ตุลาคม 2025 บริษัทในสหรัฐประกาศปลดพนักงานสูงสุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ
บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐประกาศปลดพนักงานในเดือนตุลาคม สูงสุดในรอบกว่า 20 ปี รวม 153,074 ตำแหน่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีและการจัดเก็บสินค้า ผลจากเอไอ การใช้จ่ายของผู้บริโภค และบริษัทที่อ่อนลง และต้นทุนที่สูงขึ้น
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เดือนตุลาคม 2025 บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐประกาศปลดพนักงานมากที่สุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ รวม 153,074 ตำแหน่ง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีและการจัดเก็บสินค้า เป็นผลมาจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งเร่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบระบบอุตสาหกรรม การใช้จ่ายของผู้บริโภค และบริษัทที่อ่อนแอลง รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
ตามรายงานข้อมูลจาก Challenger, Gray & Christmas Inc. ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานภายนอก ระบุว่าการประกาศปลดพนักงานรวม 153,074 ตำแหน่ง เมื่อเดือนตุลาคม นับเป็นจำนวนมากเกือบ 3 เท่าของจำนวนการปลดพนักงานในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2024 และเป็นยอดรวมสำหรับเดือนตุลาคมที่สูงที่สุด นับตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งช่วงเวลานั้น การมาถึงของโทรศัพท์มือถือก็สร้างความปั่นป่วนในลักษณะที่คล้ายกัน
“บางอุตสาหกรรมกำลังปรับฐาน หลังการจ้างงานสูงในช่วงโควิด-19 อย่างไรก็ดี สิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการนำเอไอมาใช้งาน การใช้จ่ายของผู้บริโภคและบริษัทที่อ่อนตัวลง รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ ต้องรัดเข็มขัดและระงับการจ้างงานเพิ่ม อีกทั้งขณะนี้กลุ่มคนที่ถูกเลย์ออฟ กำลังประสบปัญหาการหางานใหม่อย่างรวดเร็วยากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดแรงงานอ่อนตัวลงอีก” แอนดี้ แชลเลนเจอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ Challenger, Gray & Christmas Inc. กล่าว
ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่มุมใดก็ตาม ตัวเลขการปลดพนักงานนี้แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอ โดยตั้งแต่ต้นปี 2025 มียอดการปลดพนักงานสะสมทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง เป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19
นอกจากนี้ บริษัทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐประกาศแผนการจ้างงานใหม่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งเป็นแผนการจ้างงานตามฤดูกาลจนถึงเดือนตุลาคม ที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ Challenger, Gray & Christmas Inc. เริ่มติดตามข้อมูลในปี 2012
บริษัทชั้นนำในสหรัฐ เดินหน้าลดตำแหน่งงาน
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐประกาศแผนการลดตำแหน่งงานในองค์กรครั้งใหญ่
• ทาร์เก็ต (Target) บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ ประกาศแผนจะเลิกจ้าง 1,800 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 8% ของตำแหน่งงานในสำนักงานใหญ่ ซึ่งเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบหลายปี
• แอมะซอน (Amazon) กล่าวว่าจะลดตำแหน่งงานองค์กร 14,000 ตำแหน่ง หลังจากที่ซีอีโอระบุว่า เอไอจะทำให้จำนวนพนักงานของบริษัทลดลง
• พาราเมาต์ สกายแดนซ์ (Paramount Skydance) บริษัทผลิตภาพยนตร์และสื่อใหญ่ปลดพนักงาน 1,000 คน
• United Parcel Service (ยูพีเอส) บริษัทขนส่งพัสดุเอกชนขนาดใหญ่ ลดจำนวนพนักงานปฏิบัติการลง 34,000 ตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงพนักงานขับรถส่งของและพนักงานจัดการพัสดุ โดยจำนวนนี้มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ถึงประมาณ 70% ยูพีเอสอ้างถึงการใช้งานระบบอัตโนมัติที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผลักดันประสิทธิภาพในการผลิตสูงขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทอื่น ๆ ยังมีแผนจะปรับลดพนักงานในส่วนองค์กร ไม่ว่าจะเป็น สตาร์บัคส์ (Starbucks) เดลต้า แอร์ไลน์ (Delta Air Lines) คาร์แม็กซ์ บริษัทค้าปลีกรถยนต์มือสอง (CarMax) ริเวียน บริษัทรถอีวี (Rivian Automotive) และ Molson Coors Beverage บริษัทเครื่องดื่มและเบียร์ ซึ่งจะลดเงินเดือนของพนักงานลง 9%
การประกาศปลดพนักงานอย่างต่อเนื่องนี้ เสี่ยงต่อสุขภาพของตลาดแรงงานสหรัฐ และถูกมองว่าขัดกับคำกล่าวของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่าตลาดแรงงานแค่กำลังเย็นตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
อย่างไรก็ดี เจมี ไดมอน ซีอีโอของเจพีมอร์แกน (JPMorgan) สถาบันการเงินข้ามชาติขนาดใหญ่ แสดงความเห็นสอดคล้องกับพาวเวลล์ ว่าจำนวนพนักงานของเจพีมอร์แกน ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐน่าจะคงที่หรือเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังคงเดินหน้านำเอไอมาใช้ “หากเราทำงานได้ดี”
ไดมอนกล่าวว่า ธนาคารจะย้ายพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีนี้ไปทำงานตำแหน่งใหม่ เอไอจะช่วยลดภาระงานของมนุษย์ และยังจะสร้างงานอีกด้วย
ข้อมูลอื่น ๆ
ข้อมูลจาก ADP Research เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน แสดงให้เห็นว่าการจ้างงานของบริษัทในสหรัฐเพิ่มขึ้น 42,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม หลังจากที่ลดลงติดต่อกันมา 2 เดือน แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของการทรงตัวในระดับหนึ่ง และสอดคล้องกับการชะลอตัวโดยทั่วไปของอุปสงค์ในตลาดแรงงาน
ขณะที่ข้อมูลอีกชุดจาก Revelio Labs ในวันที่ 6 พฤศจิกายน เปิดเผยว่า การจ้างงานโดยรวมในเดือนตุลาคมลดลงประมาณ 9,000 ตำแหน่ง ส่วนใหญ่ลดลงในภาครัฐ และลดลงเล็กน้อยในภาคการผลิต ภาคค้าปลีก และภาคค้าส่ง แต่ในทางกลับกัน ภาคบริการด้านการศึกษาและสุขภาพเป็นภาคที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด