หน่วยทุ่นระเบิดกัมพูชา กล่าวหากองทัพไทย ใช้ระเบิดพวง
หน่วยทุ่นระเบิดกัมพูชากล่าวหาไทยใช้ระเบิดพวง
รอยเตอร์รายงานว่า หน่วยงานด้านทุ่นระเบิดภายใต้รัฐบาลกัมพูชากล่าวหาเมื่อ 25 ก.ค. ว่ากองทัพไทยใช้ระเบิดพวงจำนวนมาก พร้อมแสดงความกังวลว่าเป็นการละเมิดบรรทัดฐานด้านมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง
แถลงการณ์จากหน่วยงานปฏิบัติการและช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดกัมพูชา อ้างอิงรายงานภาคสนามของกองทัพกัมพูชาเมื่อเช้าวันศุกร์ ที่ระบุว่ามีการใช้ระเบิดพวงจำนวนมากถึงสองครั้งภายในเวลา 90 นาที ในจังหวัดพระวิหาร ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ติดชายแดนไทย ก่อให้เกิดอันตรายต่อชุมชนโดยรอบ
กระทรวงการต่างประเทศของไทยยังไม่ได้ตอบสนองต่อคำขอความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวในทันที
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายไทยกล่าวหาว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลบริเวณชายแดน จากกรณีทหารไทยเหยียบกับระเบิดเมื่อ 16 และ 23 กรกฎาคม เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บหลายนาย นับเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหาร
อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง (Convention on Cluster Munitions : CCM) คืออะไร
ข้อมูลทั่วไป ระเบิดพวงเป็นระเบิดที่บรรจุลูกระเบิดขนาดเล็ก (Submunitions) ไว้ภายในจำนวนมาก มีลักษณะ กลไก และรูปแบบการทำงานหลายแบบ วิธีการใช้สามารถทิ้งลงจากเครื่องบิน หรือยิงโดยปืนใหญ่จากพื้นดินสู่พื้นที่เป้าหมาย และจะระเบิดกลางอากาศเพื่อปล่อยลูกระเบิดย่อยให้กระจายเป็นวงกว้าง ระเบิดพวงมีอัตราความคลาดเคลื่อนผิดพลาดจากเป้าหมายและไม่ระเบิดสูง จึงทำให้ลูกระเบิดขนาดเล็กตกค้างบนพื้นดิน ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ได้ในภายหลัง ประชาคมระหว่างประเทศจึงพิจารณาเห็นว่าระเบิดพวงเป็นอาวุธที่ส่งผลกระทบด้านมนุษยธรรมสูง
กลุ่มประเทศที่กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น นอร์เวย์ และออสเตรีย จึงได้เริ่มกระบวนการออสโล (Oslo Process) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 [2] เพื่อจัดทำกลไกระหว่างประเทศ ที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายเพื่อยุติการผลิต การใช้ การถ่ายโอน และการสะสมระเบิดพวง รวมทั้งเพื่อเก็บกู้และทำลายระเบิดพวงที่ตกค้างและที่สะสมในคลัง และนำไปสู่การลงนามอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวงเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551
สาระสำคัญของอนุสัญญาฯ คือ การห้ามใช้ ห้ามสะสม ห้ามผลิต และห้ามโอน รวมทั้งต้องทำลายระเบิดพวงที่มีในคลัง การเก็บกู้ และทำลายระเบิดพวงที่ตกค้างอยู่ การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากระเบิดพวง ความร่วมมือและความช่วยเหลือระหว่างประเทศ แต่อนุสัญญามีการยกเว้นระเบิดพวงบางประเภทที่มีความแม่นยำต่อเป้าหมาย และมีอัตราความเสี่ยงที่จะไม่ระเบิด หรือตกค้างต่ำ อย่างไรก็ตาม คำนิยามของระเบิดพวงมีความหลากหลาย แม้จะมีการระบุไว้ในอนุสัญญาด้วยแล้ว แต่ก็ไม่ครอบคลุมลักษณะของระเบิดพวงทั้งหมด
รัฐภาคีของอนุสัญญา อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2553 ปัจจุบันมีประเทศที่ลงนามในอนุสัญญาจำนวน 112 ประเทศ และให้สัตยาบันแล้วจำนวน 83 ประเทศ