กระทรวงการคลังสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตร “เครือข่ายศูนย์กลางการหลอกลวงทางไซเบอร์” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พุ่งเป้า 9 เครือข่าย ในเมืองชเวก๊กโก ประเทศเมียนมา และ 10 เครือข่ายในกัมพูชา ซึ่งในปี 2024 ชาวอเมริกันสูญเงินกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 แสนล้านบาท)
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตร “เครือข่ายศูนย์กลางการหลอกลวงทางไซเบอร์” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ เมียนมาและกัมพูชา เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่า บังคับใช้แรงงานเพื่อหลอกลวงเงินจากสหรัฐปีละหลายพันล้านดอลลาร์
วันนี้ (9 ก.ย.) กระทรวงการคลังสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตร พุ่งเป้าไปที่เครือข่าย 9 แห่ง ในเมืองชเวก๊กโก ประเทศเมียนมา ซึ่งดำเนินการหลอกลวงให้ผู้อื่นลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้การคุ้มครองของกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ที่ถูกคว่ำบาตรไปก่อนหน้านี้ รวมไปถึงอีก 10 เครือข่าย ในแหล่งกาสิโนทุนจีนเทา ที่สีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา
(อ่านเพิ่มเติม : รายชื่อบุคคลและหน่วยงานที่สหรัฐคว่ำบาตร)
จอห์น เฮอร์ลีย์ (John Hurley) ปลัดกระทรวงการคลังด้านการก่อการร้ายและข่าวกรองทางการเงิน (TFI) ระบุว่า อุตสาหกรรมการหลอกลวงทางไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงแต่คุกคามความเป็นอยู่ที่ดีและความมั่นคงทางการเงินของประชาชนสหรัฐเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้คนหลายพันคนตกเป็นทาสยุคใหม่ (การถูกคุกคาม ข่มขู่ หรือบีบบังคับ ให้ทำงานหรือบริการ)
“ในปี 2024 ชาวอเมริกันที่ไม่ทันระวังตัว สูญเสียเงินไปกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 แสนล้านบาท) จากสแกมเมอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สกอตต์ เบสเซนต์ กระทรวงการคลังจะทุ่มเทเครื่องมือทั้งหมดที่มี เพื่อต่อสู้กับระบบอาชญากรรมทางการเงิน และปกป้องชาวอเมริกันจากความเสียหายอันใหญ่หลวง ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการสแกม” เฮอร์ลีย์กล่าว
ตามรายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐ ระบุว่า กลุ่มผู้ว่างงานมักถูกหน่วยงานสแกมเมอร์ล่อลวงไปยังค่ายแรงงานด้วยข้อมูลเท็จ จากนั้นแรงงานจะถูกผูกมัดหนี้สินให้ทำงานต่อไป รวมถึงการใช้ความรุนแรง หรือการข่มขู่ให้ค้าประเวณี โดยบังคับให้แรงงานหลอกลวงผู้อื่นในโลกออนไลน์ ผ่านการส่งข้อความในแอปพลิเคชั่นหรือโทรศัพท์ของเหยื่อ รวมไปถึงการชักจูงให้บอกข้อมูลการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และการติดตั้งซอฟต์แวร์เถื่อนจากระยะไกล
เครือข่ายสแกมเมอร์ ขยายตัวมากขึ้นระหว่างการระบาดของโควิด-19 และได้รับความสนใจจากนานาชาติ ภายหลังการปราบปรามครั้งใหญ่เมื่อต้นปี 2025 ซึ่งเอพี (AP) รายงานว่า เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา มีแรงงานกว่า 7,000 คนจากทั่วโลก ถูกควบคุมตัวและรอส่งตัวกลับประเทศ บริเวณชายแดนประเทศเมียนมา หลังการปราบปรามครั้งใหญ่ ซึ่งประสานงานกันระหว่างประเทศไทย เมียนมา และจีน
แม้จะมีการกวาดล้างครั้งใหญ่ แต่นักสิทธิมนุษยชนก็ยังตำหนิรัฐบาลกัมพูชาเนื่องจากไม่ดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประณามรัฐบาลกัมพูชาว่า “จงใจเพิกเฉย” ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเครือข่ายสแกมเมอร์
อ้างอิง : Bloomberg, AP, U.S. Department of the Treasury