เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
13 บาทก็เงิน ‘นิกกี้ มินาจ’ ขอให้ ‘อีลอน มัสก์’ จ่ายรายได้จาก X เพิ่ม
SD 13 บาทก็เงิน ‘นิกกี้ มินาจ’ ขอให้ ‘อีลอน มัสก์’ จ่ายรายได้จาก X เพิ่ม
ธนพร จี้ “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุขาดคุณสมบัติ เร่งบอร์ดเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ทันที
Politics ธนพร จี้ “หมอสรณ” หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุขาดคุณสมบัติ เร่งบอร์ดเลือกประธาน กสทช.คนใหม่ทันที
“เซ็นทรัลพัฒนา” ยึดหัวหาดทำเลทองกรุงเทพฯ-เมืองท่องเที่ยว ปั้นแลนด์มาร์กใหม่
Real Estate “เซ็นทรัลพัฒนา” ยึดหัวหาดทำเลทองกรุงเทพฯ-เมืองท่องเที่ยว ปั้นแลนด์มาร์กใหม่
แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.1 แมกนิจูด เจ็บอย่างน้อย 50 คน ห่วงติดในห้างดังหลายคน
World แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.1 แมกนิจูด เจ็บอย่างน้อย 50 คน ห่วงติดในห้างดังหลายคน
เปิดภารกิจแม่ทัพ ‘Google Cloud’ คนใหม่ หนุนองค์กรบริหารต้นทุน AI ปิดจบปัญหา ‘ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายแพง’
Tech เปิดภารกิจแม่ทัพ ‘Google Cloud’ คนใหม่ หนุนองค์กรบริหารต้นทุน AI ปิดจบปัญหา ‘ยิ่งใช้เยอะ ยิ่งจ่ายแพง’
รัฐบาล ชี้ ใกล้ปิดดีล 2 ใน 3 เจรจา FTA ไทย–อียู เร่งเปิดตลาดส่งออก-ดูดการลงทุน
Economic รัฐบาล ชี้ ใกล้ปิดดีล 2 ใน 3 เจรจา FTA ไทย–อียู เร่งเปิดตลาดส่งออก-ดูดการลงทุน
ศุลกากร ยึดขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้าน เตรียมส่งออกจีน สำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วง
Finance ศุลกากร ยึดขาไก่แช่แข็งมูลค่า 4.8 ล้าน เตรียมส่งออกจีน สำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วง
X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
Tech X แอปครอบจักรวาล เปลี่ยนโซเชียลฟีด ให้เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ภัยแล้งทำพิษ ประปาเกาะสมุยผลิตไม่พอ สลับโซนจ่ายน้ำ 7 วัน เริ่ม 3 ส.ค. นี้
ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
ดูทั้งหมด

วิกฤตอสังหาฯจีน เข้าปีที่ 4 ยังไม่มีวี่แววจะฟื้น

02 ก.พ. 2568 | 11:30น.
ภาพโดย Reuters

จีนเผชิญวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2021 ถึงตอนนี้วิกฤตล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว ก็ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวสักเท่าไรนัก แม้ว่ารัฐบาลจีนพยายามแก้วิกฤตแล้วก็ตาม

วิกฤตอสังหาฯ จีนมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน แต่ปัญหาเริ่มใหญ่ขึ้นหลังจากรัฐบาลจีนพยายามควบคุมการกู้ยืมเงินของบริษัทอสังหาฯ โดยในปี 2020 ทางการจีนได้ประกาศนำนโยบาย “สามเส้นแดง” (Three Red Lines Policy) มาเป็นเกณฑ์บังคับให้สถาบันการเงินใช้สำหรับพิจารณาปล่อยกู้ เพื่อควบคุมการก่อหนี้ของบริษัทอสังหาฯ และป้องกันภาวะฟองสบู่จากการเก็งกำไรอสังหาฯ

ด้วยเงื่อนไขอันเข้มงวดของนโยบายสามเส้นแดง เป็นเหตุให้บริษัทพัฒนาอสังหาฯ จำนวนมากประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน แล้วปัญหานั้นก็ปะทุออกมาให้เห็นเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เมื่อเอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2021

วิกฤตสภาพคล่องดังกล่าวนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่และขยายวงกว้างขึ้น ทั้งการที่บริษัทอสังหาฯ จำนวนมากหยุดการก่อสร้าง คนที่ซื้อบ้านไม่ได้บ้านตามกำหนด ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง ผู้คนที่มีกำลังซื้อก็ไม่กล้าซื้อบ้าน เพราะเกรงว่าจ่ายเงินไปแล้วจะไม่ได้บ้าน อีกทั้งราคาบ้านที่ลดลงทำให้ไม่มีใครอยากสะสมเงินเก็บเอาไว้ในอสังหาฯ อีกต่อไป ส่วนคนที่ซื้อบ้านไว้ก่อนหน้านั้นก็เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายให้ประหยัดขึ้น เพราะรู้ว่าเงินที่ตัวเองมีอยู่กำลังเสื่อมมูลค่าลงไป

ความทุกข์ยากในภาคอสังหาฯ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคของจีนเป็นอย่างมาก เนื่องจากภาคอสังหาฯ เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจจีน โดยในช่วงก่อนเกิดวิกฤต มูลค่าผลิตภัณฑ์ภาคอสังหาฯ คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

แม้จะผ่านมาหลายปี และรัฐบาลจีนได้งัดหลายเครื่องมือออกมาช่วยแก้ปัญหา แต่วิกฤตในภาคอสังหาฯ จีนก็ไม่คลี่คลายเบาบาง และไม่แสดงสัญญาณบวกให้เห็นเท่าไรนัก

นับจากการผิดนัดชำระหนี้ของเอเวอร์แกรนด์ในปี 2021 มาจนถึงปัจจุบัน บริษัทอสังหาฯ จีนผิดนัดชำระหนี้ไปแล้วจำนวนมาก แม้กระทั่ง คันทรี่ การ์เดน (Country Garden) ที่เคยเป็นเบอร์ 1 ก็ยังผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2023 และล่าสุด ไชน่า ว่านเคอ (China Vanke) บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่อันดับ 10 ของจีนเป็นอีกรายที่เตือนนักลงทุนว่าบริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง เนื่องจากขาดทุนไปมหาศาลในปี 2024 โดยตัวเลขประมาณการขาดทุนสูงถึง 45,000 ล้านหยวน

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2024 ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนพยายามอีกหลายระลอก มีการผ่อนคลายทางการเงินหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการลดอัตราส่วนเงินสำรองขั้นต่ำ (RRR) ของธนาคารพาณิชย์ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) รวมถึงขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อให้รัฐบาลท้องถิ่นใช้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจและซื้ออสังหาฯ

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ตัวเลขของภาคอสังหาฯ ก็ขยับดีขึ้นเพียงน้อยนิด เรียกว่า “แย่น้อยลง” จะเหมาะสมกว่า โดยราคาบ้านในเดือนธันวาคม 2024 เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MOM) หยุดร่วงเป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือน ขณะที่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YOY) ยังลดลง 5.3% แต่ลดในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนพฤศจิกายนที่ลดลง 5.7% (YOY)

นอกจากนั้น ยอดขายอสังหาฯ ก็เป็นตัวเลขอีกตัวที่ปรับตัวขึ้นในเดือนธันวาคม ช่วยให้ยอดขายภาพรวมทั้งปี 2024 ลดลง 12.9% (YOY) ชะลอลงจากช่วง 11 เดือนแรกที่ลดลง 14.3% (YOY)

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยังมีตัวเลขบางส่วนที่แย่ลงกว่าเดิม อย่างเช่น การก่อสร้างบ้านใหม่ที่ลดลงถึง 23% (YOY) เมื่อวัดจากพื้นที่ใช้สอย และการลงทุนในอสังหาฯ ที่แย่ลงในเดือนสุดท้าย ส่งผลให้ตัวเลขรวมทั้งปี 2024 ลดลง 10.6% (YOY) ถือเป็นการลดลงรายปีครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกข้อมูลไว้

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนสัญญาณว่าภาคอสังหาฯ จีนที่สั่งสมปัญหามาหลายปียังไม่น่าจะฟื้นขึ้นได้มากนักในปี 2025 นี้ สอดคลองกับความเห็นของนักวิเคราะห์หลายสำนัก

จาง ต้าเหว่ย (Zhang Dawei) นักวิเคราะห์จากเคนทาไลน์ (Centaline) บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของฮ่องกงกล่าวกับรอยเตอร์ (Reuters) ว่า แม้นโยบายมากมายของรัฐบาลจีนจะช่วยสร้างเสถียรภาพในภาคอสังหาริมทรัพย์จีน โดยเฉพาะในเมืองชั้นหนึ่ง (First-Tier City) ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีความเจริญสูง แต่ความตกต่ำที่เกิดขึ้นมาจนถึงตอนนี้ “ยังไม่ใช่จุดต่ำสุด” ของภาคอสังหาฯ จีน และจางคาดว่ารัฐบาลจีนจะมีนโยบายสนับสนุนเพิ่มเติมออกมาอีกในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยบ้าน ผ่อนคลายเงื่อนไขการซื้อบ้าน และลดต้นทุนธุรกรรม เช่น ภาษีและค่าธรรมเนียมลงอีก

นอกจากนั้น รายงานของเอสแอนด์พีโกลบอล (S&P Global) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2025 ระบุว่า นโยบายผ่อนคลายต่าง ๆ ที่รัฐบาลจีนเร่งดำเนินมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2024 ช่วยเพิ่มอุปสงค์ใหม่ให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนอย่างมาก ทั้งในบ้านราคาสูงและบ้านราคาระดับเริ่มต้น

ถึงแม้อย่างนั้น เอสแอนด์พีโกลบอลก็ยังมองว่า ปี 2025 จะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับบริษัทอสังหาฯ จีนอยู่ดี เพราะพวกเขาจะต้องแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดบ้านมือหนึ่งที่หดตัวเล็กลง แต่สิ่งที่พอจะชดเชยกันได้คือ ฝั่งบริษัทผู้พัฒนาโครงการก็มีจำนวนน้อยลงเช่นกัน

โดยสรุปแล้ว เอสแอนด์พีโกลบอลมองว่า ตลาดอสังหาฯ จีนในปี 2025 จะค่อนข้างนิ่ง โดยมียอดขายใกล้เคียงกับปี 2024 ที่ 17 ล้านล้านหยวน (ราว 79 ล้านล้านบาท) ซึ่งตลาดบ้านมือสองจะโตกว่าตลาดบ้านมือหนึ่ง แต่วิกฤตสินเชื่อจะยังคงเป็นปัญหาต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน อสังหา