็นดูไปเสียหมดนั้น เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่เรียกว่า dimorphous expression ซึ่งก็คือการกระทำและการแสดงออกที่ไม่ตรงกับอารมณ์ความรู้สึกภายใน อย่างเช่นคนที่ดีใจมากจนร้องไห้ออกมา หรือคนที่โมโหโกรธาเสียจนมีอาการหลุดหัวเราะขำเรื่องที่ไม่พอใจอยู่ได้

ดร. โอรีอานา อารากอน จากมหาวิทยาลัยเคล็มสันของสหรัฐฯ ผู้ริเริ่มการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับอารมณ์รุนแรงต่อสิ่งที่น่ารักน่าเอ็นดู ให้คำอธิบายไว้ในรายงานที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Psychological Science เมื่อปี 2015 ว่าอาการมันเขี้ยวหรือมันมืออยากเข้าไปฟัดหนูน้อยตัวอ้วนกลมหรือลูกสัตว์ที่ขนฟูน่ารัก เป็นการแสดงออกด้วยสีหน้าและท่าทาง เพื่อสื่อสารถึงอารมณ์ที่ท่วมท้นและซับซ้อนอยู่ภายในออกมาให้ได้ทั้งหมด

“ลองดูใบหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นตัวอย่าง หากคุณยิ้มเฉย ๆ ผู้คนจะดูออกแค่ว่าคุณกำลังมีความสุข แต่ถ้าคุณยิ้มและร้องไห้ไปด้วย คนอื่นจะรู้ว่าคุณดีใจมากเป็นพิเศษและต้องการช่วงเวลาหยุดพัก เพื่อดื่มด่ำกับความสุขและปลอบประโลมตนเอง” ดร.อารากอน กล่าว

 GETTY IMAGES

Getty Images

“สิ่งที่เกิดขึ้นจะตรงกันข้าม หากคุณยิ้มแบบกัดฟันพร้อมกับกำมือ คล้ายกับจะส่งเสียงออกมาว่า ‘ใช่เลย มันต้องอย่างนี้’ ซึ่งมักเกิดขึ้นในเวลาที่คุณประสบความสำเร็จบางอย่าง การแสดงออกแบบนี้บอกให้ผู้คนรอบข้างรู้ว่า คุณดีใจมากและรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวก พร้อมจะออกเดินสู่ก้าวต่อไปได้ทันที”

ดร.อารากอน ชี้ว่า การแสดงออกด้วยสีหน้าและท่าทางแบบซับซ้อน ซึ่งอาจไม่ตรงกับอารมณ์ความรู้สึกภายในเสียทีเดียว มีความสำคัญอย่างมากในเชิงวิวัฒนาการทางสังคมของมนุษย์ เนื่องจากเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มกับคนรอบข้าง เพื่อให้ทราบถึงสภาพอารมณ์และแรงจูงใจภายใน ซึ่งจะช่วยให้คาดเดาได้ว่าคุณจะทำอะไรต่อไป โดยการที่ข้อมูลนั้นมีรายละเอียดมากกว่าปกติ จะส่งผลดีต่อการอยู่ร่วมกันและการแสวงหาความร่วมมือในสังคม

การแสดงออกแบบขัดแย้งและซับซ้อนเช่นนี้ พบได้ในกรณีที่บางคนรู้สึกมันเขี้ยวอยากขยำขยี้สิ่งน่ารักเช่นกัน โดยอาจลองนึกถึงเหตุการณ์ที่เจ้าของจูงสุนัขออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ คนที่เดินผ่านมาบางรายอาจส่งยิ้มให้ ซึ่งการส่งยิ้มเพียงอย่างเดียวนั้นไม่สามารถบอกได้โดยละเอียดว่า เขาหรือเธอรู้สึกอย่างไรกับสุนัขตัวดังกล่าว

หากคนรักสุนัขที่ผ่านมามีสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไปด้วย นั่นหมายความว่าเขาหรือเธอชอบมันมากเป็นพิเศษ และอยากจะเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบถึงเนื้อถึงตัว แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่รู้สึกรักเอ็นดูสุนัขอย่างท่วมท้นล้นใจจะแสดงออกอย่างก้าวร้าวรุนแรงแบบ cute aggression เสมอไป

 GETTY IMAGES

Getty Images

งานวิจัยของดร. อารากอน ระบุว่า คนบางกลุ่มเท่านั้นที่มีแนวโน้มจะแสดงออกซึ่งอารมณ์รุนแรงท่วมท้นแบบไม่ตรงกับใจ เช่นหากคุณเป็นคนที่รู้สึกมันเขี้ยวต่อสิ่งน่ารักทั้งหลาย ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า คุณจะเป็นคนประเภทที่ร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจแทนคู่บ่าวสาวในงานมงคลสมรสบ่อย ๆ

ส่วนคนที่รู้สึกรักเอ็นดูเด็กและสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยอย่างมาก แต่กลับไม่แสดงออกแบบก้าวร้าวรุนแรงนั้น ดร.อารากอน ชี้ว่าเป็นเพราะคนกลุ่มนี้มีวิธีแสดงออกซึ่งอารมณ์ที่ซับซ้อนแตกต่างออกไป เช่นเมื่อเห็นทารกหรือลูกสัตว์ที่น่ารัก คนกลุ่มนี้จะแสดงสีหน้าท่าทางที่สื่อถึงอารมณ์โศกเศร้าออกมาแทน (cute sadness) โดยอาจห่อปาก ขมวดคิ้ว ทำตาปรือ และทำเสียงเล็กเสียงน้อยที่เรียกกันว่า “เสียงสอง” นั่นเอง

ในปี 2018 ผลการศึกษาของทีมนักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตริเวอร์ไซด์ของสหรัฐฯ ได้เผยถึงกลไกทางประสาทและสมองที่เกิดขึ้นขณะผู้คนรู้สึกก้าวร้าวรุนแรงต่อสิ่งน่ารัก โดยมีการตีพิมพ์รายงานวิจัยนี้ลงในวารสาร Frontiers in Behavioral Neuroscience

ผศ. ดร.แคเทอรีน สตาโฟรปูลอส ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า ได้ทดลองให้อาสาสมัครให้คะแนนความน่ารักและบรรยายถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะชมภาพเด็กทารกหรือลูกสัตว์ที่น่าเอ็นดู โดยมีการสวมเครื่องตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ในช่วงที่ทำการทดลองด้วย รวมทั้งมีการเปรียบเทียบผลคะแนนความน่ารักและคลื่นไฟฟ้าสมอง กับตอนที่ดูภาพสัตว์วัยโตเต็มที่และภาพทารกที่มีความน่ารักลดน้อยลง

ผลปรากฏว่าภาพลูกสัตว์และภาพทารกทั้งสองแบบ ทั้งแบบที่มีความน่ารักระดับสูงและแบบที่มีความน่ารักลดน้อยลงมา ต่างก็ได้รับการโหวตให้คะแนนมากที่สุด โดยในขณะนั้นคลื่นสมองมีความเคลื่อนไหวในส่วนของระบบประมวลผลทางอารมณ์ (emotional systems) รวมทั้งระบบซึ่งทำหน้าที่ให้รางวัลและสร้างความสุขเพลิดเพลิน (reward systems) ไปพร้อมกัน

ผลการทดลองข้างต้นทำให้ทีมผู้วิจัยสันนิษฐานว่า การแสดงออกที่ไม่ตรงกับอารมณ์ความรู้สึกภายในแบบท่าทีก้าวร้าวรุนแรงต่อสิ่งน่ารักนั้น เป็นผลมาจากการบริหารจัดการของสมอง ซึ่งต้องควบคุมสองระบบสำคัญที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างเข้มข้นพร้อมกัน ทำให้สมองพยายามลดระดับอารมณ์เชิงบวกที่ท่วมท้นลง โดยใช้อารมณ์เชิงลบอย่างความโกรธหรือความเศร้าเข้ามาผสมผสานด้วย จนกลายเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ที่ขัดแย้งกันขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม การแสดงออกต่อสิ่งน่ารักอย่างก้าวร้าวรุนแรงแบบ cute aggression ถือว่ามีประโยชน์ในเชิงวิวัฒนาการของมนุษย์อยู่เหมือนกัน โดย ดร.สตาโฟรปูลอส ให้คำอธิบายเอาไว้ว่า

“หากคุณมีความรู้สึกรักและชื่นชมเอ็นดูทารกอย่างท่วมท้น จนไม่กล้าแม้จะแตะต้องหรือขยับตัวเด็กเลย นั่นจะทำให้ทารกตายลงในที่สุดเพราะขาดอาหารและการดูแล แต่ถ้าคุณมีความรู้สึกมันเขี้ยวอยากกอดรัดฟัดเหวี่ยงหนูน้อย นั่นจะทำให้คุณกล้าสัมผัสจับต้องเด็กที่ดูบอบบาง และเกิดความคิดที่สมเหตุสมผลว่า ไม่มีสิ่งใดที่น่ารักเกินไปจนแตะต้องไม่ได้”

หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สัตว์เลี้ยง เด็ก