คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการเฟดและผู้สมัครประธาน สนับสนุนให้เฟดเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า จากปัจจัยตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอ
ซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่า คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ (Christopher Waller) กรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งกำลังชิงตำแหน่งประธานกล่าวว่า เฟดควรเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ หรือในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า และธนาคารกลางมีความยืดหยุ่นในการปรับจังหวะการดำเนินนโยบายในอนาคต
โดยชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอ และเฟดมีความยืดหยุ่นในการปรับลดตามข้อมูลเศรษฐกิจ พร้อมคาดว่าในอีก 3-6 เดือนข้างหน้าอาจเห็นการลดดอกเบี้ยหลายครั้ง
วอลเลอร์ยังเป็นหนึ่งในสองกรรมการที่โหวตลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเฟดเมื่อ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่มติคณะกรรมการให้คงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารกลางไว้ที่ระดับ 4.25-4.5% นับเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปีที่ผู้ว่าการธนาคารกลางสองคนคัดค้านมติของคณะกรรมการ และถูกมองว่ามีโอกาสสูงจะเป็นประธานเฟดคนใหม่ หลังจากเจอโรม พาวเวลล์ ครบกำหนดวาระเดือนพฤษภาคม 2026
แคนดิเดตประธานเฟดรายนี้มองว่า ส่วนหนึ่งเนื่องจากประชาชนยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากนโยบายภาษีของผู้นำสหรัฐ
วอลเลอร์ยอมรับว่าภาษีศุลกากรเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากผู้บริโภค ซึ่งจะชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เขาไม่มองว่าภาษีจะทำให้เศรษฐกิจถึงขั้นถดถอย
ด้านสำนักสถิติแรงงาน กระทรวงแรงงานสหรัฐเผยผลสำรวจตำแหน่งงานว่างและอัตราการลาออกของแรงงาน (JOLTS) เดือนกรกฎาคม ปรากฏว่าตัวเลขการเปิดรับสมัครงานลดลง 176,000 ตำแหน่ง เหลือ 7.181 ล้านตำแหน่ง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งคือระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 สะท้อนอุปสงค์แรงงานที่อ่อนตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของนโยบายเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเหตุให้ธุรกิจลังเลในการจ้างงาน จึงเป็นแรงหนุนทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด