รัฐมนตรีต่างประเทศไทยให้สัมภาษณ์นิกเคอิ เอเชียว่า ไทยจะร้องขอให้ตั้งคณะผู้แทนระหว่างประเทศตรวจสอบข้อเท็จจริง (International Fact-Finding Mission) ครั้งแรกของโลกภายใต้อนุสัญญาออตตาวา ในการประชุมที่นครเจนีวาระหว่าง 1-5 ธันวาคมนี้ แม้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งระงับการเจรจาการค้ากับไทยชั่วคราว หลังไทยยุติปฏิญญาสันติภาพกับกัมพูชา
เมื่อ 1 ธันวาคม 2025 นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ไทยเตรียมที่จะยกระดับการต่อสู้ทางการทูตกับกัมพูชาที่เกี่ยวกับทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนที่เป็นข้อพิพาทในสัปดาห์นี้ ด้วยการเรียกร้องให้จัดตั้งคณะผู้แทนตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างประเทศ (International Fact-Finding Mission) ครั้งแรก ภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการใช้อาวุธทุ่นระเบิดดังกล่าว
สีหศักดิ์กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้จุดยืนที่แข็งกร้าวดังกล่าวกับกัมพูชา แม้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจยิ่งทำให้ความสัมพันธ์กับรัฐบาลสหรัฐตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งสหรัฐระงับการเจรจาการค้ากับไทยหลังจากที่ไทยระงับการบังคับใช้ข้อตกลงที่สหรัฐเป็นผู้ประสานงาน เพื่อยุติข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่ดำเนินมายาวนานนับศตวรรษ
“ภายใต้ (อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิด) มีขั้นตอนที่สามารถจัดตั้งคณะผู้แทนตรวจสอบข้อเท็จจริง และเรากำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง” สีหศักดิ์กล่าวกับนิกเคอิ เอเชีย ในการสัมภาษณ์พิเศษ
“จะเป็นคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นกลางและเป็นอิสระ เพื่อสร้างข้อเท็จจริงขึ้นมา” รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าว
นับเป็นความพยายามของไทยในการสำรวจเส้นทางการทูตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ ปรากฏอยู่ภายใต้ข้อ 8 ของอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 1997 และการทำลายทุ่นระเบิดดังกล่าว
การยกระดับนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์อย่างน้อย 7 ครั้งที่ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากการปะทะกันบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศเป็นเวลา 5 วันในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และประชาชนหลายแสนคนจากทั้งสองประเทศต้องอพยพหนีตายจากบ้านเรือน
“หากกัมพูชาไม่รับผิดชอบต่อการวางทุ่นระเบิดใหม่ เราจะนำเรื่องนี้ไปสู่ประชาคมระหว่างประเทศ” สีหศักดิ์กล่าว ซึ่งจะนำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมประจำปีของรัฐภาคีอนุสัญญา ซึ่งรู้จักกันในชื่อสนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิด หรืออนุสัญญาออตตาวา การประชุมจะเริ่มต้นในวันนี้ (1 ธันวาคม) และจะดำเนินต่อไปจนถึงวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
การผลักดันของไทยให้จัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างประเทศ “จะเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปีตั้งแต่มีสนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิดที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเรียกร้องให้มีคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เป็นอิสระ” เยชัว โมเซอร์-พวงสุวรรณ หัวหน้านักวิจัยหัวข้อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อการตรวจสอบและรายงานเกี่ยวกับทุ่นระเบิด (Southeast Asia for the Landmine Monitor) ซึ่งเป็นรายงานประจำปีที่ตีพิมพ์โดยโครงการรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อห้ามทุ่นระเบิด (International Campaign to Ban Landmines) ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพปี 1997 กล่าว
“จนถึงขณะนี้สนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสามารถแก้ไขปัญหาการละเมิดอนุสัญญา หรือการไม่ปฏิบัติตามได้โดยไม่ต้องจัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง” หัวหน้านักวิจัยกล่าว
“เราได้ระงับการบังคับใช้ข้อตกลง (สันติภาพ) แล้ว” สีหศักดิ์กล่าว พร้อมปัดข้อกล่าวหาที่ว่าไทยได้ละทิ้งข้อตกลงทั้งหมดที่ทรัมป์เป็นโต้โผ
“ฝ่ายสหรัฐแสดงความไม่สามารถดำเนินการเจรจาภาษีศุลกากรได้ในขณะนี้” สีหศักดิ์กล่าว
นักการทูตอาวุโสผู้นี้แย้งว่า แรงกดดันจากสหรัฐแทบจะไม่ช่วยคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกัมพูชาได้ “เราเข้าใจความกังวลของสหรัฐ พวกเขากล่าวว่าได้ลงทุนไปมากเพื่อให้ได้มาซึ่งปฏิญญาร่วม แต่ปฏิญญาร่วมนี้เกี่ยวข้องกับไทยและกัมพูชา ดังนั้น ในที่สุดแล้วเรื่องนี้จะต้องได้รับการแก้ไขโดยไทยและกัมพูชา” เขากล่าว “เราไม่ควรพยายามแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะถูกบังคับจากประเทศใดหรือฝ่ายใด”
กองทัพไทยกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า มีทหาร 20 นายได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน และกล่าวหาว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดไว้ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม ซึ่งในจำนวนนี้มี 4 นายได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน
“เรามองว่าการใช้ทุ่นระเบิดของพวกเขาเป็นการกระทำเชิงรุกและเป็นการใช้กำลัง” พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวกับสื่อมวลชนต่างประเทศ
“พวกเขาใช้ทุ่นระเบิดใหม่ ไม่ใช่ทุ่นระเบิดเก่า” โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว
ความพยายามของไทยในการทำให้ปัญหาทุ่นระเบิดกลายเป็นปัญหาระดับโลก ถือเป็นครั้งที่สองที่ไทยเปลี่ยนจุดยืนเดิมในการแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านแบบทวิภาคี หลังจากในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลไทยชุดก่อนเริ่มใช้เวทีทางการทูตต่อต้านการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชาในการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวาแห่งสหประชาชาติที่เจนีวา