ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้คอนโดมิเนียมในฮ่องกงเพิ่มเป็นอย่างน้อย 94 ราย เจ็บ 76 คน ยังไม่สรุปตัวเลขผู้สูญหาย ขณะที่ปฏิบัติการดับเพลิงใกล้เสร็จ โดยจะบุกเข้าค้นทุกยูนิตเพื่อหาคนที่ยังตกค้าง หลังจากสามารถควบคุมเพลิงได้ตั้งแต่เมื่อวาน (27 พฤศจิกายน)
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ตึกที่พักอาศัยในโครงการหวั่งฟุกคอร์ต (Wang Fuk Court) ของฮ่องกง เขตบริหารพิเศษของจีน ว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 94 ราย และบาดเจ็บ 76 คน และในส่วนปฏิบัติการดับเพลิงอาคาร 7 แห่งใกล้เสร็จสิ้นแล้ว โดยใช้กำลังบุกเข้าไปในทุกยูนิตของอาคาร เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครติดอยู่ภายใน
“ปฏิบัติการดับเพลิงใกล้เสร็จสิ้นแล้ว เราจะบุกเข้าไปในทุกยูนิตในอาคารทั้ง 7 แห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครติดอยู่ภายใน คาดว่าปฏิบัติการนี้จะเสร็จสิ้นภายในเวลา 09.00 น. ของวันศุกร์ (28 พฤศจิกายน)” เดเร็ก ชาน รองผู้อำนวยการกรมดับเพลิงฮ่องกงกล่าวในการแถลงข่าว
ชานกล่าวว่า ยังไม่แน่ชัดว่ายังมีผู้สูญหายอีกกี่คนจากเพลิงไหม้ในย่านชานเมืองไท่โป ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนประมาณ 4,600 คน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบจำนวนผู้สูญหายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจค้นหาและกู้ภัย
เพลิงไหม้ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน และสามารถควบคุมเพลิงได้ในวันถัดมา แม้ว่าจะยังเห็นเพลิงไหม้เล็กน้อยในบางอพาร์ตเมนต์
สำหรับสาเหตุเบื้องต้น เพลิงไหม้เริ่มต้นจากนั่งร้านไม้ไผ่ในงานปรับปรุงโครงการที่รัฐบาลอุดหนุนแห่งนี้ที่มีมูลค่า 315.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1,300 ล้านบาท) และลุกลามอย่างรวดเร็วไปรอบ ๆ กลุ่มอาคารรวม 7 แห่ง เหลือเพิ่ง 1 แห่งเท่านั้นที่รอดพ้น
จากนั้นจะมีการสอบสวนคดีอาญา โดยตำรวจได้จับกุมบุคคลระดับผู้บริหาร 3 คนจากบริษัทวิศวกรรมแห่งหนึ่งในข้อหาฆ่าคนโดยไม่เจตนา
ก่อนหน้านี้ นายคริส ถัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงฮ่องกง กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เจ้าหน้าที่สอบสวนพบแผ่นโฟมปิดหน้าต่างในอาคารหลังเดียวที่รอดจากเหตุเพลิงไหม้
“แผ่นโฟมเหล่านี้ติดไฟได้ง่ายมากและไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เราจึงพบว่า การพบแผ่นโฟมเหล่านี้ในโครงการปรับปรุงเป็นเรื่องผิดปกติ” เขากล่าว
นายจอห์น ลี ผู้ว่าการเขตบริหารฮ่องกง ลงพื้นที่เกิดเหตุเมื่อวาน (27 พฤศจิกายน) และก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯได้สั่งให้มีการตรวจสอบโครงการบ้านทั้งหมดที่กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงครั้งใหญ่ทั่วเมือง และประกาศว่าแต่ละครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินช่วยเหลือ 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 41,000 บาท) เขาได้ให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนนั่งร้านไม้ไผ่ทั้งหมด และรับรองว่าจะเปลี่ยนมาใช้นั่งร้านโลหะในงานก่อสร้าง
ทั้งนี้ ในอดีตเพลิงไหม้ร้ายแรงกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปนโยบายที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ในฮ่องกง ซึ่งที่โดดเด่นที่สุดคือเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ย่านเชกคิปเหมยในปี 1953 ซึ่งทำให้หลายหมื่นคนต้องอพยพจากที่อยู่อาศัย นำไปสู่การเริ่มต้นโครงการที่อยู่อาศัยที่รัฐอุดหนุน โดยรัฐบาลได้จัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ให้