Skip to content

ตอกย้ำภาพเหยื่อ กัมพูชาถามกลับ 9 ข้อ สปีช ‘สีหศักดิ์’ บนเวที UNGA

30 ก.ย. 2568 | 16:29น.
ตอกย้ำภาพเหยื่อ กัมพูชาถามกลับ 9 ข้อ สปีช ‘สีหศักดิ์’ บนเวที UNGA

กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาเผยแพร่ข้อความบนโซเชียลมีเดียมีเนื้อหาที่แตกต่างกับข้อเท็จจริงของฝ่ายไทยเพื่อตอบโต้ถ้อยแถลง (Speech) ในการประชุม UNGA ของสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว  โดยย้ำภาพของฝ่ายที่ตกเป็นผู้ถูกกระทำ 

เมื่อ 29 กันยายน เวลาท้องถิ่น บัญชีเฟซบุ๊กทางการของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา เขียนข้อความตอบโต้ถ้อยแถลงบนเวทีสหประชาชาติของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ซึ่งตอกย้ำถึงข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันในแทบทุกประเด็น ยกตัวอย่าง ทั้งไทยและกัมพูชาต่างกล่าวหากันและกันว่า เปิดฉากยิงก่อนในเหตุการณ์ที่ช่องบก เมื่อ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยระบุว่า นายสีหศักดิ์ ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งสี่เดือน พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงและอธิบายการกระทำของฝ่ายไทยในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) โดยได้หยิบยกคำกล่าวของรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยมาช่วงหนึ่งที่ระบุว่า “เรารู้ว่าใครคือเหยื่อที่แท้จริง ทหารไทยที่สูญเสียขาจากทุ่นระเบิด เด็ก ๆ ที่โรงเรียนถูกทำลายด้วยปืนใหญ่ และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่ถูกโจมตีด้วยจรวดของกัมพูชา”

กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา “ถามกลับสั้น ๆ!” ดังนี้

1. ใครเป็นผู้เริ่มยิงที่ทำให้ทหารกัมพูชาคนหนึ่งต้องสละชีวิตในพื้นที่มอมเบย

2. ใครเป็นผู้ปิดพรมแดนฝ่ายเดียว

3. ใครเป็นผู้ยึดลวดหนามและล้อมรั้วปราสาทตาเมือนธม

4. ใครเป็นผู้เปิดฉากโจมตีทหารกัมพูชา ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้ห้าคืนห้าวัน

5. ใครเป็นผู้ละเมิดสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามและบันทึกความเข้าใจปี 2000

6. ใครคือผู้ที่ลังเลและไม่ต้องการให้ประเทศที่สามเข้ามาแทรกแซงในการแก้ไขปัญหานี้

7. ใครละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการก่อให้เกิดการยั่วยุที่ชัดเจนหลายครั้ง เช่น การจับกุมทหารกัมพูชาตั้งแต่เช้าตรู่หลังการหยุดยิง ? การขยายเขตความขัดแย้ง ? การเคลื่อนย้ายกำลังพลจนกระทั่งเหยียบทุ่นระเบิดที่หลงเหลือจากอดีต ?

8. ใครละเมิดหลักการระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้งด้วยการใช้กำลังวางลวดหนามและถือเอาการวางลวดหนามเป็นเส้นแบ่งเขตแดน ?

9. หากประเทศไทยถูกต้องจริง ! หากประเทศไทยตกเป็นเหยื่อจริง ! ทำไมประเทศไทยจึงกลัวการแทรกแซงจากประชาคมโลก ? หากประเทศไทยถูกต้องตั้งแต่แรก ทำไมประเทศไทยจึงควรกลัวศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ?

สรุปแล้ว ไม่ใช่แค่ชาวกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้านของไทยเท่านั้น ! คนทั้งโลกรู้จัก ‘ลักษณะนิสัย’ ของไทยและเบื่อหน่ายกับมันอย่างที่สุด! พร้อมสรุปปิดท้ายว่า Don’ t Thai to me (อย่ามาไทยใส่ฉัน) ซึ่งเป็นประโยคสแลงเชิงเสียดสีในทางลบ