Skip to content

อดีตทูตมองศักยภาพขุดแร่ของไทย ผ่านโมซัมบิก

04 พ.ย. 2568 | 17:47น.
อดีตทูตมองศักยภาพขุดแร่ของไทย ผ่านโมซัมบิก

‘สรจักร บูรณะสัมฤทธิ’ อดีตทูตไทยในโมซัมบิก มองว่า แอฟริกาควรเป็นมากกว่าตลาดของไทย แนะว่าไทยควรมองแอฟริกาในฐานะแหล่งวัตถุดิบ ท่ามกลางสมรภูมิแร่หายากระหว่างสหรัฐ-จีนพร้อมฉายภาพในปัจจุบันเราเป็นตลาดบริโภคขั้นทุติยภูมิ ยังไม่สามารถนำแร่ขึ้นมาเองได้

นายสรจักร บูรณะสัมฤทธิ เอกอัครราชทูตไทยประจำโมซัมบิกในขณะนั้น กล่าวกับประชาชาติธุรกิจ เมื่อ 26 สิงหาคม 2025 ในโอกาสการเยือนของนายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งรัศม์เคยดํารงตําแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต คนแรก

ทูต ซึ่งเพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา อธิบายภาพรวมของแอฟริกา จากประสบการณ์การทำงานตั้งแต่สมัยเป็นนักการทูตชั้นผู้น้อยที่รับผิดชอบพื้นที่นี้ตั้งแต่แรกเข้ากระทรวงต่างประเทศ ว่า ตั้งแต่ปี 1992 (ปีพ.ศ. 2535) ที่ไทยหันมาเริ่มให้ความสำคัญกับภูมิภาคแอฟริกา ซึ่งในขณะนั้นยังมีปัญหาด้านการเมือง สงครามหลายแห่ง เกิดเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวันดา

ยกตัวอย่าง ประเทศเอธิโอเปียทำสงครามมากมาย กลุ่มกบฏชนะ สงบศึก มีการจัดตั้งประเทศขึ้นมาใหม่ ต่อมามีการทำประชามติแยกเอธิโอเปียออกจากเอริเทรีย

ในภาพรวมด้วยพื้นที่จำนวนมหาศาลสามารถเอามาทำพื้นที่เกษตรได้จำนวนเหลือเฟือ ประกอบด้วยทรัพยากรจำนวนมากทุกแบบตั้งแต่แร่ธาตุ ก๊าซ ธรรมชาติ น้ำมัน ทองคำ อัญมณี

จึงมองแอฟริกาในฐานะแหล่งแร่ วัตถุดิบและทรัพยากรของไทยที่แม้มีการแสวงหาประโยชน์มาแล้ว แต่ยังไม่หมด จึงเห็นว่า สาขาที่น่าสนใจคือการสำรวจแหล่งวัตถุดิบที่ยังไม่ถูกใช้ประโยชน์ นอกจากการขยายตลาด

แอฟริกาในฐานะตลาด Next Market, Next Economy

10 ปีต่อมา แอฟริกาสงบขึ้น ประชากรแอฟริกาเพิ่มขึ้น มีการพูดกันต่อว่า แอฟริกาเป็นตลาดที่ใหญ่มาก จำนวนประชากรเป็นพันพันล้าน ที่สำคัญคือประชากรที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ ในแง่เศรษฐกิจจะเป็นตลาดสำคัญในอนาคต เป็นกำลังสำคัญในการประกอบธุรกิจ

กระทรวงการต่างประเทศออกนโยบาย ARM ใช้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาเพื่อนำทางไปสู่ทรัพยากรที่ต้องการ รวมทั้งตลาด เพื่อทำการค้าระหว่างกัน

A-Assistance ,R-Resource, M-Market มีการจัดตั้งกรมความร่วมมือระหว่างประเทศหรือไทกา (TICA) ในปัจจุบัน อีกหนึ่งกลไกเพื่อขับเคลื่อนวัตถุประสงค์

ในส่วนของหน่วยราชการ ทวีปแอฟริกามี 53 ประเทศ ไทยเปิดสถานทูตแค่ 7 แห่ง แต่ถือว่าไม่น้อย ประกอบด้วยแอฟริกาเหนือ 2 แห่ง ซึ่งมีวัฒนธรรมคล้ายอาหรับ คืออียิปต์และโมร็อกโก และแอฟริกาใต้ทะเลทรายซะฮาร่า (Sub Sahara Africa) 40 ประเทศ มี 4 แห่ง ได้แก่ สถานทูตไนโรบี ประเทศเคนยา อาบูจาในประเทศไนจีเรีย ดาการ์ในประเทศเซเนกัล สถานทูตในกรุงพริทอเรียรับผิดชอบแอฟริกาตอนใต้ เพิ่งเปิดปี 1993 (ปีพ.ศ. 2536) เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีเรื่องเหยียดผิว (Apartheid)

สถานทูตประจําโมซัมบิก ซึ่งเปิดเมื่อปี 2016 นับเป็นแห่งที่ 7 ในภูมิภาคแอฟริกา

โมซัมบิก ตั้งอยู่ทางใต้ของแอฟริกา ได้รับเอกราชจากโปรตุเกสปี 1975 (ปีพ.ศ. 2518) หลังจากเคยตกเป็นอาณานิคมมากว่า 477 ปี รับระบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งในทางประวัติศาสตร์สงครามเย็นแปลว่า ไทยแทบไม่ได้ต้องการเกี่ยวข้องด้วย ในขณะเดียวกันโมซัมบิกเองอยู่ในสงครามกลางเมืองจนถึงปี 1990-2000 ปัจจุบันใช้ภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการ ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ

จุดเปลี่ยนในฐานะแหล่งก๊าซธรรมชาติ:ไทยลงทุนและนำเข้า

หลังทศวรรษปี 90 โมซัมบิกพบก๊าซแหล่งใหญ่ที่สุดแหล่งหนึ่งในโลก ยังไม่รวมทรัพยากรอื่นๆ ที่ไทยสนใจอย่างทับทิมที่อุดมสมบูรณ์ อาจจะมีแร่โลหะ แรร์เอิร์ท (Rare Earth) อีกจำนวนมาก

นายสรจักษ์กล่าวว่า ราว 15-20 ปีก่อน โมซัมบิก โผล่ขึ้นมาในฐานะประเทศที่มีผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) โตที่สุดประเทศหนึ่งในแอฟริกาเฉลี่ยเกินร้อยละ 10 เพราะเจอแหล่งพลังงาน ก๊าซหลายหลุม เป็นจุดให้ไทยเริ่มหันมาให้ความสนใจ และตามด้วยการเยือนอย่างเป็นทางการของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในปี 2013 (ปีพ.ศ.2556)

ปตท.สผ.ตัดสินใจ ร่วมทุนบริษัทโททาล เอส.เอ (Total S.A.) ของฝรั่งเศส ถือหุ้นร้อยละ 8.5 ซึ่งรับสัมปทานการผลิตก๊าซ LPG ในโครงการโมซัมบิก แอเรีย วัน ที่จังหวัด Cabo Delgado ทางเหนือ

โมซัมบิกมีศักยภาพในการเป็นผู้ผลิตก๊าซ LPG ที่สําคัญแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากโมซัมบิกมีแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติ ที่มีคุณภาพสูงอยู่เป็นปริมาณมาก และยังมีทําเลที่ตั้งใกล้ชายฝั่งทะเลที่สามารถส่งออกก๊าซธรรมชาติไปสู่ทั้งตลาดเอเชียและยุโรป

แต่แล้วเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายของคนในพื้นที่ทำให้โครงการล่าช้าจนถึงทุกวันนี้ จนปตท.สผ. ต้องปิดสำนักงาน น่าเสียดายเพราะเป็นโปรเจ็กต์ความหวังมาก เนื่องจากน่าจะมีก๊าซจำนวนมหาศาล

สถานการณ์ในปัจจุบัน ไทยเป็นประเทศผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง ในการเยือนครั้งนี้ รัฐบาลไทยพยายามใช้แนวทางการทูตผลักดันให้โครงการเกิดขึ้น ซึ่งโททาล บริษัทระดับโลก  เป็นเจ้าใหญ่ในวงการโลก โดยเฉพาะการขุดเจาะทะเล มีความเชี่ยวชาญที่เราขาด

ในส่วนแอเรียโฟร์อยู่นอกชายฝั่ง ดูดปิโตรเลียมขึ้นมา นำขึ้นแพลทฟอร์มลอยน้ำ แล้วสามารถส่งออกได้เลย เริ่มประมาณ 2023 จากทั้งหมดมีสี่แอเรีย ปรากฏในตัวเลขเมื่อปี 2024 ไทยขาดดุลการค้าโมซัมบิกเป็นปีแรก เนื่องจากนำเข้าก๊าซในแหล่งนี้เป็นจำนวนมาก

ตามข้อมูลของกองแอฟริกา ในปี 2024 โมซัมบิกเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 7 ของไทยในภูมิภาคแอฟริกา
และอันดับที่ 58 ในโลก มีมูลค่าการค้ารวม 587.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงจากปี 2023 ร้อยละ 15.25 โดยมีมูลค่าการส่งออก 215.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าการนําเข้า 372.31 ล้านดอลลาร์สหรัฐส่งผลให้ประเทศไทยเสียเปรียบดุลการค้า 156.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ไทยมีความสามารถที่จะมาเอาทรัพยากรหรือไม่

ยังมีทรัพยากรจำนวนมากในโมซัมบิก เหมืองพลอยโดยเฉพาะทับทิม ซึ่งขุดได้แล้วเอาไปประมูล แต่ปรากฎว่า ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 บริษัทเหมืองหันย้ายจากฮ่องกง มาเปิดประมูลที่เมืองไทย รวมถึงบริษัทสองเหมืองใหญ่ GEMfields ของอังกฤษ และ FURA Gems ทำให้ทุกวันนี้ การประมูลทับทิมจากสองเหมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกจัดที่ไทย ปีละสองครั้ง

ในขณะที่ไทยมีฝีมือด้านการเจียระไน มุมกลับคือ ที่ทำเหมืองในโมซัมบิกยังมีเหลือ คนไทยต้องการทำเหมืองเองหรือไม่ ไม่ใช่แค่มารับซื้อจากเขา แล้วเอามาเจียระไนต่อ ซึ่งที่ผ่านมามีการเสนอขายสัมปทานให้ แต่ไทยยังไม่มีความพร้อมทำเหมือง ยังไม่มีความสามารถขุดแร่ขึ้นมาเองได้

เราเป็นตลาดที่รับทรัพยาการที่แปรรูปแล้ว เราบริโภคตลาดทุติยภูมิขึ้นไป กล่าวคือแร่ขุดมาแล้ว แล้วเรานำไปถลุงต่อ เราไม่มีองค์ความรู้ในการเข้าไปค้นทรัพยากรที่ยังไม่แปรรูป เช่น แร่ทองแดง แร่เหล็ก ซึ่งอดีตทูตในโมซัมบิกระบุว่าสำหรับแอฟริกา ต้องลงไปทำถึงขั้นปฐมภูมิ คือการขุดออกมา

“เราไม่มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับภาคการผลิตของเราแล้ว แต่เรายังไม่เริ่มสตาร์ทเหมือนจีน อินเดีย ด้วยการส่งคนไปครอบครองพื้นที่ เรายังมองว่าประเทศไทยเป็นชาติที่เล็ก ไม่กล้าเข้าไปช่วงชิงไม่ว่าในสมรภูมิแรร์เอิร์ธสหรัฐกับจีน เราไม่มีศักยภาพในขั้นปฐมภูมิ เช่น เหมืองทองอัครา ไทยให้ออสเตรเลียทำเหมือง” นายสรจักษ์กล่าว

ตลาดเพื่อขาย

นายสรจักษ์กล่าวเสริม ไทยติดคำว่าตลาดเพื่อขาย ระบายสินค้าสินค้าไทยออกไป ไม่ใช่ ตลาดเพื่อซื้อหาทรัพยากร

ตัวอย่างเช่น เราขาดทรัพยากรเกษตร ประมง ซึ่งเราพัฒนาไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม จนกระทั่งอุตสาหกรรมของเราเต็มศักยภาพ ขาดแคลนทรัพยากรที่จะมาป้อนโรงงาน

สมัยตนเป็นนักศึกษา คำพูดข้าวไทยไปทั่วโลก  ซึ่งร้อยละ 80 ของข้าวไทยมาแอฟริกา ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ แอฟริกาตะวันตกกินข้าวนึ่ง ข้าวหัก ซึ่งเป็นข้าวราคาถูกที่สุด ขณะที่โมซัมบิกในแอฟริกาทางใต้กินข้าวขาว นำเข้าข้าวไทยจำนวนมาก ไทยได้ดุลการค้ากับโมซัมบิกตลอดเพราะขายข้าว

นอกจากข้าว ยังมีรถยนต์ อะไหล่ สินค้าอาหาร อุปโภคบริโภค ซึ่งอะไรที่เราขายแอฟริกาได้ เราขายได้หมดแล้ว เช่น ข้าวสาร ปลากระป๋องซาดีน ทูน่า หากไปดูตามชั้นวางมีร้อยละ 80  มาจากไทย ไม่ก็ผลิต OEM ในนามไทย แต่สินค้าอื่นๆมีคู่แข่งฝรั่ง

แอฟริกายังยากจน ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องการคือปัจจัยสี่ อะไรที่เกินปัจจัยสี่เป็นสินค้าลักชัวรี่ ซึ่งมีตลาดจำกัด และชนชั้นกลางยังมีไม่มาก

จากนโยบายรัฐบาลที่ให้ไทยขยายตลาดเพิ่มขึ้น และคนที่นี่ไม่รู้จักการใช้รถไถ ยังใช้แรงงานคน นำมาซึ่งการผลักดันขายเครื่องจักรกลการเกษตรในงานแสดงสินค้าและอุตสาหกรรมนานาชาติของกรุงมาปูโต (FACIM) เป็นงานประจําปีของโมซัมบิก เพราะชาวโมซัมบิกกว่าร้อยละ 90 ทำอาชีพเกษตร แต่ขาดแคลนอาหาร ผลิตไม่พอกับการบริโภคในประเทศ จึงต้องนำเข้า

โมซัมบิกขาดแคลนเทคโนโลยี ดังนั้นความช่วยเหลือจากไทยจึงพยายามเอา know how ด้านเกษตรให้เขา ซึ่งบางส่วนต้องพึ่งพาเครื่องจักรกลเพื่อปูทาง ปักธงประเทศไทย

สินค้าที่นำมาขาย เช่น ควายเหล็ก รถอีแต๋น เครื่องจักรไถนา มีข้อได้เปรียบ ราคาไม่แพงมาก ในขณะที่ประเทศตะวันตกมาพร้อมกับรถแทรกเตอร์ไฮเทค คันละเป็นล้านล้าน ชาวบ้านโมซัมบิก ซึ่งเป็นเกษตรกรขนาดเล็กไม่สามารถเอื้อมถึงได้

 

สำหรับท่าเรือของประเทศแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ตั้งตามแนวชายฝั่งทะเล 2,400 กิโลเมตร ถือว่ายาวมาก ในอดีต เจ้าอาณานิคมเริ่มต้นทำเป็นท่าเรือพัก ดังนั้นจึงเป็นแหล่งชายฝั่งอย่างดี มีหลายจุดเป็นท่าเรือรบสมัยโบราณ ปัจจุบันมีการพัฒนาท่าเรือมาปูโต ตอนกลางประเทศ ท่าเรือไบร่า ซึ่งเป็นท่าเรือหลัก จากไบร่ามีถนนข้ามประเทศโมซัมบิกทะลุเข้าประเทศซิมบับเว มีต่อไปแซมเบีย ตามด้วยดีอาร์คองโก ซึ่งมีเส้นรถบรรทุกใช้เวลาขับ 36 ชั่วโมง ถึงประเทศแซมเบีย

จังหวัดนัมปูร่า มีเครือข่ายรถไฟ สร้างโดยบริษัทอินเดีย เดิมสร้างเพื่อขนแร่ออก ปัจจุบันมีรถไฟขบวนยาวเหยียด ขาลงวิ่งขนแร่จากข้างในประเทศ ขาขึ้นส่งสินค้าใส่คอนเทนเนอร์ไปได้ ไปประเทศมาลาเวีย ต่อไปยังแซมเบีย

จากท่าเรือมาปูโต วิ่งไปแปดสิบกิโลจากด่านชายแดนไปแอฟริกาใต้ ทุกวันจะมีรถขนแร่จากแอฟริกาใต้ข้ามมาแล้วส่งออกไป

อดีตทูตเน้นความสำคัญของโมซัมบิก จากความเคลื่อนไหวของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่แม้เป็นประเทศเล็กๆ แต่กลับมีสถานทูตของยูเออี เพราะบริษัทดูไบพอร์ต (DP World) เป็นบริษัทที่ต้องการจะลงทุนการขนส่งทางทะเลที่ใหญ่ที่สุด ด้วยเป้าหมายพร้อมที่จะไปทุกที่ ซึ่งมีจุดประสงค์ต้องการคุมการขนส่งสินค้า จึงเข้ามาลงทุนในกิจการท่าเรือ